
ทางเลือกชวรัตน์ราชสีห์ภักดีแผ่นดิน-นอมินีใคร?
เรียกว่าเกือบ 2 ปีที่ "ปู่จิ้น" ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมานั่งเก้าอี้ "รมว.มหาดไทย" มีแต่ข่าวด้านลบมาตลอด
ตั้งแต่การสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่มีการออกมาปูดคนที่จะสอบเข้าโรงเรียนลอกข้อสอบโกงข้อสอบ ถ้าจะให้ชื่อสอบติดเข้าทำเนียบรุ่นก็ต้องใช้เงินเป็นเครื่องเซ่นผ่านด่านเป็นเงิน 6-7 หลัก หรือพูดแบบบ้านๆ ก็คือ ต้องจ่ายเป็นหลักแสนหลักล้าน ยังไม่ทันไรก็มีเรื่องการแต่งตั้งนายอำเภอ 9 จำนวน 41 คน ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมเข้ามาอีก
แต่ข่าวที่กลายเป็นภาพลักษณ์ที่มักเกิดขึ้นเกือบทุกยุคทุกสมัยที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยคือข่าว "การซื้อขายตำแหน่ง" ในช่วงเทศกาลการแต่งตั้งโยกย้ายแทบทุกระดับไล่จาก "รองผู้ว่าฯ-ผู้ว่าราชการจังหวัด-อธิบดี" ไม่เว้นปลัดกระทรวง
กระทั่งข่าวการจัดสรรงบประมาณผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลูกข่ายเป็น "อบจ.-เทศบาล-อบต" ก็จะจัดสรรงบให้ในลักษณะพวกเดียวกันก็รวยกระจุก ต่างพวกก็จัดงบกระจายไปถึงน้อย
จนถูกฝ่ายค้านนำมาโจมตีระหว่างการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2554 โดยมองว่าการจัดงบประมาณของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น "ธรรมาภิบาล" หายหด
กระทั่งเหตุการณ์บานปลายจนเป็นเหตุให้มี "ส.ส.ย้ายพรรค" โดยอ้างเหตุว่าที่ย้ายพรรค เพราะต้องการนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่
แม้จะมีการเปิดโปงจากฝ่ายการเมือง อดีตบิ๊กข้าราชการมหาดไทย ให้สื่อมวลชนฟังว่าทั้งหมดเกิดจาก "บริวารเป็นพิษ" แต่ "ชวรัตน์" ก็ไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเที่ยงธรรม
แต่กลับส่งสัญญาณ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีใบเสร็จย่อมถูกต้องเสมอ ทำให้กระทรวงมหาดไทยถูกมองว่ายุคนี้เป็นยุคที่กระทรวงตกต่ำที่สุด ! ล่าสุดบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 11 เก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน "มานิต วัฒนเสน" ได้มีการตั้งข้ามหัวนำเอาข้าราชการอาวุโสลำดับ 54 ของประเทศ หากนับความอาวุโสในกระทรวงมหาดไทยก็เป็นอันดับที่ 12 มานั่งคุมเป็น "บิ๊กใหญ่" คุมข้าราชการประจำคลองหลอด
หรือการชง ครม.แต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ในตำแหน่งนักบริหารระดับสูงมี "3 รองปลัดกระทรวง 4 อธิบดี 1 ผู้ตรวจราชการ" จำนวน 9 คน ใช้หมุนเวียน 7 เก้าอี้
แม้จะมีการเปลี่ยนรายชื่อบางกรมสลับให้มี "สิงห์ดำ" เพียงรายเดียวเข้าไปอยู่ในโผ แต่หาใช่เป็นการดำเนินการอย่างเที่ยงธรรมยึดธรรมเนียมปฏิบัติจากอดีตกาลที่เคยใช้กันที่ยึดหลัก "อาวุโส-ความรู้-ความสามารถ"
ที่สำคัญข้อสุดท้ายประวัติการทำงานรับราชการต้องไม่เคยด่างพร้อยไร้ข้อร้องเรียนจากประชาชนหรือผู้บังคับบัญชา
โดย "ชวรัตน์" ชี้ชัดเพียงว่า การแต่งตั้งข้าราชการมหาดไทยในสังกัดดูแลยึดตัวบุคคล อาวุโสเท่านั้น
แต่หากตรวจจากรายชื่อที่ออกมามีแต่รายชื่อของคนใกล้ชิดผ่านการขัดเกลาจากโรงเรียน "เน" อดีตนักการเมืองใหญ่แห่งอีสานใต้ยกแผง
ส่วน "สิงห์แดง" ที่ได้ขึ้นยกชั้นก็สนิทสนมกับ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนใหญ่จบคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เคยทำงานใกล้ชิดประเภท "เช้ารับ เย็นส่ง" ได้ดีถ้วนหน้า
บัญชีรายชื่อข้าราชการระดับ 10 ที่เหลือในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด 15 เก้าอี้ ผู้ตรวจราชการ 3 เก้าอี้ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย 1 เก้าอี้ ซึ่งจะโยกย้ายสลับเก้าอี้พ่อเมืองที่เหลือในวันอังคารที่ 6 กันยายนนี้ หรือสัปดาห์ถัดไป โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดใหญ่ๆ อย่าง นครราชสีมา เชียงใหม่
รายชื่อที่ปูดออกมาเบื้องต้นก็ยังไม่พ้นเป็นคนใกล้ชิดฝ่ายการเมือง ล้วนอาวุโสน้อยนิดอายุราชการยาวนานมีโอกาสได้ขยับขึ้นแท่นพื้นที่จังหวัดใหญ่ชัดเจน
การแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทยแม้กระทั่งผู้นำรัฐบาลอย่าง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ได้แต่หัวเราะแบบฝืนๆ บอกเพียงว่า “ผมคิดว่ามันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และผมก็รับคำวิจารณ์เหล่านั้นมาและได้แสดงความห่วงใย คิดว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็ต้องรับไปพิจารณา”
หากนับถอยหลังเสนาบดีใหญ่อย่าง "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทย ที่เหลืออีก 4 เดือนก็จะครบ 2 ปี เวลาที่เหลือของ "ชวรัตน์" จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าภาพลักษณ์จะเป็นหัวราชสีห์ภักดีต่อแผ่นดิน "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่ประชาชนหรือเป็นเพียงแค่นอมินีของใคร !



