
คนร้ายชิง6ล้านธ.ยูโอบีก่อเหตุขอนแก่น2ครั้ง
คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินกว่า 6 ล้านในธนาคารยูโอบี สาขาถนนมิตรภาพ ขอนแก่น ใจเย็นเดินใส่หมวกกันน็อกเข้าแบงก์ ยามห้ามกลับผลักอก เดินตรงไปหลังเคาน์เตอร์โยนถุงเงินออกมาท่ามกลาง รปภ.บริษัทขนเงินและ รปภ.ธนาคารที่ยืนมองตาปริบๆ คว้าไป 3 ถุงรวมกว่า 6.2 ล้าน ขี่ จยย.ห
เหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้เจ้าหน้าที่ธนาคารชิงเงินสดไปได้กว่า 6 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม พ.ต.ท.อิทธิพล เนตรไธสงค์ พงส.สบ 3 สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุแก่นนครว่า มีคนร้ายบุกชิงเงินภายในธนาคารยูโอบี สาขาขอนแก่น เลขที่ 81/1 ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมประสานไปยัง พ.ต.อ.ธวัชชัย นิลานุช รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น รักษาการ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ในพื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัดทั่วเมืองขอนแก่น จากนั้นจึงไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส รอง ผกก.ปป.สภ.เมืองขอนแก่น
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ น.ส.สาริกา บัวแก้ว ผู้จัดการธนาคารยูโอบี ให้การว่า เมื่อเวลา 08.30 น. หลังเปิดทำการธนาคาร มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารฝ่ายต่างๆ ประมาณ 5 คน เข้าทำงานตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารคอยดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหน้าธนาคาร ต่อมาเวลา 08.52 น. พนักงานขนเงินของบริษัท จีโฟร์เอซ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างขนเงินให้แก่ธนาคาร จำนวน 3 คน ที่ไปรับเงินจากห้างแม็คโคร สาขาขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อ.เมือง ได้ขับรถขนเงินมาจอดพร้อมกับนำถุงเงิน 6 ถุง รวมเงินสดทั้งหมด 18.2 ล้านบาท ไปเก็บไว้ในตู้เซฟภายในห้องเก็บเงินของธนาคาร
ผู้จัดการธนาคารให้การต่อว่า ขณะที่พนักงานขนเงินเดินผ่านประตูห้องเก็บเงิน มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อก สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนสีดำ เดินตามเจ้าหน้าที่ขนเงินเข้าไปข้างในตัวอาคารธนาคาร แล้วชักปืนออกมาขู่บังคับให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ จากนั้นคนร้ายได้หยิบถุงเงิน 3 ถุง แล้วออกไปจากธนาคารอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่จอดไว้ข้างธนาคาร แล้วขี่ออกไปทันทีโดยมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองขอนแก่น
ทั้งนี้ เงินสดที่อยู่ในถุงบรรจุเงิน 3 ถุงที่คนรายได้ไปนั้นรวมทั้งหมด 6,223,366 บาท
พ.ต.อ.ธวัชชัยกล่าวว่า เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นการสอบสวนเอาไว้หลายประเด็น จากข้อมูลการก่อเหตุของคนร้ายทำให้ตำรวจพบข้อสงสัยในเรื่องหนึ่งคือ การเข้ามาก่อเหตุชิงเงินสดของคนร้ายมันง่ายเกินไป อีกทั้ง รปภ.ธนาคาร และพนักงานของบริษัทขนเงินก็มีปืนด้วย ขณะที่คนร้ายเดินถือเงินออกไปก็ไม่มี รปภ. และพนักงานขนเงินก็ไม่มีท่าทีจะขัดขวางและต่อสู้กับคนร้าย ซึ่งข้อสงสัยมีอยู่หลายจุด อีกทั้งภาพวงจรปิดหน้าธนาคารก็ไม่มีการติดตั้งเอาไว้ให้เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน มีเพียงกล้องตัวเดียวที่ติดตั้งเอาไว้บริเวณตู้เอทีเอ็มเท่านั้น ซึ่งก็ไม่สามารถมองเห็นคนร้ายหรือว่าทุกคนที่เดินผ่านขึ้นมายังธนาคาร และภายในธนาคารมีกล้องวงจรปิด 1 ตัวที่บันทึกภาพเอาไว้ได้ แต่ภาพก็ค่อนข้างไกลและไม่ชัด จึงทำให้การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อสงสัยอยู่หลายด้านเช่นกัน
