
เทือกถกบิ๊กตร.หาทางออกคำวินิจฉัยศาลปค.
สุเทพเรียก ปทีป-วิเชียร หาทางออกคำวินิจฉัย ศาลปกครอง กรณี วัชรพล ยันทุกอย่างอยู่ที่ ก.ตร. จากนั้นจึงค่อยพิจารณาแต่งตั้ง ตร. ระดับ รองผบ.ตร. ลงไป ลั่น จะทำให้เร็วที่สุด
(30ส.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ว่า เดิมได้นัดให้มีการประชุมก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งรองผบ.ตร. , ผช.ผบ.ตร. ไปจนถึงระดับผู้บัญชาการ แต่บังเอิญมีคำวินิจฉัยของศาลปกครอง กรณีพล.ต.อ.ชลอ ชูวงศ์ ไปฟ้องว่ามีความอาวุโสมากกว่าพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ จึงควรแต่งตั้งให้เขาเป็นรองผบ.ตร. ไม่ใช่เป็นที่ปรึกษาสบ.10 และเมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยมาอย่างนี้ ตนจึงให้นำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะยอมรับคำวินิจฉัยของศาล หรือจะอุทธรณ์ ซึ่งจะพยายามให้ได้คำตอบในวันนั้น และวันนี้ได้เรียกพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. ว่าที่ผบ.ตร. มาหารือในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากการพิจารณาเรื่องนี้ในที่ประชุมก.ตร.ใช้เวลานานก็อาจทำให้การพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งในก.ตร.ล่าช้าออกไป แต่ก็จะพยายามดำเนินการโดยเร็วต่อให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวทางนายตำรวจระดับรองผบ.ตร.ออกมาเปิดเผยว่า จะมีการอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็กลุ้มใจกับการจินตนาการเรื่องนี้ ซึ่งการที่บอกว่าระดับรองผบ.ตร.พูด รองผบ.ตร.ก็ถือเป็นกรรมการก.ตร.ท่านหนึ่ง ก็คงต้องรอให้เขานำประเด็นนี้ไปเสนอในที่ประชุมก.ตร. หากที่ประชุมเห็นอย่างไรจะได้ตกลงกันตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีคำถามตามมาว่าหากยอมรับคำวินิจฉัยก็เท่ากับว่า ยอมรับในความผิดพลาดที่มีการแต่งตั้ง แต่ถ้าไม่รับก็ต้องอุทธรณ์ต่อสู้กันต่อไป ทางก.ตร.จะมีแนวทางในการต่อสู้เรื่องนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ตั้งธงอย่างที่สื่อถาม แต่สิ่งที่ตนตั้งธงก็คือไปเอาข้อเท็จจริงทั้งหมดของกรณีนี้มา และเมื่อข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น และสิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือว่าตำแหน่งรองผบ.ตร.กับตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 10 (สบ.10) เป็นตำแหน่งในระดับเดียวกัน ซึ่งจะมีประเด็นพิจารณาว่าก.ตร.มีอำนาจหรือไม่ ที่จะให้ใครไปทำงานตามความเหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งยังมีประเด็นที่ยังเป็นปัญหากันอยู่



