ข่าว

พบรถคนร้ายใช้ขนตู้เอทีเอ็มที่ถูกโจรกรรมแล้ว

พบรถคนร้ายใช้ขนตู้เอทีเอ็มที่ถูกโจรกรรมแล้ว

01 ก.ย. 2553

ตำรวจพบรถที่คนร้ายใช้ขนตู้เอทีเอ็มกรุงศรีอยุธยาที่โจรกรรมมาจากเขตจังหวัดระยองแล้ว หลังจาก 2 แขกขาวชาวชาวตะวันออกกลางเช่าไปจากเต้นท์รถชื่อดังเมืองพัทยา

(1ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคนร้ายบุกโจรกรรมตู้เอทีเอ็มแบงค์กรุงศรีอยุธยา สาขากระเฉด ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง แล้วนำเงินสด 4.3 ล้านบาทหลบหนีไป เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 ส.ค.ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว ล่าสุดเวลา 01.00 น.วันนี้(1ก.ย.) พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา และกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 30 นาย เข้าตรวจสอบรถยนต์ปิกอัพโตโยต้า ไฮลัก ไทเกอร์ ดีโฟร์ดี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ณจ - 2742 กทม. และ รถยนต์ปิกอัพอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีฟ้า ทะเบียน ฌจ-3996 กทม. ซึ่งจอดอยู่ภายในเต้นท์รถ ที.ซี.ซี. คาร์เซ็นเตอร์ เลขที่ 131/50 หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท (ฝั่งขาเข้าสัตหีบ) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังคนร้ายได้มาเช่ารถทั้ง 2 คันไป เมื่อวันที่ 19-20 และ 25-27 โดยนำมาส่งคืนในเช้าวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา

 จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์ปิกอัพทั้ง 2 คัน เป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โจรกรรมตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขากะเฉด ตั้งอยู่เลขที่ 209 หมู่ 3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ไปเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ตรงตามหลักฐานและคำให้การของพยานที่ได้สอบสวนไว้ก่อนหน้าแล้ว ก่อนคนร้ายจะนำตู้เอทีเอ็มมาทิ้งไว้ที่ กลางไร่มัน ริมถนนสาย 331 (โคราช-สัตหีบ ) ม. 6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงทำการตรวจยึดเอาไว้ และจากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดโดยพยานยืนยันว่าคนร้ายนั้นใช้รถยนต์ ทั้ง 2 คัน ในการก่อเหตุจึงได้ออกสืบสวนติดตามหาข่าวจนทราบว่ารถยนต์ทั้ง 2 คัน นั้นจอดอยู่ที่เต้นท์รถ ที.ซี.ซี. คาร์เซ็นเตอร์ ในเมืองพัทยา

 จากการสอบสวน นาย อัครพล จันทร์เสรีกุล อายุ 32 ปี เจ้าของเต้นท์รถ เบื้องต้นได้ให้การว่าได้มีชายชาวตะวันออกกลางจำนวน 2 คน มาเช่ารถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลัก ดีโฟร์ดี สีบรอนซ์-ทอง หมายเลขทะเบียน ณจ - 2742 กทม.ไป ก่อนจะนำรถมาคืน จากนั้นจึงเช่าเอารถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ก สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ฌจ-3996 กทม. ไปอีกและนำเอามาส่งคืนตามกำหนดโดยที่ตนนั้นไม่ทราบว่าจะนำรถไปก่อเหตุดังกล่าว

 หลังสอบสวนและตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถยนต์ปิกอัพทั้ง 2 คัน เอาไว้เป็นของกลาง นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบหลักฐานในการเช่ารถซึ่งมีใบเอกสารและหนังสือเดินทางที่มีรูปของชายชาวตะวันออกกลางทั้ง 2 คน ที่เช่ารถไประบุเอาไว้อย่างชัดเจน เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวแก๊งคนร้ายทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ อย่างไรทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการติดตามจับกุมตัวแก๊งคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป