
งัดตู้เซฟบ.แฟรนไซส์ชื่อดัง"ชายสี่บะหมี่เกี้ยว"
สองโจรบุกงัดตู้เซฟบริษัทแฟรนไซส์ชื่อดัง "ชายสี่บะหมี่เกี้ยว"
(30ส.ค.) เวลา 07.00 น. พ.ต.ท.อุทัย แววไทสง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากนายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัทชายสี่บะหมี่เกี้ยว จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 7/7 ม.8 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า คนร้ายบุกเข้าไปงัดตู้เซฟภายในบริษัท แล้วขโมยทรัพย์สินที่บรรจุอยู่ภายในเซฟหลบหนีไป ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมทั้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับ พ.ต.ท.พัลลภ แอร่มหล้า สวญ.สภ.คลองห้า พ.ต.ต.สมบูรณ์ สุขสวัสดิ์ สวป.พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริษัทแฟรนไซส์ชื่อดังตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 10 ไร่ ที่บริเวณห้องทำงานของนายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัทชายสี่บะหมี่เกี้ยว ซึ่งอยู่ภายในอาคารสำนักงานของบริษัท พบว่าข้าวของด้านในถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย และพบตู้เซฟขนาดใหญ่ถูกคนร้ายจับล้มนอนกับพื้นและงัดแงะบานประตูตู้เซฟรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าแล้วหลบหนีไป
นางอัษฎาพร บำรุงโชค อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 ม.12 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แม่บ้านของบริษัท กล่าวว่า ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 05.30 น.ตนเองได้เดินทางมาทำงานที่บริษัทตามปกติ แต่เมื่อเข้าไปภายในสำนักงานก็พบว่ามีร่อยรอยการรื้อค้นข้าวของ และพบตู้เซฟถูกลากออกมาและถูกงัดแงะจนฝาตู้เซฟเปิดออก เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งนายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัท รับทราบ จากนั้นจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
ด้านนายอำภา สีนาค อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.5 ต.กู่กระสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองก็เข้ามาทำหน้าที่ตามปกติ โดยทำหน้าที่อยู่อีกฝั่งของตัวอาคารสำนักงาน และไม่ได้ยินเสียงผิดปกติใดๆ มีเพียงช่วงประมาณ 02.00 น.-03.00 น. มีรถเข้าออกเพื่อมารับของที่บริษัทไปส่งลูกค้า แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ อีกทั้งอาคารสำนักงานนั้นเป็นห้องกระจกมิดชิด จึงไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา
พ.ต.ท.พัลลภ แอร่มหล้า สวญ.สภ.คลองห้า กล่าวว่า จากการตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นพบว่า ตัวอาคารสำนักงานที่ถูกงัดนั้น อยู่ติดกับกำแพงด้านข้างของโรงงาน ซึ่งตรวจสอบแล้วพบร่องรอยคนร้ายที่ปีนเข้ามาทางด้านกำแพงด้านข้างนี้แล้วเข้าไปในสำนักงาน ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางเจ้าของแจ้งเพียงว่าในตู้เซฟนั้นมีเอกสารสำคัญหลายอย่าง ทั้งโฉนดที่ดิน เงินสด และเอกสารเกี่ยวกับบริษัท แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งใดหายไปบ้างจะต้องตรวจสอบดูอีกที อย่างไรก็ตามจะได้ประสานงานไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาเก็บร่องรอยลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น อาจจะเคยเข้าออกภายในอาคารสำนักงานแห่งนี้ เพราะคนร้ายรู้มุมกล้องวงจรปิด และทำการยกกล้องจำนวน 2 ตัวขึ้น เพื่อไม่ให้เห็นเหตุการณ์ในขณะก่อเหตุ แต่ยังมีกล้องวงจรปิดที่มีทั้งหมด 24 ตัว และมีตัวที่สามารถจับภาพคนร้ายจำนวน 2 คนที่แต่งกายอย่างรัดกุมเอาไว้ได้ โดยภาพจากกล้องพบว่า คนร้ายได้ใช้ชะแลงงัดตู้เซฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้เป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายต่อไป



