ข่าว

ระเบิดการเมือง

ระเบิดการเมือง

31 ส.ค. 2553

บึ้ม..!! เสียงระเบิดดังสนั่น จากกระสุนเอ็ม 79 บ่ายวันอังคารที่ผ่านมา (31 ส.ค.) ภายในสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ถนนวิภาวดีรังสิต จนกระทั่งรถยนต์ที่จอดอยู่เสียหายไป 4 คัน อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่า ขบวน

 และกำลังจะแสดงศักยภาพที่เหนือกว่าอำนาจรัฐ อีกทั้งท้าทายพื้นที่ประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินของรัฐบาล จากการตรวจสอบเบื้องต้น สันนิษฐานว่าคนร้ายยิงจากพื้นราบ เนื่องจากบนทางด่วนโทลล์เวย์อยู่ระหว่างปิดกั้นทางรับขบวนเสด็จ โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นเพียง 5 นาที ก่อนขบวนเสด็จ

 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงกับเหตุระเบิดบริเวณที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง หน้าห้างบิ๊กซี ถนนราชดำริ เมื่อเดือนก่อน ภายหลังรู้ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม โดยชัยชนะเป็นของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ เหตุระเบิดเกิดขึ้นใกล้เคียงกับที่ดินของภรรยานายพนิชครั้งนี้ ระเบิดเกิดขึ้นหลังหนึ่งวัน ในชัยชนะแบบถล่มทลายของพรรคประชาธิปัตย์ สนามเลือกตั้งสมาชิกสภา และสมาชิกสภาเขต กทม. จุดที่เป็นเป้าหมายโจมตี ก็อาจอธิบายได้ในลักษณะใกล้เคียงกัน คือเป็นการโจมตีเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ ทั้งบริเวณที่เคยเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และสถานที่ทำการแห่งใหญ่ของสื่อรัฐ ที่เป็นสัญลักษณ์ในการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล

 ถึงแม้ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยที่ยากจะป้องกัน เนื่องเพราะพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของกรุงเทพมหานคร เกินกำลังความสามารถที่จะดูแลได้ทั่วถึง และเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัดพื้นที่ แต่จุดสำคัญๆ ที่เป็นเป้าหมายในการโจมตี ก็อาจใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีนักการเมือง ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมือง บ้านพักบุคคลสำคัญ รวมทั้งที่ทำการของของเอ็นบีทีที่เกือบจะกลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตกไปแล้วทุกครั้งที่มีความขัดแย้งทางการเมือง แต่ปรากฏว่าสถานที่ทำการของเอ็นบีที หลังสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามปกติเท่านั้น

 แน่นอนว่า ระเบิดครั้งนี้มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ทรัพย์สินมากนัก และคนร้ายก็มิได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิต แต่ในแง่จิตวิทยาไม่ว่าคนร้ายจะเป็นคนกลุ่มใด ก็สามารถสร้างความตื่นตระหนก ความรู้สึกไม่มั่นคง ปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งในท้ายที่สุดคือประสิทธิภาพของรัฐ ในการดูแลสวัสดิภาพของประชาชน แม้กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นขึ้น รัฐบาลที่อยู่ในท่ามกลางอาณาจักรแห่งความหวาดกลัวของประชาชนนั้น ย่อมเป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพ ระเบิดสงครามลูกแล้วลูกเล่า ที่ตกลงบนใจคนกรุงเทพฯ กำลังตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า จะยืนอยู่บนซากปรักหักพังของบ้านเมืองนี้ไปอีกนานเพียงใด