
เขมรยังทนทักษิณไม่ได้
เห็นหรือยังว่า "ทักษิณ" นั้นไปพ่นพิษใส่กัมพูชาไว้มากอย่างไร ทำให้รัฐบาลฮุน เซนต้องปลดคนหนีคุกจากเมืองไทยจากตำแหน่งที่ปรึกษา และแม้แต่ฮุน เซนก็เลิกใช้งานด้วย
ถ้าปล่อยไว้ กัมพูชามีหวังประสบหายนะทางเศรษฐกิจแน่! ก่อนหน้านี้มีคำประกาศเพื่อรักษาหน้าว่า "ทักษิณ" ลาออก นั่นแหละ ถ้าฝีมือเจ๋งจริง มีหรือฮุน เซนจะยอมปล่อยให้คนระดับสมองอัจฉริยะรอดพ้นจากการเอาตัวไว้ใช้งาน
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจกัมพูชายังให้ความเห็นว่า แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชายืนยันว่าการลาออกของ "ทักษิณ" เกิดขึ้นจากการสมัครใจ แต่สภาพัฒน์ไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง อันนี้ตรงใจกับคนไทยซึ่งมองพฤติกรรมของ "ทักษิณ" โดยตลอด
"ทักษิณ" นั้นไม่เก่งงานบริหารหรอก กลุ่มชินรุ่งเรืองเพราะจ้างคนมีฝีมือ อยู่วงใน และถูกมองว่าได้ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินสินบน เป็นตัวกำกับ เอื้อประโยชน์ทั้งนั้น
ดู "ทักษิณ" ในดูไบก็แล้วกัน เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจได้ไม่นาน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ดูไบเผชิญปัญหาฟองสบู่แตก เกือบล้มละลาย ทุกวันนี้ยังไม่ฟื้น
ดูซิว่า "ทักษิณ" ทำเอง ลุยเอง ในต่างประเทศ มีโครงการไหนประสบความสำเร็จบ้าง อ้างโครงการเหมืองทอง เหมืองเพชร ลอตเตอรี่ในอูกันดา แล้วเป็นไง ต้องไปซุกหัวอยู่ในรัสเซีย รักษาอาการเจ็บป่วย ยังดีที่เดินทางไปไหนมาไหนได้
กรณีกัมพูชานั้น สภาเศรษฐกิจกระแนะกระแหนแสบๆ ว่า การลาออกของ "ทักษิณ" ถือเป็น "คำแนะนำที่ดีที่สุด" ที่ให้แก่กัมพูชา หลังจากที่ให้คำแนะนำในทิศทางที่ทำให้กัมพูชาย่ำแย่ลงมาโดยตลอด! อ๊ะ! ถือเป็นตัวซวยให้แผ่นดินก็ว่าได้!
ข้อมูลจากสภาพัฒน์กัมพูชา ชี้ว่า การลงทุนจากธุรกิจไทยในกัมพูชาลดลงจากระดับ 178 ล้านดอลลาร์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 สู่ระดับ 2 ล้านดอลลาร์ ในครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกจากกัมพูชาไปยังไทย ลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำลงเป็นสถิติใหม่เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกสินค้าจากกัมพูชาไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญอื่นๆ
นอกจากนั้น ยังฉีกหน้าประจานอีกว่า "ทักษิณ" ยังได้ให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าและการคลังในแบบพื้นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้เรียนรู้จากการเรียนในระดับปริญญาตรีเมื่อหลายสิบปีก่อน แม้กัมพูชาไม่ได้จ่ายค่าจ้างอย่างเป็นทางการให้แก่ "ทักษิณ" แต่ความเสียหายของเศรษฐกิจของประเทศกลับเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อ "ทักษิณ" ลาออกจากตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลได้นำเอาคำแนะนำของ "ทักษิณ" เกี่ยวกับการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างประเทศมาพิจารณา พบว่า "คำแนะนำเหล่านั้นไม่ได้สร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจประเทศอย่างที่ควรจะเป็น"
"ทักษิณ" เป็นตัวสร้างความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทย ทำให้ไม่หันหน้าเข้าหากัน การแก้ปัญหาระดับทวิภาคีเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะความไม่ลงรอยเรื่องเขตแดนนอกชายฝั่งในพื้นที่อ่าวไทยที่ทับซ้อนกัน ถ้า 2 ประเทศมีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันเชื่อว่าจะทำให้สภาพเศรษฐกิจกัมพูชาดีขึ้นในระยะยาว โดยมาจากการแบ่งปันผลประโยชน์จากการผลิตพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว! ชัดมั้ย นิ! อิอิอิ!!!



