
"อ.ทับคล้อ"อ่วมน้ำป่าทะลักท่วมกลางตลาด
อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ยังอ่วมน้ำป่าทะลักท่วมกลางตลาดเขตเทศบาลบ้านเรือนเสียหายยับ ด้านน้ำลำเซบกทะลักท่วมนาข้าวร่วมพันไร่ น้ำโขงจ่อท่วมตาม
(30ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน้ำป่าไหลหลากมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงสู่ อ.วังโป่ง อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ หลากมาที่ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยเฉพาะที่ต.เขาทราย 11 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายกว่า 2,000 หลังคาเรือน ไร่นานับแสนไร่ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างออกมาโอดครวญกันว่ ขาดน้ำดื่ม ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนออกไปแจกจ่ายน้ำ หรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด
ล่าสุด ฝนยังตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องน้ำป่าดังกล่าวแผ่ขยายวงกว้างยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ 9 ชุมชน คือ ชุมชนสระหลวง ชุมชนส่วนโพธิ์ ชุมชน อารมดี ชุมชน ศรีสวัสดิ์ ชุมชน ตลาดใต้ ชุมชนตลาดเหนือ ชุมชนทับคล้อ และชุมชนวัดงมคลทับคล้อ กว่า 2500 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลเก็บข้าวของหนี้น้ำกันจ้าระหวั่น บางบ้านเก็บของไม่ทันข้าวของลอยไปกับน้ำ สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำลึกถึง 1 เมตร
นอกจากนี้น้ำป่าดังกล่าวยังไหลเข้าท่วมตลาดศรีสวัสดิ์ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ ร้านค้าแม่ค้าต่าง เร่งเก็บข้าวของหนีน้ำ เนื่องจากน้ำมาเร็วอย่างมาก อีกทั้งน้ำป่าในปีนี้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน น้ำยังไหลเข้าท่วมถนนสาย ตะพานหิน-เขาทรายซึ่งเป็นถนนทางหลวง ระหว่างหน้าอ.ทับคล้อ จนถึงตลาดทับคล้อน้ำท่วมสูงกว่า 70 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ สร้างความลำบากให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก
ด้านนายประวิทย์ ประวัติเมือง นายอำเภอทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้น้ำป่าที่ไหลมาจากอ.ชนแดนไหลมาจาก อ.วังโป่งไหลเข้าท่วมพื้นที่อ.ทับคล้อ ขณะนี้ 4 ตำบล คือ ต.เขาทราย ต.ท้ายทุ่ง ต.ทับคล้อ ต.เขาเจ็ดลูกเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทำการเกษตรนาข้าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะลด
เนื่องจากฝนยังตกลงมาต่อเนื่องถนน ทางหลวงหมายเลข 11 ไม่ว่าจะเป็น เส้นตากฟ้า - เขาทราย หรือถนนทางหลวงตะพานหิน-เขาทรายก็ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งให้ อบต.และทางเจ้าหน้าที่อำเภอออกไปสำรวจความเสียหาย แล้ว คงจะรู้ยอดแท้จริงทั้งสิ้นหลังจากน้ำลด
ในส่วนของโรงเรียน นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2 กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงเรียนจำนวน 2 แห่ง คือโรงเรียนบ้านวังหินเพลิงและโรงเรียนบ้านวังแดง ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ ได้สั่งปิดโรงเรียนจำนวน 2 แห่ง เนื่องจากน้ำท่วมอาคารเรียน ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ
ผู้สื่อข่าว รายงานสถานการณ์ น้ำท่วม เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พบว่า อุบลราชธานี ฝนได้ตกต่อเนื่องกันหลายวัน จึงทำให้น้ำ ในลำเซบก ไหลเอ่อเข้าไปตามลำห้วยสาขา ต่างๆ ทำให้นาข้าวที่ปลูกแล้วเสร็จเพียงไม่กี่วัน ต้องจมอยู่ใต้น้ำ นาน 3 วันแล้ว วอนรัฐบาลประสานผ่อนชำระหนี้ ธกส.
