
ถาวรสั่งกปน.แก้ปัญหาน้ำประปาในชุมชนแออัด
โปรยยาหอมแก่ผู้สูงอายุเรื่องเบี้ยยังชีพ พร้อมแจกโฉนดชุมชนแก่เกษตรกรในพื้นที่ ดอนทิงทวด และ บ้านควนสีแท รวม 473 แปลง
(30ส.ค.) นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล การประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า ชุมชนแอดอัดซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลายชุมชนยังมีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงบริการน้ำประปา เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมาย หรือไม่มีบ้านเลขที่ โดยประชาชนต้องอาศัยต่อน้ำประปาจากเพื่อนบ้านเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นตนได้สั่งการให้สำรวจชุมชนที่มีปัญหาทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 โดยข้อยกเว้นต่างๆจะต้องถูกขจัดเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการน้ำประปา อย่างเท่าเทียม หน่วยงานรัฐจะไม่สามารถอ้างข้อติดขัดทางกฎหมายได้เพราะคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องมาก่อน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวด้วยว่า ในส่วนข้อติดขัดระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.)และ กปน. ในโครงการวางท่อจ่ายน้ำประปาเร่งด่วนใน กทม. โดยเฉพาะปัญหาการขุดถนนเพื่อวางท่อนั้น ตนได้ประชุมร่วมกับ กทม.และ กปน.เพื่อให้ประสานและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างบูรณาการซึ่งหากสามารถสร้างต้นแบบได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเพราะยังมีโครงการสำคัญที่ต้องทำงานร่วมกันอีกเช่น โครงการปรับปรุงอุโมงค์ส่งน้ำซึ่งใช้มากว่า 30 ปี ตลอดจนการปรับปรุงวางท่อในอีกหลายพื้นที่
และวันนี้(30ส.ค.) นายถาวร ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เอนกประสงค์ผู้สูงอายุ บริเวณชั้นล่างอาคารศูนย์โอท็อป เทศบาลเมืองชุมพร โดยนายถาวร กล่าวกับบรรดาผู้สูงอายุที่มาร่วมงาน ว่า พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มต้นการจัดเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้คำว่า "เบี้ยช่วยค่าหมากพลู"
จากนั้นรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้สานต่อในเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าจะดูแลผู้สูงอายุให้ครบทุกคน และแม้เบี้ยสูงอายุคนละ 500 บาทต่อเดือนที่จัดให้จะไม่มากนัก แต่อยากให้คิดว่าเป็นเงินที่จัดสรรให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แต่เกรงว่าหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลในสมัยหน้า รัฐบาลชุดต่อไปอาจจะยกเลิกโครงการนี้ไป รัฐบาลชุดนี้จึงได้ผลักดัน พ.ร.บ.ผู้สูงอายุขึ้น และได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ดังนั้นรัฐบาลชุดต่อไปจะต้องถือปฏิบัติตามในเรื่องนี้
“มีการศึกษาพบว่าในปี 2557 สัดส่วนของผู้สูงอายุทั่วโลกคือ 13-14 คน ต่อจำนวนประชากร 100 คน เพราะปัจจุบันวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความเจริญมากขึ้น จึงมีการดูแลในเรื่องสุขภาพดีกว่าในอดีต ดังนั้น การเปิดศูนย์อเนกประสงค์เพื่อผู้สูงอายุเหมือนที่เทศบาลเมืองชุมพรทำจึงถือเป็นเรื่องที่ดีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นควรถือเป็นตัวอย่าง ” นายถาวร กล่าว
ต่อจากนั้นนายถาวร ได้เป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามโครงการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะที่มีการบุกรุกเพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท (โฉนดชุมชน) ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ “ดอนทิงทวด” หมู่ที่ 9 , 11 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร จำนวน 300 แปลง และ “บ้านควนสีแท” หมู่ที่ 2 , 4 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จำนวน 171 แปลง รวมทั้งสิ้น 473 แปลง 423 ครัวเรือน ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวได้มาจากการคัดเลือกที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนเลิกใช้หรือไม่มีความประสงค์จะสงวนไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว มาจัดสรรให้แก่ราษฎรที่ยากจน ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง โดยมีนายมงคล อินทร์สุวรรณ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รอง ผวจ.รักษาราชการแทน ผวจ.ชุมพร ส.ส.จังหวัดชุมพร 3 คน คือ นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ นายชุมพล จุลใส และ นายสราวุธ อ่อนละมัย นายอำนวย บัวเขียว นายก อบจ.ชุมพร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมอบโฉนดชุมชนแก่ราษฎรประมาณ 2,000 คน ณ ชั้น 3 อาคารโอท็อป สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร



