
บิ๊กอสังหาฯลุ้นแพ็กเกจดอกเบี้ยถูกบตท.
เริ่มแล้วกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% และมีแนวโน้มจะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2-3 ครั้งภายในปีนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ พร้อมกับคาดการณ์กันว่าเศรษฐก
เมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้นนั่นเป็นเครื่องตอกย้ำว่า ภาระการผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น ขีดความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ พยายามหาทางออกที่นอกจากจะผูกติดทำแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษกับธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังหาช่องเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาทร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาฯ ทั้งรายใหญ่และกลางคลอดโครงการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าโดยตรง โดยผู้ประกอบการที่สนใจมีดังนี้ บมจ.พฤกษา บริษัท ธารารมณ์ และบริษัทบ้านกานดา เป็นต้น
การจัดทำโครงการดังกล่าวของบตท. หากสำเร็จเท่ากับบทบาทมีเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเป้าหมายหลักซื้อสินเชื่ออสังหาฯ จากธนาคาร ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าพอร์ตสินเชื่อที่ซื้อมาบริหารนั้นถือว่าค่อนข้างน้อย
โครงการรับซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นมอร์เกจคอมปานี หรือ MC-D ทางบตท.เตรียมเปิดตัวโครงการดังกล่าวภายในช่วงต้นไตรมาส 4/2553 โดยจะมีการบันทึกข้อตกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ระหว่างบตท., ผู้ประกอบการอสังหาฯ และผู้วิเคราะห์สินเชื่อ (Underwriter) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทาง บตท. ได้กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของดีเวลลอปเปอร์และคุณสมบัติผู้ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อ ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงคุณสมบัติของผู้กู้ด้วย
หลังจากเริ่มพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทอสังหาฯ ตามหลักเกณฑ์ของบตท.พบว่ามีผู้ประกอบการที่เข้าข่ายปล่อยกู้ให้ลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการได้กว่า 10 บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์มีอยู่ประมาณ 2-3 ราย และยังมีอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และขณะนี้บตท.เริ่มเข้าไปเจรจาสร้างความเข้าใจเบื้องต้นกับบริษัทอสังหาฯ แล้ว ในด้านต่างๆ
กรอบวงเงินสินเชื่อที่บตท.จะรับซื้อจากดีเวลลอปเปอร์ เบื้องต้นจะไม่เกินรายละ 500 ล้านบาทก่อน หรือวงเงินรวมปีแรก 1,500 ล้านบาท ซึ่งหากประสบความสำเร็จในการปล่อยสินเชื่อ และดีเวลลอปเปอร์ต้องการสภาพคล่องของการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ก็อาจจะเพิ่มกรอบวงเงินในการรับซื้อสินเชื่อเพิ่มขึ้นภายหลัง อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกบตท. คาดว่าดีเวลลอปเปอร์คงจะสามารถปล่อยกู้ให้ลูกค้า และนำพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวมาขายให้บตท.ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทหรือ 60-70% ของวงเงินสินเชื่อรวม
สภาพคล่องล้นอาจดึงโครงการเกิดยาก
"คม ชัด ลึก" สอบถามความเห็นของผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่อโครงการดังกล่าวว่า หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ คือทำให้สามารถขายอสังหาฯ และรับเงินจากการโอนขายได้รวดเร็ว เกิดรอบหมุนสภาพคล่องทางธุรกิจ สามารถปิดโครงการได้เร็ว และยังสามารถวางแผนการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเพิ่มช่องทางในการกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัยให้ลูกค้าได้เลือกเพิ่มขึ้น ยิ่งในยุคปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ในภาวะขาขึ้น ผู้กู้จะได้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากภาระค่าผ่อนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
"แพ็กเกจสินเชื่อที่อยู่อาศัยของบตท.จะต้องน่าสนใจและแข่งกับแบงก์อื่นๆ ได้ เพราะขณะนี้แบงก์พาณิชย์ขนาดใหญ่แข่งกันปล่อยดอกเบี้ยมาก" นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทบ้านกานดา กล่าวพร้อมกับระบุว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมลงนามภายใต้ความร่วมมือจัดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบ้านกานดา โดยบตท.จะรับซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยของโครงการบ้านกานดาจากธนาคารกสิกรไทย หรือธนาคารเกียรตินาคิน เพื่อช่วยประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น จากอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 0% ใน 1 ปีแรก
พร้อมกันนี้นายอิสระ ยังระบุว่า เนื่องจากปัจจุบันสภาพคล่องในตลาดล้น ธนาคารพาณิชย์แข่งปล่อยกู้ดอกเบี้ยพิเศษ อาจเป็นอุปสรรคหนึ่งของบตท.ในการผลักดันให้โครงการดังกล่าวเกิด อีกทั้งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเลยว่า บตท. เป็นใคร บทบาทและหน้าที่ทำอะไรบ้าง ซึ่งต่างจากธนาคารพาณิชย์ที่ประชาชนรู้จักและคุ้นเคย ในกรณีนี้ก็อาจเป็นอุปสรรคอีกอันของบตท.ด้วยเช่นกัน ดังนั้น บตท.จะต้องประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วๆ ไป ด้วยการผ่านสื่อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และการจัดกิจกรรมต่างๆ การออกให้ความรู้กับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่างถึงบทบาทของบตท.
นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่ตนและทีมผู้บริหารตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ได้ประชุมร่วมกันในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2553 ทำให้รับทราบถึงเงื่อนไขและรายละเอียดในการเข้าร่วมโครงการรับจำนอง (ปล่อยกู้) ให้ลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยกับโครงการจัดสรรของบริษัท โดยการปล่อยกู้นั้นจะมีคนกลางที่เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่ผ่านมาคัดเลือกจาก บตท.มาทำการวิเคราะห์สินเชื่อช่วยบริษัท หลังจากนั้นหากมีการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าแล้วบริษัทก็จะขายพอร์ตลูกค้าดังกล่าวให้ บตท.ต่อไป
การดำเนินการดังกล่าว เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้เพื่อซื้อบ้านในช่วงการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และถึงแม้ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จะแข่งขันปล่อยกู้ให้ลูกค้าในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือ 0% แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น 6 เดือน หรือ 1 ปี ขณะที่โมเดลแพ็กเกจดอกเบี้ยจาก บตท.นั้นน่าจะเป็นคงที่ระยะยาวอย่างน้อย 5-10 ปี
ปรียา เทศนอก



