ข่าว

 "เหล้า 1 แบน"...ล่าแก๊งปล้นรถบุหรี่

"เหล้า 1 แบน"...ล่าแก๊งปล้นรถบุหรี่

31 ส.ค. 2553

เพียงไม่กี่ชั่วโมง...หลังพบศพพนักงานขนบุหรี่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ทิ้งศพไว้ในไร่มันสำปะหลังข้างถนนมิตรภาพ หมู่ 10 บ้านริมคลองพัฒนา ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สภาพศพถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง

ปากและตาถูกพันธการด้วยเทปกาวสีน้ำตาลอย่างแน่นหนา ส่วนศีรษะมีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 7.65 มม.ไม่ทราบจำนวน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ชุดสืบสวนสามารถคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว และกำลังขยายผลจับกุมผู้รับซื้อของโจรคดีนี้ด้วย

 หลังจาก พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 สั่งการให้ พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รอง ผบช.ภ.3 ควบคุมการสืบสวน โดย พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นำทีมสืบสวน ได้แก่ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ดำรง รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.สูงเนิน พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี

 "โทรศัพท์มือถือ" คือหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่พบในกระเป๋ากางเกงผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง และเป็นหลักฐานสำคัญที่ทราบว่าผู้เสียชีวิต คือ วสันต์ สังยะลอ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ซอยประชาร่วมใจ 13 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กทม.  และ สัญชัย สินสุรินทร์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 9 ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย เป็นพนักงานขับรถขนส่งยาสูบของห้างสหสามิต มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

 เวลาประมาณบ่ายสามโมงเย็น วันที่ 26 สิงหาคม ทั้งสองได้ขับรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 82-5154 สมุทรปราการ เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อนำบุหรี่ 352 หีบ มูลค่าเกือบ 8 ล้านบาท นำไปส่งที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น
 
 ทีมสืบสวนคลี่คลายคดีกว่า 50 ชีวิต ย้อนรอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เริ่มแกะรอยจากเส้นทางเดินรถของ วสันต์ และ สัญชัย จนพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบนทางด่วนที่บันทึกภาพไว้ได้ แล้วชุดสืบสวนก็ไล่ตามเส้นทางถนนมิตรภาพ (ขาออก) ที่คาดว่าเป็นจุดแวะพักรถ แต่เหมือนโชคเข้าข้างเมื่อชุดสืบสว พบว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายทั้งสองเคยแวะเข้าไปใช้บริการร้านอาหารอีสานร้านหนึ่ง ริมถนนเขตติดต่อ อ.หนองสาหร่าย และ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

 “สองคนนี้เข้ามาในร้านแล้วถามว่ามีอะไรทานบ้าง ฉันถามว่าจะทานอะไร เขาตอบว่านับถือศาสนาอิสลาม ไม่ทานเนื้อหมู รูปที่ตำรวจเอามาให้ดูฉันจำได้แม่นยำ“ พยานแวดล้อมระบุ

  เมื่อพยานให้ความร่วมมือชุดสืบสวนจึงนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย มาโนญ งามขำ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 10 ต.คอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ สิทธิศักดิ์ ฉ่ำบุญ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 2 ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตามหมายจับคดีปล้นทรัพย์รถขนบุหรี่ ที่ อ.บางม่วง จ.นครสวรรค์ และ ปล้นรถขนส่งแบรนด์ ที่ จ.พิจิตร ให้พยานดู

 “คนแรกตัวสูง (มาโนญ) เข้ามาในร้านป้วนเปี้ยนหลายรอบ แต่ไม่สั่งอาหาร และเห็นเดินป้วนเปี้ยนแถวรถบรรทุกด้วย สักพักก็มีอีกสองคนเข้ามาในร้าน สั่งเหล้าหนึ่งแบนพร้อมอาหาร ฉันเห็นพวกเขามองไปที่คนขับรถบรรทุกอย่างผิดปกติ พอทั้งสองจ่ายเงิน คนตัวสูงบอกไม่ทานแล้วมีธุระ ขอเอาแต่เหล้ากับแกล้มไม่ต้อง แล้วรีบขึ้นรถกระบะขับออกตามไปรวดเร็ว“ พยานแวดล้อมระบุ

 หลังจาก มาโนญ ก่อคดีแล้ว น่าจะหลบซ่อนอยู่กับแฟนสาวที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประกอบกับเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พบรถบรรทุกจอดทิ้งไว้ที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งยังเหลือบุหรี่ยี่ห้อต่างๆ 32 หีบ จึงประสานกับตำรวจพื้นที่ให้ตรวจสอบ ทราบว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่จริง แถมมีอาการลุกลี้ลุกลน และไม่ค่อยออกมาจากบ้าน

 ชุดสืบสวนจึงควบคุมตัว มาโนญ มาสอบสวน ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ และพบหลักฐานเป็นโทรศัพท์มือถือกว่า 10 เครื่องที่ลบบันทึกข้อมูลการใช้ทั้งหมด รวมถึงสินค้าหลายรายการที่คาดว่าได้มาจากการกระทำความผิด และยังให้การซัดทอดนายสิทธิศักดิ์ นายวัลลพ ประทุม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 ต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว  รวมถึงนางอมรรัตน์ ทองอ่อน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/7 หมู่ 2 ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธร่วมก่อคดีนี้

 "ทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้ถูกกล่าวหาปล้นทรัพย์ราคาบุหรี่สนนราคาตกหีบละ 2 หมื่นบาท แต่ถูกนำไปขายในราคา 8,000 บาท เป็นเงินสดที่ต้องได้เกือบ 3 ล้านบาท แต่ยังได้ไม่ครบเพราะถูกจับก่อน ขณะนี้กำลังให้ชุดสืบสวนขยายผลผู้ที่รับซื้อบุหรี่ไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ระบุ