
ระวัง ! ฝันสลาย
คนไทยมักจะถูกหลอกให้ฝันหวานกันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝันหวานจากโครงการร้อยแปดพันเก้า ที่เกิดจากความคิดริเริ่มของนักการเมือง เพราะสัตว์โลกสายพันธุ์นักการเมืองไทยนั้น เป็นสัตว์โลกที่ฝันเก่งที่สุดและฝันได้แม้ในเวลากลางวัน หลายครั้งที่ฝันได้ใกล้เค
สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกที่เชื่อมระหว่างไทยกับลาวสร้างขึ้นที่จ.หนองคาย จากนั้นสะพานแห่งที่สองก็ตามมาที่จ.มุกดาหารเชื่อมกับเมืองสะหวันนะเขต สะพานแห่งที่สามกำลังเร่งมือที่นครพนม และแห่งที่สี่ที่กำลังตามมาคือเชียงของ จ.เชียงราย
การแข่งกันสร้างสะพานภายใต้แรงผลักดันของฝ่ายการค้าและการเมืองของไทยเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าประเทศลาวไม่มีทางออกทะเล การขนส่งสินค้าเข้าและออกจึงต้องพึ่งพาไทยและเวียดนามเป็นทางผ่าน แต่เวียดนามมีปัญหาเรื่องมรสุมโหมกระหน่ำซ้ำซัดจนเป็นอุปสรรคอยู่บ่อยๆ การขนส่งผ่านไทยจึงเป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด
อีกทั้งการเปิดประตูการค้าระหว่างประเทศกลุ่มอาเซียนกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนทางตอนใต้และทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้สินค้าจากจีนและจากประเทศหลักของอาเซียน อันประกอบไปด้วย ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ มีการขนถ่ายผ่านส่งกันไปมาจำนวนมาก เส้นทางการขนส่งทางบกจึงเป็นเส้นทางสำคัญ และมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคนี้ ไม่เว้นแม้แต่จากเวียดนามมายังประเทศหลักทั้งสามประเทศด้วยเช่นกัน
ทุกพื้นที่จังหวัดที่มีการวางแผนก่อสร้างสะพาน มักจะได้รับยาหอมว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในท้องถิ่นปีละนับร้อยนับพันล้านบาท ส่งผลดีทั้งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ เช่น การท่องเที่ยว และโรงแรมที่พัก เป็นต้น
แต่ความฝันทั้งหลายที่ถูกปลูกกันเอาไว้นั้น ไม่รู้ว่ามีใครหรือหน่วยงานไหนที่จะติดตามความฝันให้หวานสมกับที่คิดไว้กันบ้างหรือไม่ เพราะคนที่คลุกวงในอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องนี้รู้กันดีว่า ฝันที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าและนักท่องเที่ยวไปสู่ประเทศต่างๆ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขง หรือผ่านประเทศลาวตามช่องทางต่างๆ นั้น เริ่มมีอุปสรรคโผล่มาให้เห็นเค้าลางขึ้นบ้างแล้ว หากไม่มีใครรีบเข้าไปเจรจาแก้ไข ฝันที่คิดกันไว้อาจจะกลายเป็นฝันเปียกฝันค้างฝันกลางวันขึ้นมาได้
เรื่องของเรื่องคือบางองค์กรบางหน่วยงานของลาว เริ่มรู้สึกว่าการพัฒนาเส้นทางต่างๆ นั้นผลประโยชน์ตกอยู่กับลาวน้อยเกินไป แถมลาวยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงอีกมหาศาลด้วย เนื่องจากรถยนต์บรรทุกสินค้าและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะใช้ลาวเป็นแค่ทางผ่านไปยังประเทศที่สามเช่น เวียดนาม หรือจีนเท่านั้น
ดังนั้น ในอนาคตอันไม่ไกลเกินไปหากไม่มีใครเข้าไปเจรจาแก้ไข ลาวอาจจะมีกติกาแกมบังคับให้รถขนส่งสินค้า ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายคอนเทนเนอร์ในประเทศลาว ซึ่งจะทำให้เวลาการขนส่งสินค้ายาวนานมากขึ้น ไม่เหมาะสมสำหรับสินค้าเร่งด่วนหลายรายการ ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่าน อาจจะต้องถูกบังคับโดยกฎระเบียบกลายๆ ให้ต้องใช้เวลาอยู่ในประเทศลาวอย่างน้อยสักหนึ่งคืน เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเวียนในประเทศ ไปสู่ประชาชนชาวลาวโดยตรงได้มากขึ้น เรื่องอย่างนี้โบราณว่าเอาไว้ว่า ไม่มีไฟย่อมไม่มีควัน หรือไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้ ดังนั้น ใครที่มีหน้าที่ก็ควรที่จะหาทางดับไฟเสียก่อนที่จะเห็นควันก็จะดีอย่างยิ่งครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



