
ชี้ใช้จ่ายในปท.หนุนเศรษฐกิจโตต่อ
สศค.ยันเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 7% เตรียมประกาศตัวเลขใหม่ปลายก.ย.นี้ ระบุเศรษฐกิจเดือนก.ค.โตต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายในประเทศ รายได้เกษตรกรปรับตัวดีขึ้น ทดแทนส่งออกชะลอตัว
นายสาธิต รังคศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากที่เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวได้ถึง 10.6% โดยเฉพาะการขยายตัวในไตรมาสที่ 2 ที่ 9.1% นั้น ถือเป็นระดับการขยายตัวที่สูงกว่าที่ สศค.เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 8% และแม้เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะมีสัญญาณการขยายตัวที่ชะลอลง แต่เชื่อว่าคงไม่ขยายตัวต่ำกว่า 5% ทำให้มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2553 จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 7% จากที่เดิมที่ประมาณการไว้ที่ 5-6% โดย สศค.จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจครั้งใหม่ในวันที่ 29 กันยายนนี้
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม พบว่ายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากการใช้จ่ายในประเทศ ช่วยลดผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนค่าเงินบาท คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 32.1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยพบว่าการแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมายังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย
"ส่วนกรณีที่ ธปท. ออกมาส่งสัญญาณว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น เชื่อว่า ธปท.จะทราบดีว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการบริโภคในประเทศ สศค.จึงไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณเตือน ธปท. ในเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด" นายสาธิตกล่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ถือว่ามีความยืดหยุ่นสูงมาก เพราะทันทีที่การส่งออกเริ่มชะลอลง การบริโภคก็เริ่มเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตได้อย่างต่อเนื่อง มีปัจจัยมาจากจำนวนผู้ว่างงานหากอยู่ในระดับต่ำต่อไป จะแสดงให้เห็นว่าประชาชนยังมีรายได้มาจับจ่ายใช้สอย ประการต่อมาคือรายได้ของเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งผู้ที่มีอาชีพเกษตรกรคิดเป็น 40% ของแรงงานทั้งหมด 38 ล้านคน และปัจจัยสุดท้ายคือการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการปล่อยสินเชื่อเพื่อการอุปโภค บริโภคมีการขยายตัวสูงมาก



