
ตั้งค่าหัวล่าโจรชิงเงิน6.2ล้านแบงก์ยูโอบีขอนแก่น
รองผบช.ภ.4 ตั้งค่าหัว 2 แสนล่าคนร้ายชิงเงินสดกว่า 6.2 ล้านในธนาคารยูโอบี สาขาขอนแก่น-ถนนมิตรภาพ ชี้เป็นคนมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนกล็อก 19 คาดคนในมีเอี่ยว พบพิรุธนำถุงเงินวางขวางไม่ให้ประตูปิดล็อก
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวชิงเงินสดจำนวน 3 ถุง มูลค่า 6,223,366 ล้านบาท ในธนาคารยูโอบี สาขาขอนแก่น-ถนนมิตรภาพ เลขที่ 81/1 ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะพนักงานขนเงินของบริษัท จีโฟร์เอซ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างขนเงิน จำนวน 3 คน ที่ไปรับเงินจากห้างแม็คโคร สาขาขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อ.เมือง ได้ขับรถขนเงินมาจอดพร้อมกับนำถุงเงิน 6 ถุง รวมเงินสดทั้งหมด 18.2 ล้านบาท ไปเก็บไว้ในตู้เซฟภายในห้องเก็บเงินของธนาคาร แล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายจำนวน 2 แสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขอจากบริษัท จีโฟร์เอซ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด เพื่อมอบให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส โดยเจ้าหน้าที่จะปกปิดชื่อพลเมืองดีที่ให้การช่วยเหลือทางคดีในทางติดตามคนร้าย ซึ่งผู้ที่รู้เบาะแสสามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1544-9888 และ 08-1717-1177 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4
สำหรับลักษณะของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ สวมหมวกกันน็อกแบบทึบสีดำ เสื้อเชิ้ตสีดำ สวมกางเกงยีนสีดำ สวมถุงมือสีดำ รองเท้าผ้าใบ สีดำแถบขาว อายุประมาณ 30-35 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างสันทัด ผิวค่อนข้างคล้ำดูสะอาด ไม่ใช่คนกร้านแดด มีกระเป๋าคาดเอว ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งการแต่งกายคาดว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่เคยก่อเหตุชิงเงินธนาคารที่ จ.ขอนแก่นมาแล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนมะลิวัลย์ได้เงินสดไป 1.2 แสนบาท และวันที่ 12 กรกฎาคม 2551 ชิงเงินของบริษัท สยาม แอด มิน มิสเทรทีฟ แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือบริษัทแซมโก้ ขณะนำเงินที่รับมาจากห้างเทสโก้ โลตัส สาขาขอนแก่น และห้างบิ๊กซี สาขาขอนแก่น มาเก็บรักษาที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสี่แยกมะลิวัลย์ ได้เงินไป 11.98 ล้านบาท
นอกจากนี้อาวุธปืนที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติกขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก 19 สีดำ ซึ่งคนที่ใช้อาวุธปืนชนิดนี้จะเป็นกลุ่มคนมีสีและผู้มีความชำนาญหรือคนเล่นปืน โดยเฉพาะตำรวจ ทหาร เป็นอาวุธที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากอาวุธปืนชนิดนี้จะไม่มีระบบล็อกไกปืน ดังนั้นผู้ที่ใช้จะต้องมีความชำนาญและความเชี่ยวชาญ
พ.ต.อ.ศักดากล่าวว่า ได้แบ่งชุดสืบสวนออกเป็น 3 ชุดประกอบด้วย ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 มี พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ผบก.สส.ภ.4 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น มี พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น มี พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ธนาคารยูโอบี เจ้าหน้าที่ขนเงิน บริษัท จีโฟร์เอซ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด จำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่ รปภ. และพยานแวดล้อม อีกทั้งได้กำชับให้ชุดสืบสวนทุกชุดตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี พบว่าใช้เส้นทางถนนศรีจันทร์ เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปยังบ้านศรีฐาน ต.ในเมือง อ.เมือง ซึ่งจากการสันนิษฐานคาดว่าคนร้ายจะต้องมีจุดพักเงินที่ชิงทรัพย์มา บริเวณเส้นทางที่หลบหนี โดยให้ตรวจค้นแบบปูพรมทั้ง หอพัก โรงแรม บ้านเช่า และจุดเปลี่ยวตามเส้นทาง
“การก่อเหตุครั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายจะมีผู้ร่วมขบวนการด้วย แต่อย่างไรก็ตามต้องขอร้องให้พลเมืองดีที่ทราบเบาะแสคนร้ายก็ขอให้แจ้งมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1544-9888 และ 08-1717-1177 จะมีเงินรางวัลมอบให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจำนวน 2 แสนบาท และข้อมูลทั้งหมดที่ให้มาจะเป็นความลับ” พล.ต.ต.ศักดา กล่าว
ด้านความคืบหน้าในการสืบสวนของทีมชุดตำรวจภูธรจังหวัด นำโดย พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ซึ่งเป็นชุดที่ติดตามคดีชิงเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มีความเชื่อมโยงกับคดีนี้
พ.ต.อ.คัชชา กล่าวว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้มีความมั่นใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 3 ครั้งเป็นรายเดียวกัน ทั้งรูปร่างท่าทางการแต่งกายไม่ผิดไปจากเดิม รวมถึงการที่ใส่กระเป๋าคาดเอวก็เหมือนกัน มีเพียงรถจักรยานยนต์ที่ใช้ฮอนด้าเวฟเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงสติกเกอร์สีเหลืองคาดด้านข้างรถที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเมื่อครั้งชิงเงินธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เกือบ 12 ล้านบาท แต่ครั้งนี้มองไม่เห็นสติกเกอร์สีเหลือง
พ.ต.อ.คัชชา กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนสามารถกระชับกลุ่มที่อยู่ในเป้าหมายได้ว่า น่าจะเป็นคนมีสี มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ ซึ่งอาจเป็นคนที่ถูกให้ออกจากราชการ นอกจากนี้ยังไม่ตัดทิ้งคนในที่รู้เรื่องของการขนเงิน รวมทั้งน่าจะเป็นคนในพื้นที่จ.ขอนแก่น ส่วนเงินที่ได้น่าจะนำไปใช้ในการพนัน เมื่อเงินหมดก็ออกมาก่อเหตุใหม่
"ตอนนี้ที่มีพิรุธมากที่สุด คือเรื่องคนในที่น่าจะมีเกลือเป็นหนอน เพราะน่าสังเกตว่า ตอนเอาเงินไปเก็บที่หลังเคาท์เตอร์ ประตูจะต้องปิดล็อก คนนอกเข้าไม่ได้ ต้องมีการกดรหัสประตูจึงจะเปิดออก แต่นี่กลับพบว่า มีการนำถุงเงินมาขวางประตูไว้ ไม่ให้ประตูปิดล็อกเข้ามา ส่วนตัวคนร้ายเองจะเห็นว่า เมื่อได้เงินไปแล้วก็เอาปืนเก็บใส่กระเป๋าคาดเอวอย่างใจเย็น รูดซิปกระเป๋าที่เอาเสื้อแจ็กเกตบังอีกชั้นหนึ่ง แล้วหิ้วถุงเงินเดินหันหลังให้ยามกับ รปภ.แบบไม่มีการระวังหลัง เหมือนเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกยิง" รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว



