ข่าว

"พาณิชย์"ฉวยจังหวะของบ200ล้านอัดความถี่จัดธงฟ้า-ลดค่าครองชีพประชาชน

"พาณิชย์"ฉวยจังหวะของบ200ล้านอัดความถี่จัดธงฟ้า-ลดค่าครองชีพประชาชน

31 ส.ค. 2553

นายกฯ กำชับกระทรวงพาณิชย์บังคับใช้กฎหมายดูแลราคาสินค้าเข้มงวด ยอมรับอาจมีบางสินค้าต้องขึ้นราคา กรมการค้าภายในเตรียมของบกลาง 200 ล้านบาท เพิ่มความถี่จัดงานธงฟ้า หวังลดค่าครองชีพให้ประชาชน ชี้เป็นช่องทางลดต้นทุนเอกชนช่วยลดแรงกดดันขึ้นราคาสินค้า

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมมีแผนจะของบพิเศษจากงบประมาณกลางจำนวน 200 ล้านบาท ใช้จัดงานธงฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ในช่วงปี 2554 โดยให้มีการจัดงานเพิ่มขึ้น ถี่ขึ้นกว่าแผนเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว สินค้าต้องการปรับขึ้นราคาแต่ประชาชนไม่ได้มีรายได้มากขึ้น ดังนั้น งานธงฟ้าจะเป็นกลไกลดค่าใช้จ่ายรวมถึงเป็นช่องทางระบายสินค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลให้ความจำเป็นขอปรับราคาสินค้าน้อยลง

 ทั้งนี้ ตามแผนจัดงานธงฟ้าปีงบ 2554 กำหนดงบไว้ 104 ล้านบาท จัดงาน 394 ครั้ง แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ 40 ครั้ง และส่วนภูมิภาค 344 ครั้ง เฉลี่ยจัดเดือนละ 17-45 ครั้ง เทียบกับปี 2553 โครงการธงฟ้า มีงบพิเศษเพิ่มขึ้น 180 ล้านบาท ขณะที่ ปี 2552 ได้งบกลางมา 1,000 ล้านบาท

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้กฎหมายดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเร่งจัดทำฐานข้อมูลต้นทุนให้ชัด แต่ยอมรับว่าสินค้าอาจมีสินค้าบางรายการอาจต้องปรับเพิ่มราคา เช่น ผลิตภัณฑ์นม เพราะขณะนี้มีเกษตรกรร้องเรียนเพื่อให้มีการปรับเพิ่มราคาน้ำนมดิบ

 ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับเพิ่มราคาสินค้านั้น กระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต โดยจะพิจารณาต้นทุนที่แท้จริง ส่วนกรณีราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่ได้รับการร้องเรียนมาได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเข้าไปดูแลขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ลดราคาสินค้าลงมาแล้ว

 นางพรทิวากล่าวถึงกรณีการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล 1.6 ล้านตัน ในราคาต่ำกว่าตลาด 2,000 ล้านบาท ว่าราคาข้าวขาวที่เอกชนประมูลไปได้ที่ราคา 1.2 หมื่นบาทต่อตันนั้นเป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาด แต่เป็นราคาที่ดีที่สุดที่กระทรวงพาณิชย์จะขายได้ในขณะนี้ โดยเอกชนต้องนำข้าวไปปรับปรุงคุณภาพอีก

 “ที่พูดกันว่าขายข้าวต่ำกว่าตลาด 1,000-2,000 บาทต่อตัน ขอชี้แจงว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะเป็นการระบายลอตใหญ่ แลกกับการไม่ต้องเสียค่าเก็บและค่าเช่าโกดังและไม่อยากเห็นข้าวที่เก็บไว้นานกลายเป็นผงไป และการระบายลอตต่อไป คงยึดหลักปิดลับเช่นเดิม โดยคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพเข้าร่วมประมูล" นางพรทิวา กล่าวและว่า ส่วนการระบายมันเส้น 7.4 แสนตัน ให้หนองลังกาฟาร์ม และไพรสะเดาฟาร์มนั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาตรวจสอบกรณีนี้ และหากพบว่ามีความไม่โปร่งใสจะยกเลิกผลการประมูลของบริษัทนี้ทันที