
วันนี้ที่ฮานอย
ผมกลับมาเยือนฮานอยอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไป 6-7 ปี แม้ว่าสภาพโดยทั่วไปจะไม่แปลกตาไปจากเดิมมากนัก ไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าๆ การแต่งกายของผู้คน หรือร้านเฝอ ร้านน้ำชาข้างถนน ที่เนืองแน่นไปด้วยลูกค้าที่ล้อมวงรับประทานอาหาร
หรือสนทนากันบนม้านั่งเตี้ยๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงพลวัตรแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เคลื่อนตัวไปพร้อมๆ กัน นับตั้งแต่การก่อสร้างและซ่อมแซมตึกรามบ้านช่องตามย่านต่างๆ รถมอเตอร์ไซค์ที่เข้ามาครอบครองพื้นที่ถนนแทนที่รถจักรยานสองล้อ และร้านรวงที่คึกคัก
หลายคนที่มาฮานอย ซึ่งมีชื่อเดิมว่า ทาลอง หรือ มังกรทะยานฟ้า มักจะหลงใหลในบรรยากาศของเมืองเก่าและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเมือง แต่ภายในเวลาอีกไม่นานนัก ฮานอยก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์อย่างไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยง ไกลออกไปจากเมืองเก่าไม่มากนัก ฮานอยกำลังสร้างเมืองใหม่ที่ขยายพื้นที่ออกไป 3 เท่าตัวอย่างรีบเร่ง ซึ่งจะทำให้กรุงฮานอยเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ประมาณ 300 ตร.กม. ประกอบด้วยถนนหนทางที่กว้างขวาง ศูนย์ราชการ อาคารธุรกิจ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รถใต้ดิน และอาคารพักอาศัยที่ทันสมัย รวมถึงตึกที่สูงที่สุดในเวียดนาม สิ่งเหล่านี้จะพลิกโฉมนครเก่าแก่ที่กำลังจะมีอายุ 1,000 ปี ในวันที่ 10 เดือน 10 ปี (20) 10 ให้กลายเป็นเมืองที่มีความใหม่เอี่ยมในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับประชากรกว่า 9 ล้านคน และเศรษฐกิจการค้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
การที่รัฐบาลเวียดนามตั้งความหวังไว้กับการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง โดยหาทางเพิ่มจำนวนและคุณภาพของนักท่องเที่ยว จากปัจจุบันปีละ 4 ล้านคน ให้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวในอนาคตอันใกล้ ทำให้ฮานอยกำลังจะเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของโรงแรมที่พักในรูปต่างๆ ร้านอาหาร แหล่งบันเทิง และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าเวียดนามจะมีวิธีผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่กับชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างไร และความเปลี่ยนแปลงจะทำให้เสน่ห์ของฮานอยเหือดหายลงไปหรือไม่
นอกจากการสร้างเมืองใหม่แล้ว รัฐบาลเวียดนามยังมีโครงการระดับอภิมหาโปรเจกท์อีกหลายโครงการเพื่อเชื่อมโยงเมืองต่างๆ กับฮานอย เช่น การสร้างทางด่วนระหว่างฮานอยกับฮาลอง ซึ่งจะร่นเวลาการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ คือ ฮาลอง เบย์ จาก 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 45 นาที และที่สำคัญคือทางด่วนจากฮานอยไปโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งจะเชื่อมโยงภาคเหนือกับภาคใต้ของเวียดนามเข้าด้วยกันด้วยระบบคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว และเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชียที่ค้างเติ่งมาหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และสิ่งที่มักจะมาพร้อมกับการพัฒนาก็คือหนี้สิน เมื่อปีที่แล้วเวียดนามมีหนี้ต่างประเทศประมาณ 27.92 พันล้านดอลลาร์ หรือในราว 39 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ประมาณ 21 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินกู้จากองค์การพัฒนาแห่งเอเชีย (โอดีเอ) ซึ่งเงินที่เวียดนามกู้ยืมมาจากต่างประเทศนี้แน่นอนว่าส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ในการพัฒนาฮานอย แต่การพัฒนานั้นจะทำให้ "มังกรพันปี" เป็น "มังกรทะยานฟ้า" ได้ขนาดไหน เป็นเรื่องที่คงต้องติดตามกันต่อไปครับ



