
"ถวิล"มั่นใจนำร่างกม.ท้องถิ่นดีที่สุดมาใช้
"ถวิล ไพรสณฑ์" ชี้แจงกฏหมายบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ประชาธิปัตย์ไม่กล้าแทรกแซง เหตุพรรคการเมืองอื่นดูแล"มหาดไทย" มั่นใจว่ารัฐบาลจะศึกษาเปรียบเทียบทั้ง 3 ร่าง และเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้
การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบล” ในช่วงการอภิปรายเสวนา เรื่อง "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ....." โดยมีนายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ทำกฏหมายร่างฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการร่าง พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ได้ตอบข้อซักถามกับนายทวีศักดิ์ ศรีทองกิตติกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาชิกปลัด และรองปลัด อบต.จากทั่วประเทศ กว่า 2,500 คน ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี ( 26 มี.ค.ที่ผ่านมา)
นายถวิล กล่าวว่า การร่างกฏหมาย พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น(กถ.) ก่อนหน้านี้ การร่าง พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ร่าง พรบ.เอาไว้ 1 ฉบับ ส่วนฉบับที่ 2 เป็นการร่าง พรบ.ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่างของนายถวิล เอง ซึ่งทั้ง3 ร่างมีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนสถานะจากพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องกฏหมายการร่าง พรบ.ฉบับนี้อยู่
นายทวีศักดิ์ ถามว่า กฏหมายฉบับของนายนายถวิล ที่ร่าง พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นั้นเนื้อหาเป็นอย่างไร เจตนารมณ์เป็นอย่างไร ซึ่ง 2 ร่างก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นการร่างที่ดี แต่ทราบภายหลังว่า
ร่างของนายถวิล เป็นร่างที่เพ้อฝัน
นายถวิล กล่าวว่า กฏหมายที่เขียนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องการร่างกฏหมายแต่ละฉบับ มีส่วนร่วมทุกฉบับ ยิ่งกฏหมายที่ออกในปี 2541-2542 ซึ่งกฏหมายที่ออกในปีดังกล่าวนั้น จะต้องผ่านกรรมาธิการของรัฐสภาทุกฉบับ ขณะนี้มีกฏหมายอยู่ 3-4 ฉบับ ที่กำลังจะผ่านสภาผู้แทนราษฏร ก็คือ กฏหมายที่เรียกว่ากฏหมายปลดล๊อค ส่วนสาเหตุที่ตนร่างกฏหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่าได้รับร่าง ที่ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้
เห็นความสำคัญของงานบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
"จากการศึกษาร่างทั้ง 2 ฉบับก่อนหน้านี้ มีความเห็นว่า งานบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่นนั้นน่าจะมีอิสระในด้านการบริหารทั่วไป ทั้งงานบริหารบุคคล ซึ่งต้องนี้ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาดูแล หากจะให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลและกำกับในเรื่องนี้ เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคงไม่มีเวลาเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ จึงเห็นว่า น่าจะให้ งานบริหารงานบุคคลนั้นน่าจะเป็นอิสระ โดยหาผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นนั้นๆเข้ามาดูแล นอกจากนี้ยังเห็นว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเป็นหน่วยงานของรัฐ และขึ้นอยู่กับรัฐบาลโดยตรง ร่างที่จัดทำขึ้นอยากให้ความมั่นใจว่าได้ศึกษาเปรียบเทียบ และเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้ "
นายถวิล กล่าวว่าอีกว่า พนักงานของ ( กถ.) ไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่เป็นพนักงานของรัฐ จริงอยู่แม้ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน แต่ตัว กถ.นั้นต้องทำงานแบบอิสระ ซึ่ง กถ.นั้นมีที่มาแตกต่างกันกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเลขาธิการกถ.นั้น กำหนดเอาไว้แล้วใน พรบ.ว่าจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร คนที่ทำงานให้กับสำนักงาน กถ.นั้นต้องเป็นพนักงานของรัฐเท่านั้น
"หากเอาข้าราชการประจำเข้ามาทำหน้าที่อยู่ที่ท้องถิ่น เขามีความตั้งใจทำงานมากน้อยหรือไม่ ตรงนี้พูดได้เลยว่า ท้องถิ่นนั้นเป็นทางผ่านของข้าราชการประจำ ซึ่งการทำงานจะให้เต็มที่เหมือนกับคนท้องถิ่นนั้นทำไม่ได้ จึงเห็นควรว่าพนักงานของรัฐที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นเป็นบุคคลที่ดีที่สุดที่ทำงานให้กับท้องถิ่น "
นายทวีศักดิ์ ถามว่า ในส่วนเรื่องกถ.ที่ทราบมาคือ จะเอาผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาทำงาน ทั้งหมด 5 ท่าน คือ ผู้มีความรู้ในเรื่องทรัพยากรบุคคล 2 ท่าน รัฐศาสตร์ 2 ท่าน และ กฏหมาย 1 ท่าน วุฒิที่ กถ.ใหญ่กำหนดไว้นั้น ดูแลมันขัดกับที่นายถวิล เขียนเอาไว้ คือ ให้มีฝ่ายกฏหมาย 2 ท่าน ผู้บริหารทรัพยากรบุคคลเพียง 1 คน รัฐศาสตร์ 2 คน ซึ่งตรงนี้ค้านกับกถ.จังหวัด
นายถวิล กล่าวว่า เขียนเพื่อกำหนดทิศทางในการร่างกฏหมายเท่านั้น อยากให้ กถ.แยกจากทุกองค์กร คือ อยากให้ กถ.เป็นองค์กรอิสระ
นายทวีศักดิ์ ถามอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้ว แต่ทำไมเอาเรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องของกระทรวงที่เกี่ยวข้องของการกระจายอำนาจไปให้พรรคอื่นดูแล
นายถวิล กล่าวว่า เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์มีเสียงข้างน้อย เข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงที่เรียกว่าเป็นภาวะวิกฤติ ซึ่งต้องยอมรับว่า เราเข้ามาเป็นรัฐบาล ต้องมีพรรคร่วม ในการบริหารงานของประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้นเสียสละค่อนข้างมากในการบริหารประเทศ ซึ่งอย่างกรณีกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้เข้าไปดูแลในเรื่องนี้ ทำให้ไม่สามารถพูดอะไรได้
นายถวิล กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการกฏหมายการโยกย้ายพนักงาน 4 ปี ให้ย้าย 1 ครั้งนั้น ซึ่งทางพนักงานท้องถิ่น มองว่าเป็นกฏหมายที่ไม่เป็นธรรม ตรงนี้คิดว่าน่าจะยกเลิก ซึ่งวันที่ 24 สิงหาคม จะเป็นวันดีเดย์ ในเรื่องการร่าง พรบ.ฉบับนี้ ออกมาอย่างแน่นอน



