
แจ้งจับครูศิลปะเมืองย่าโมเฆี่ยนเด็กยกหอกว่า40คน
ครูศิลปะเมืองย่าโมทำโทษนักเรียน ใช้หวายพันเทปเฆี่ยนเด็กหอพักกว่า 40 คน เด็กแอบถ่ายคลิปวิดีโอประจาน ผู้ปกครองสุดทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันที ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนชี้แจง ตั้งกก.สอบ พบผิดจริง ไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว พร้อมรับผิดและขอโทษผู้ปกครอง
เหตุการณ์ครูทำโทษนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ต.ท.จำนงค์ สายป้อง พนักงานสอบสวน (สบ.3) สภ.เมืองนครราชสีมา แจ้งว่ามีบรรดาผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา พร้อมเด็กนักเรียนชายอายุ 15-18 ปี จำนวนหนึ่ง เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับครู 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน ซึ่งเป็นครูผู้ดูแลหอพักชาย ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับนำหลักฐานคลิปวิดีโอขณะที่ครูผู้ชายคนหนึ่งใช้หวายที่พันด้วยเทปพันสายไฟเฆี่ยนตีเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1-6 จำนวนกว่า 40 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30-22.00 น. วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม ภายในหอพักในโรงเรียน
นักเรียนชั้น ม.5 หนึ่งในผู้ที่ถูกตี เปิดเผยว่า ตนพร้อมทั้งรุ่นน้องและรุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนชายทั้งหมดตั้งแต่ชั้น ม.1-6 ซึ่งพักอยู่ในหอของโรงเรียน ได้ถูกครูสอนศิลปศึกษา ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ดูแลหอพักทำโทษอย่างทารุณด้วยวิธีใช้หวายพันด้วยเทปพันสายไฟฟ้าเฆี่ยนตีด้วยความรุนแรงตามบริเวณร่างกายทีละคน รวมกว่า 40 คน โดยเฉพาะตนถูกตีถึง 12 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บที่ก้น และบริเวณเอว
ส่วนสาเหตุที่ถูกตี เนื่องจากครูคนดังกล่าว กล่าวหาว่าทำผิดกฎระเบียบของการอยู่หอพัก เพราะไม่ทำความสะอาดหอพัก ทั้งๆ นักเรียนที่เป็นเวรได้ทำความสะอาดแล้วแต่ยังมีเศษขยะบางส่วนที่ไปกองรวมกันไว้รอที่จะตักขยะไปทิ้ง แต่ครูมาพบก่อน คิดว่านักเรียนไม่ได้ทำความสะอาดจึงเรียกนักเรียนมาทำโทษทั้งหอพักทีละคน ด้วยวิธีเฆี่ยนตี และยังบังคับให้ครูอีก 2 คน ที่ดูแลหอพักด้วยกัน ลงโทษนักเรียนด้วยการตีอีกคนละ 4 ครั้ง แต่ครูทั้งสองคนก็ได้ลงโทษไปตามกติกาที่ยอมรับได้ เพราะทั้งสองคนไม่ได้ใช้อารมณ์ลงโทษเหมือนครูคนแรก
ทั้งนี้ระหว่างที่ครูสอนศิลปศึกษากำลังลงโทษนักเรียนอยู่นั้น ก็มีนักเรียนบางคนที่ทนเห็นพฤติการณ์อันทารุณไม่ได้ จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ จากการลงโทษครั้งนี้ทำให้เด็กนักเรียนทั้ง 40 คน ได้รับบาดเจ็บและมีบางคนมีบาดแผลตามร่างกาย และมีรอยเขียวช้ำที่บริเวณหลังและก้นไม่สามารถนอนและนั่งตามปกติได้ จนต้องไปพบแพทย์ และระหว่างการลงโทษครูยังใช้เก้าอี้ทุ่มใส่เด็กนักเรียนอีกด้วย