โดยเฉพาะที่ทุ่งนา (หนองอีงอบ) เขต บ้านหาด หมู่ที่ 6 ต.โพนเมือง อ.เหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่ปลูกข้าวนาปี ประมาณเกือบพันไร่ กำลังจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาติดต่อกันถึง 2 วัน แล้ว หากน้ำท่วมนานเกิน 5 วัน ต้นข้าวที่ได้ปลูกเอาไว้ทั้งหมดจะต้องเน่าเปื่อย อย่างแน่นอน
และพื้นที่แห่งนี้ ก็เป็นพื้นที่ลุ่ม เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และหากปีใดโชคดีไม่มีน้ำท่วมแล้ว นาข้าวแห่งนี้ ก็ จะได้รับผลผลิตกันมาก เกษตรกรจะหน้าชื่นตาบาน ส่วนปีนี้ นาข้าวประมาณกว่า 800 ไร่นับว่าเสี่ยงต่อการเน่าเปื่อยและสูญเสียสูงมาก
ทั้งนี้ นางเขียว ยอดผา คนแก่ในหมู่บ้านหาด เล่าว่า ทุกครั้งที่ครบรอบของปีที่มีเดือน แปดสองหนแล้ว น้ำในลำเซบก ซึ่งไหลผ่านจากหลายอำเภอและจังหวัด ก็จะเอ่อเข้ามาตามลำห้วยต่างๆ ตามที่ลุ่ม โดยเฉพาะ( หนองอีงอบ )ซึ่งมีพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ที่ทำกินนับพันไร่ เป็นพื้นที่นาข้าวกว่า 800 ไร่ ได้จมอยู่ใต้น้ำนานถึง 3 วันแล้ว คาดอีกหลายวัน น้ำจึงจะลดลง ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็หมายความว่า ข้าวที่ได้ปักดำไว้แล้ว จะต้องเน่าเปื่อยกันหมดสิ้น
ซึ่งก่อนน้ำจะท่วมต้นข้าวเหล่านี้ก็ได้ถูกเพลี้ยไฟระบาดในนาข้าวกันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยังมาถูกน้ำท่วมซ้ำอีก ความหวังคงน้อยมาก ที่ต้นข้าวจะเหลือกลับฟื้นขึ้นมาออกผลผลิตให้ได้เก็บเกี่ยว จึงอยากจะขอวิงวอนต่อรัฐบาล กับ ธกส. โปรดได้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรผู้ทำนา จะได้หรือไม่ เพราะชาวนาต่างก็ได้ประสบกับหาภัยธรรมชาติพร้อมทั้งศัตรูของพืช กันจริงๆ ส่วนที่น้ำไม่ท่วม ก็โดนเพลี้ยระบาดกันอย่างรุนแรง ส่วนในที่ลุ่มก็โดนน้ำท่วมเสี่ยงต่อการเน่าเปื่อย เงินที่จะนำใช้ คืน ธกส. คงจะลำบากกันมาก จึงอยากจะขอวิงวอนให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้มีการไตร่ตรองกันในกรณี ด้วย
ส่วนระดับน้ำในลำแม่น้ำโขง ด้านตะวันออกสุดของ จ.อุบลราชธานี นั้น ซึ่งประกอบไปด้วย อ.เขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ และ อ.โขงเจียม ในระห้วง 2 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงได้ขยับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และได้เอ่อเข้าไปตามลำห้วย สาขา แล้ว และก็ได้เริ่มท่วมนาข้าวไปแล้วเป็นบางส่วน และในส่วนพื้นที่ท่วมซ้ำซาก อย่างลำห้วยช้าง ทางเข้าหมู่บ้าน ผาชัน ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี น้ำโขงได้เริ่มจ่อพร้อมที่จะท่วมถนนของทางเข้าหมู่บ้านกันแล้ว ซึ่ง
นาย กิตติภพ ตราชูวานิช นอภ.โพธิ์ไทร กล่าวว่า ได้ประสานกับนายก อบต.สำโรงไว้แล้ว ในการเตรียมความพร้อม เพื่อบริการประชาชนในการสัญจรเข้า ออกหมู่บ้านโดยได้จัดเตรียมเรือกู้ภัย เรือกีบ และแพ ไว้ คาดหากระดับสูงขึ้นมาอีกประมาณ 1 เมตร เส้นทางเข้าหมู่บ้านนี้ ก็จะต้องถูกตัดขาดทันที เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านที่มีการท่วมซ้ำซากอีกหมู่บ้านหนึ่ง และเป็นหมู่บ้านเดียวที่ มักจะได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และก็ได้สั่งการให้ผู้หมู่บ้าน ได้มีการประกาศเตือนภัย ให้ชาวบ้านได้รับทราบแล้ว พร้อมกับให้เฝ้าดูสถานการณ์ของระดับน้ำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ด้วย



