ข่าว

เดินทางให้สุดทางความยุติธรรม

เดินทางให้สุดทางความยุติธรรม

31 ส.ค. 2553

กรณีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (กพค.) มีมติให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอ 41 ตำแหน่งของกระทรวงมหาดไทย ไม่เป็นไปตามหลักการธรรมาภิบาล และกรณีศาลปกครองกลาง มีคำสั่งเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

 ทั้งนายพลสมัยที่มีอดีต ผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เฉพาะราย พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ที่ถูก พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยมีนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผบ.ตร. ขณะนั้น เป็นผู้ถูกฟ้องด้วย เนื้อหาสาระของคำสั่งศาลปกครอง สรุปได้ว่า การดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นไปโดยมิชอบ

 ทั้ง 2 กรณีย่อมสร้างความปวดหัวแก่ฝ่ายการเมืองที่รับผิดชอบกำกับดูแลทั้ง 2 หน่วยงานข้างต้น

 แต่ที่น่าติดตามคือ ผลของทั้ง 2 กรณี จะเป็นไปตามฐานของความผิดอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ บรรดาข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และข้าราชการตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสนใจต่อปรากฏการณ์เรียกร้องหาความเป็นธรรมทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างมาก

 เฝ้าดูว่าผู้เสียสิทธิ์ ผู้เสียประโยชน์ จะดำเนินการเช่นไรต่อไป

 ผู้ที่ถูกกล่าวหาและสังคม ได้ประณามถึง ความไร้คุณธรรม ขาดซึ่งธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง ดังที่ปรากฏในรายละเอียดถึงพฤติกรรมดังกล่าวในมติของ กพค.และศาลปกครอง

 ชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป เพื่อให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา ถูกลงโทษในฐานะที่ทำลายระบบราชการของประเทศ ที่ได้วางรากฐานไว้ตั้งแต่สมัยของพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ของประชาชนไทย

 ข้อเรียกร้องให้มีการดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมจนสุดทาง เพื่อให้ผู้ที่มีความคิดไม่ดี และอยู่ในอำนาจการปกครองบ้านเมืองได้ยั้งคิด

 นี่ก็มีข่าวว่า ยังดำเนินการอย่างไร้ธรรมาภิบาล ในการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลที่จะมีขึ้นสัปดาห์นี้ เพื่อสนองตัณหาทางการเมือง และผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนร่วม โดยอ้างอำนาจและอิทธิพล ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เป็นเกราะกำบัง

 จะเป็นการพิสูจน์ว่า ไม่มีใครกลัวใคร หากยึดถือกฎหมายของบ้านเมืองเป็นหลักหรือไม่

คมพิทักราษฎร์