หลังเกิดเหตุนักเรียนที่ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ได้นำไปให้ผู้ปกครองดู ส่งผลให้ผู้ปกครองเด็กนักเรียนรวมตัวกันนำหลักฐานไปทวงถามความรับผิดชอบจากผู้บริหารโรงเรียน และยื่นข้อเรียกร้องให้โรงเรียนให้ออก หรือย้ายครูสอนศิลปศึกษา ที่เฆี่ยนตีทำโทษนักเรียนอย่างรุนแรงไปรับผิดชอบหน้าที่อื่น แต่ปรากฏว่าทางโรงเรียนกลับให้ผู้ปกครองไปตกลงค่าเสียหายกับครูคนดังกล่าวเอาเอง และไม่ให้คำตอบว่าจะให้ออกหรือย้ายหรือไม่ โดยอ้างว่าจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน และพยายามไกล่เกลี่ยให้ยอมความกัน ส่งผลให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่ถูกลงโทษตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาเอาผิดกับครูที่ตีนักเรียนในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ
ผู้ปกครองนักเรียนคนหนึ่งที่ถูกทำโทษกล่าวว่า จากการดูคลิปวิดีโอที่ครูลงโทษเด็กนักเรียนแล้ว เห็นชัดเจนว่า ครูคนนั้นไม่มีวิญญาณของความเป็นครู เป็นพฤติกรรมของการทำโทษที่ทารุณและมีอารมณ์ที่โหดร้าย จากการสอบถามบุตรชายและนักเรียนคนอื่นก็เห็นว่าการลงโทษครั้งนี้ไม่มีเหตุผลเพียงพอ น่าจะใช้วิธีการอื่นที่เหมาะสมกว่าไม่ใช่ว่าตนและผู้ปกครองคนอื่นไม่ต้องการให้ครูตีหรือลงโทษเด็ก แต่การกระทำครั้งนี้ถือว่าเกินกว่าเหตุ
ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีกฎระเบียบออกมาแล้วว่า ห้ามครูลงโทษนักเรียนด้วยวิธีเฆี่ยนตี ซึ่งก็ไม่ทราบว่าครูคนดังกล่าวคิดอย่างไรที่ทำเช่นนั้น หากเป็นลูกหลานถูกกระทำเช่นนี้จะมีความรู้สึกอย่างไร ลูกชายของตนและเพื่อนๆ ร่วม 40 คน ที่ถูกทำโทษต่างก็ได้รับบาดเจ็บ และหวาดผวาไม่กล้าเข้าไปพักในหอพักดังกล่าวอีก เพราะเกรงจะถูกทำโทษอีก บรรดาผู้ปกครองได้ไปพบกับผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เพื่อเรียกร้องทางโรงเรียนรับผิดชอบกับการกระทำของครู โดยให้ออกจากการทำหน้าที่ครู และไม่ให้รับผิดชอบดูแลหอพัก แต่ผู้บริหารโรงเรียนกลับพยายามพูดจาไกล่เกลี่ยให้ยอมความกัน ผู้ปกครองจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูทั้งสาม โดยเฉพาะครูสอนศิลปศึกษา ที่ลงมือเฆี่ยนตีเด็กอย่างโหดเหี้ยมเกินความเป็นครู ซึ่งมีภาพปรากฏในคลิปวิดีโอ
พ.ต.ท.จำนงค์ สายป้อง พนักงานสอบสวน (สบ3) เจ้าของคดีเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งความจากผู้ปกครองและนักเรียนแล้ว และได้สอบปากคำนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและบันทึกภาพเป็นหลักฐานพร้อมกับนำตัวนักเรียนไปให้แพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา ตรวจร่างกาย และจะให้ตำรวจวิทยาการจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ตรวจพิสูจน์เพื่อประกอบการดำเนินคดีอีกครั้ง จากนั้นจะเชิญครูทั้งสามคนที่ถูกกล่าวหามาให้ปากคำ หากไม่มาก็จะออกหมายเรียก และถ้ายังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีก ตำรวจก็จะขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 สิงหาคม ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป และครูประจำหอพักคนใหม่ออกมาชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวถึงบทสรุปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากผู้บริหารทราบเรื่อง ก็ได้สั่งปลดครูผู้กระทำความผิดออกจากตำแหน่งครูผู้ดูแลหอพัก พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยทันทีตั้งแต่วันเกิดเหตุ (23 ส.