ข่าว

นครสงขลาเร่งสกัดคลื่นเซาะหาดสมิหลา

นครสงขลาเร่งสกัดคลื่นเซาะหาดสมิหลา

31 ส.ค. 2553

ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายหาดโดยเฉพาะบริเวณฝั่งอ่าวไทยคือประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลพวงจากปรากฏการณ์ดังกล่าวนับวันจะยิ่งทวีความสูญเสียให้แก่พื้นที่บริเวณชายหาด หรือชายฝั่งตะวันออกทางภาคใต้มากขึ้นเรื่อยๆ และ “ชายหาดชลา

 นั่นเป็นเพราะบริเวณ “หาดชลาทัศน์” ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จ.สงขลา และในช่วงหน้ามรสุมของหลายปีที่ผ่านมาได้สะท้อนภาพความรุนแรงของกระแสคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่ชายฝั่งและกัดเซาะบริเวณหน้าหาด จนผืนทรายที่เคยทอดแนวเหยียดยาวสุดลูกหูลูกตาในอดีต จนหาดทรายหลงเหลือแค่เพียงเล็กน้อยและน้ำทะเลก็รุกคืบใกล้ถึงถนนเลียบชายทะเลแหลมสมิหลา

 แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามแสวงหาแนวทางเพื่อบรรเทาความรุนแรงของเกลียวคลื่น รวมทั้งพยายามฟื้นฟูชายหาดแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จดังที่คาดหวังมากนัก และล่าสุดได้ดำเนินการทำ “กระสอบทรายขนาดใหญ่” เพื่อเป็น “แนวกันคลื่น” รับมือสถานการณ์ในช่วงหน้ามรสุมที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้

 นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า เทศบาลได้รับฟังความเห็นและความต้องการของทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการทำงานเพื่อให้ชายหาดแห่งนี้ยังคงอยู่คู่กับสงขลาตลอดไป ล่าสุดได้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นป้องกันการกัดเซาะตลิ่งชายหาดชลาทัศน์ ซึ่งเป็นโครงการของโยธาธิการและผังเมือง ที่วางกระสอบทรายใยสงเคราะห์ (Geotextile) จากนั้นจึงฝังกลบบริเวณหาด ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ชายหาดมีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยเฉพาะการเน้นความลาดเอียง เพื่อป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะต่อเนื่อง หรือผลกระทบในระยาวจากกระแสคลื่น

  “โครงการนี้ถือเป็นการบรรเทาไม่ให้คลื่นกัดเซาะชายหาด ซึ่งเทศบาลไม่ต้องการให้มีการนำหินมาใช้ เพราะจะมีปัญหาที่ตามมาได้ในภายหลังซึ่งจะทำให้แก้ไขได้ยาก ทั้งนี้ หวังว่ามรสุมปีนี้สถานการณ์ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น"

 นายพีระ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเทศบาลยังได้ร่วมกับกระทรวงทรัพย์พยากรณ์ ด้วยการเสนอโครงการสร้างแนวเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง ซึ่งจะห่างไปจากชายหาดประมาณ1-2 กิโลเมตร โดยโครงการนี้จะใช้งบประมาณของกระทรวง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

 ด้านนายธวัชชัย หัสรังษี ประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลา กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชายหายชลาทัศน์ แหลมสมิหลา เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่วงเวลาเพียง 4-5 ปีที่ผ่านมา ผืนทรายที่เคยยาวหลายสิบเมตรจากถนนสู่ทะเล แต่บัดนี้แทบไม่เหลือให้เห็นกระแสคลื่นได้กัดเซาะเข้ามาใกล้กับถนนเลียบหาดมากขึ้นทุกทีจนน่าเป็นห่วง ส่งผลต่อชุมชน “ชาวประมงเก้าเส้ง”อย่างหนัก ชนิดบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน และจากนั้นเป็นต้นมาปัญหาก็เริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

  “โดยเฉพาะช่วงหน้ามรสุมกระแสคลื่นทวีความรุนแรงกว่าปกติหลายเท่า และที่สำคัญบางปีน้ำทะเลทะลักขึ้นไปถึงผิวถนน โดยเฉพาะในปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ คลื่นซัดชายหาดหอบเอาน้ำทะเลขึ้นไปถึงถนนตั้งแต่บริเวณหน้าชุมชนเก้าเส้งต่อกับลานจอดรถหน้าสนามยิงปืนฐานทัพเรือสงขลา” นายธวัชชัย กล่าว

 “เมื่อก่อนใครมาเที่ยวหาดสมิหลาบริเวณถนนเลียบหาดชลาทัศน์ หากลงจากรถแล้วต้องเดินบนผืนทรายหลายสิบเมตรกว่าจะได้สัมผัสน้ำทะเล แต่วันนี้จอดรถริมถนนก็เกือบถึงน้ำทะเลแล้วเพราะแทบไม่เหลือชายหาดให้เราเดินเหมือนเมื่อก่อน” ชาวบ้านรายเดิม กล่าว

 นาทีนี้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา คงไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเทศบาลนครสงขลา หรือใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่วันนี้คนสงขลาทั้งจังหวัดต้องตื่นตัวและตระหนักเพื่อหาทางป้องกันและรับมือกับธรรมชาติทางทะเลที่รุกคืบอย่างหนักก่อนที่ทุกคนจะไม่มีโอกาสได้อาศัยหรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอันงดงามเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

"สุพิชฌาย์ รัตนะ"