ข่าว

ไฟเขียวร่วมทุนจีนผุดรถไฟความเร็วสูงดึงเอกชนลงขันพีพีพีอีก2เส้นทางกว่า2.6แสนล.

ไฟเขียวร่วมทุนจีนผุดรถไฟความเร็วสูงดึงเอกชนลงขันพีพีพีอีก2เส้นทางกว่า2.6แสนล.

31 ส.ค. 2553

ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวจีนร่วมทุนรถไฟความเร็วสูงเส้นหนองคาย-ปาดังเบซาร์ พร้อมสั่งคลังศึกษาแนวทางดึงเอกชนร่วมทุนแบบพีพีพีอีก 2 เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ระยอง ขีดเส้นเสนอครม.ภายในก.ย.นี้

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (พีพีพี) ซึ่งมีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ไปศึกษาแนวทางก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง ในเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อรับฟังความเห็นจากนักลงทุนไทยและต่างชาติว่าจะมีแนวทางการลงทุน และแบ่งผลตอบแทนอย่างไร เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทางแรก คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย ในเฟสแรก และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ในเฟสสองนั้น ทางรัฐบาลจีนสนใจร่วมลงทุนกับรัฐบาลไทยแล้ว แต่อีกสองเส้นทางข้างต้นต้องหาผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้การลงทุนก่อสร้าง 4 เส้นทาง วงเงิน  7 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าโดยเร็ว

 นายธราดล เปี่ยมพงศ์ศานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ต้องทำการศึกษาว่าแนวทางใดจะเหมาะสมที่สุด ทั้งเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยมีทางเลือกว่าจะให้ความเร็วรถไฟฟ้า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะหากความเร็วสูงก็จะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง และต้องดูว่าจะใช้ระบบรางเดิมหรือสร้างเป็นรางมาตรฐานใหม่แบบสแตนด์ดาร์ดเกต โดยโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง มี กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 209,936 ล้านบาท กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร วงเงิน 180,379 ล้านบาท กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 937 กิโลเมตร วงเงิน  234,071 ล้านบาท และกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร วงเงิน 56,601 ล้านบาท เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสิ้นเดือนกันยายน

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบตามแผนการลงทุนในระบบราง 5 ปี วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบรางและเพิ่มความเร็วของรถไฟเป็น 120-140 กิโลกเมตรต่อชั่วโมง จากปัจจุบันที่วิ่ง 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการพิจารณาร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ในการลงทุนรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง รวมถึงการร่วมลงทุนกับจีนอีก 2 เส้นทาง

 “กระทรวงการคลังมีหน้าที่ศึกษารูปแบบที่จะตั้งบริษัทร่วมทุนกับจีนว่าจะเป็นการถือหุ้นในสัดส่วนใด เพราะหากถือเกิน 51% ก็จะเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสีย โดยจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ขณะที่รถไฟก็มีหน้าที่เดินหน้าลงทุนในกรอบ 1.7 แสนล้านบาท” นายกรณ์กล่าว