ค.) และได้แต่งตั้งครูผู้ดูแลหอพักคนใหม่ โดยผลการสอบสวนเสร็จเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พบว่าครูคนดังกล่าวมีความผิดจริงฐานทำโทษเด็กรุนแรงเกินกว่าเหตุ และทำผิดกฎระเบียบข้อบังคับของทางโรงเรียน รวมถึงตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการอย่างร้ายแรง จึงได้ไล่ออกจากโรงเรียนโดยทันที ซึ่งมีผลบังคับเมื่อวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม และเจ้าตัวก็รับทราบ พร้อมกับยอมรับผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ครูประจำหอพักคนใหม่ กล่าวอีกว่า ทางโรงเรียนต้องขอแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าทางโรงเรียนจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดของแต่ละบุคคล ทางโรงเรียนไม่มีเจตนาหรือมีข้อกำหนดใดๆ ที่ระบุให้ทำร้ายนักเรียนทั้งสิ้น อีกทั้งครูคนดังกล่าวก็เป็นเพียงผู้สนับสนุนการศึกษาทดลองงาน เนื่องจากไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ที่ทางโรงเรียนเพิ่งรับเข้ามาทำหน้าที่ดูแลควบคุมหอพัก และสอนวิชาศิลปศึกษา ซึ่งการดำเนินการเอาผิดใดๆ หลังจากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง ส่วนของโรงเรียนก็ได้ลงโทษตามระเบียบข้อบังคับไปแล้ว ส่วนครูอีก 2 รายที่ร่วมกระทำผิดทางคณะกรรมการสอบสวนได้ลงความเห็นว่ามีความผิดแต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นให้ออก จึงได้ภาคทัณฑ์ตักเตือนไว้ หากพบกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวอีกจะให้ออกจากการเป็นครูของโรงเรียนโดยทันที
ส่วนมาตรการเยียวยาเด็กที่ได้รับบาดเจ็บนั้น หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปกล่าวว่า ทางโรงเรียนได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับทางผู้ปกครองแล้วเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โดยได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บหนักจำนวน 2 ราย เป็นเงิน 2.5 หมื่นบาทในเบื้องต้น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรายอื่นๆ กำลังอยู่ในการพิจารณาของผู้บริหารซึ่งจะมีการเจรจากับผู้ปกครองอีกครั้ง
นายชูศักดิ์ หมั่นสระเกษ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1 เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกกฎกระทรวงห้ามเฆี่ยนตีหรือลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการกระทำที่รุนแรง และห้ามเฆี่ยนตีที่ก้นและห้ามตีเด็กประจานหน้าธง แต่ถ้าเป็นการลงโทษธรรมดาเพื่อสั่งสอนเด็กครูก็สามารถทำได้ ซึ่ง สพท.ได้มีหนังสือสั่งการแจ้งไปยังทุกโรงเรียนทั้งของภาครัฐและเอกชนให้รับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแล้ว
นายชูศักดิ์ กล่าวอีก แต่การกระทำครั้งนี้ เท่าที่ดูจากคลิปวิดีโอ ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและมีความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งทราบว่าทางผู้บริหารโรงเรียนให้ออกจากการทำหน้าที่ครูแล้ว และผู้ปกครองก็ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว ส่วนการที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่มาทำหน้าที่ครูสอนศิลปะนั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และคุรุสภาจังหวัดนครราชสีมาจะต้องเข้าไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากสำนักงาน สพท.นครราชสีมา เขต 1 ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย ส่วนการเอาผิดกับครูที่ลงโทษเด็กรุนแรงนั้น คงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



