
หุ่นยนต์กับพระแก่
ถ้าหาก กฎ ก.พ.ฉบับเด็ดหัวงู ที่ล่าสุดดันเข้า ครม.นั้น มีผลบังคับใช้ ถึงแม้จะไม่มีผลต่อข้าราชการบางประเภท เช่น ครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา ตุลาการ แต่ก็น่าเชื่อว่า จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง
เพราะจะว่าไปการคุกคามทางเพศนั้น ส่งผลโดยตรงต่องาน
ข้าราชการสาวที่ได้ "เจ้านายหัวงู" ก็นับเป็นเรื่องอภิมหาซวย ยกเว้นเป็นประเภทที่นิยมไต่เต้าด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ข้าราชการประเภทนี้ ยังมีอยู่
กฎ ก.พ.ที่ว่านั้น มีอยู่ 5 ข้อ รวมๆ แล้วก็ประมาณว่า ห้ามคุกคามทางเพศ ตั้งแต่ ส่งสายตา จับมือถือแขน เล่าเรื่องลามก ส่งรูปลามก รวมกระทั่งส่งสายตาให้ ก็ยังไม่ได้ถ้าสาวเจ้าไม่เล่นด้วย
ก.พ.อ้างว่า ที่ต้องออกกฎ "เข้ม" และ "แรง" อย่างนี้ ก็เพราะที่ผ่านมา ข้าราชการสาวมักจะตกเป็นเหยื่อ ถูกแทะโลมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ การออกกฎมาครั้งนี้ หากผิดจริงมีโทษถึงขั้นไล่ออก
เรื่องนี้ว่าไปก็น่าเห็นใจ ข้าราชการสาวทั้งหลาย แต่มองอีกแง่หนึ่ง เรากำลังพยายามป้องกันภัยจากผู้บังคับบัญชาที่คุกคามทางเพศ เพื่อให้ได้ "งาน" ที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเราใช้กฎนี้อย่างเข้มข้น มีอะไรมาประกันได้บ้างว่า "งาน" มันจะดีขึ้น
ตรงกันข้าม ด้วยแนวทางนี้ เราน่าจะกำลังจะได้หุ่นยนต์มาทำงานแทนคนที่มีเลือดมีเนื้อ มีชีวิตจิตใจเสียมากกว่า
จริงๆ แล้วปัญหาก็คือ กฎระเบียบที่มีอยู่นั้น ไม่เคยมีผลต่อการปฏิบัติอย่างจริงจัง การร้องเรียนว่ามีการคุกคามทางเพศ สุดท้ายมักจบลงด้วยการไกล่เกลี่ย ให้ผู้ถูกกระทำยอมความ ขณะที่คนทำ ก็เติบโตก้าวหน้า
จิตสำนึกของทุกคน โดยเฉพาะ ผู้หญิงนั้น รู้ดีว่า อะไรคือลวนลาม อะไรคือการพูดจาเล่นหัว แต่เมื่อมีเรื่องและเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน คนที่ ก.พ.ก็น่าจะรู้ดีว่า มีกี่กรณีที่ ผู้ถูกร้องเรียนได้รับโทษอย่าสาสมกับที่ตนกระทำ
แต่ผู้ที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกก็คือ ผู้หญิงที่มาร้องเรียนนั่นต่างหาก ที่ต้องเปิดตัว สู้สายตาหมิ่นหยามจากเพื่อนร่วมงานและสังคมโดยรอบ และเล่าเรื่องที่ถูกหยามเกียรตินั่นอีกครั้ง เพื่อยืนยันความจริง โดยยอมที่จะเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ว่าถูกกระทำเป็นครั้งที่สอง
นั่นคือปลายเหตุ ในเมื่อกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับให้ป้องกันเหตุ ไม่ให้คนที่อยู่ในระดับให้คุณให้โทษบังอาจกระทำหยามเกียรติคนอื่นได้สำนึก ไม่อาจขับเคลื่อนด้วยตัวมันเองได้
การออกกฎลักษณะนี้มา เป็นเพียงแค่การหันเหความสนใจของคนให้พ้นจากการตั้งคำถามถึงการลูบหน้าปะจมูก
สุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้หุ่นยนต์มาทำงาน เราก็คงได้พระแก่ๆ มาทำ เพราะจะว่าไปแล้วพระสมัยนี้ ก็วางใจไม่ได้เช่นกัน
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



