
สั่งพาณิชย์คุมเข้มขายสินค้าเกินราคา
นายกฯ กำชับพาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้า หลังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามามากปล่อยต่างจังหวัดขายเกินราคา ด้านพาณิชย์เชื่อสินค้าแห่ปรับขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา ก.ย.นี้
นายธราดล เปี่ยมพงษ์ศานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีมติรับทราบมาตรการและแผนการดูแลราคาสินค้า ในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2553 ทั้งการควบคุมราคาน้ำตาลทรายใน 38 จังหวัด การกำหนดราคาจำหน่ายปลีกของไข่ไก่ เนื้อสุกรชำแหละ น้ำดื่มบรรจุขวด และอาหารปรุงเสร็จ โดยจะมีการเพิ่มจำนวนร้านอาหารมิตรธงฟ้า จาก 4,000 ร้านค้า เป็น 6,000 ร้านค้า ใช้งบ 104 ล้านบาท ในการจัดงานธงฟ้ามหาชนอีก 150 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
แหล่งข่าวจากที่ประชุมระบุว่า นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทยได้สอบถามกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการแสดงต้นทุนราคาสินค้าแต่ละรายการ เนื่องจากพบว่าสินค้าในแต่ละพื้นที่มีราคาต่างกัน โดยเฉพาะต่างจังหวัดบางชนิดมีราคาสูงกว่าราคาควบคุม 300-400% ครม.เศรษฐกิจจึงสั่งให้ไปจัดทำต้นทุนสินค้าแต่ละรายการและกำหนดราคากลางสินค้าตามรายภาคด้วย
นอกจากนั้นในที่ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ ดูแลเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้าให้รอบคอบ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม จึงต้องกวดขันอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงที่รัฐบาลจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและค่าแรงขั้นต่ำในเดือนเมษายน 2554
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันยังไม่มีสินค้ารายการใดปรับราคาขาย เพราะอยู่ในช่วงขอความร่วมมือตรึงราคาไปถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ยกเว้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ ที่หมดช่วงโปรโมชั่น ผู้ค้าจึงขายราคาปกติ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าราคาสูงขึ้น แต่หากพ้นสิ้นเดือนกันยายนนี้ไปแล้ว อาจมีผู้ผลิตสินค้าบางรายการที่อาจขอปรับขึ้นราคาขาย เพราะต้นทุนสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศสูงขึ้นประมาณ 20-30% เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด และเครื่องครัว ซึ่งกรมต้องขอพิจารณาต้นทุน และขอหารือกับรมว.พาณิชย์ก่อนว่าจะมีมาตรการอย่างไร ส่วนสินค้าอื่นๆ ยังจะขอความร่วมมือตรึงราคาต่อจนถึงสิ้นปีนี้