พ.ต.อ.ธวัชชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนของการติดตามตัวคนร้าย ขณะนี้ได้สั่งให้ตำรวจชุดสืบสวนหลายชุดกระจายกำลังติดตามตัวคนร้าย พร้อมทั้งสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ทั่วเมืองตั้งด่านตรวจสกัดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ต้องสงสัย และชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 175 ซม. สวมกางเกงยีน เสื้อแจ็กเก็ตสีดำ และหมวกกันน็อกคลุมหน้าสีดำ พร้อมถุงเงินสีน้ำเงินเข้มและข้างถุงมีตัวหนังสือสีขาวคำว่า “G4S” ติดอยู่
พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการสืบสวนหาตัวคนร้ายเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นคนร้ายรายเดียวกับที่เคยบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงเงินธนาคารที่ จ.ขอนแก่นมาแล้ว 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เป็นชายอายุประมาณ 25-35 ปี สูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกไหมพรมสีน้ำเงิน สวมเสื้อยืดสีเลือดหมูทับด้วยเสื้อสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน หัวรองเท้าสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินขึ้นบันไดหน้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนมะลิวัลย์ ชักปืนพกสั้นจี้พนักงานก่อนเดินอ้อมไปหยิบเงิน 1.2 แสนบาทในลิ้นชักใส่กระเป๋าวิ่งหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีเทาดำ ไม่มีทะเบียน แล้วขี่ย้อนศรไปทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น
พ.ต.อ.คัชชากล่าวว่า หลังจากนั้นคนร้ายหนีไปกบดาน 2 เดือน พอวันที่ 12 กรกฎาคม 2551 คนร้ายรายนี้คาดว่าจะเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากรูปร่าง การแต่งกาย ลักษณะการลงมือทั้งการใช้ยานพาหนะรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 ได้ฉายเดี่ยวก่อเหตุชิงเงินของบริษัท สยาม แอด มิน มิสเทรทีฟ แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือบริษัทแซมโก้ ขณะนำเงินที่รับมาจากห้างเทสโก้ โลตัส สาขาขอนแก่น และห้างบิ๊กซี สาขาขอนแก่น มาเก็บรักษาที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสี่แยกมะลิวัลย์ ได้เงินไป 11.98 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดคนร้ายที่คาดว่าจะเป็นคนเดียวกันได้มาก่อเหตุชิงเงินธนาคารในครั้งนี้อีก
พ.ต.อ.คัชชากล่าวว่า จากการตรวจสอบกับคดีเก่าทั้งสองเรื่องพบว่า คนร้ายรายนี้น่าจะเป็นรายเดียวกัน เพราะจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีรูปร่างและการแต่งกายคล้ายกัน พฤติกรรมคล้ายกัน รวมถึงสถานที่ก่อเหตุก็อยู่ในบริเวณถนนมะลิวัลย์เช่นเดียวกัน และเป็นที่น่าสังเกตว่า การก่อเหตุครั้งแรกที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้เงินไปเกือบ 2 แสนบาท ก็หยุดก่อเหตุไปประมาณ 2 เดือน แต่พอมาลงมือชิงเงินจากบริษัทแซมโก้ ได้เงินไปเกือบ 12 ล้านบาท คราวนี้เงียบหายไป 2 ปีเศษ ก็มาก่อเหตุอีก
"แต่ละครั้งที่คนร้ายรายนี้ก่อเหตุ ลักษณะใจเย็น ชิงเงินแบบง่ายๆ ทำให้น่าเชื่อว่าน่าจะมีคนอื่นร่วมด้วยอย่างแน่นอน คราวนี้ผมต้องติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นมันคาใจ" รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่นกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารระบุว่า เงินที่คนร้ายจี้ชิงไป ธนาคารยังไม่มีการตรวจรับ ความรับผิดชอบจึงยังไม่เกี่ยวกับธนาคาร โดยตามเงื่อนไขเป็นความรับผิดชอบของบริษัท G4S
น.ส.สาริกา บัวแก้ว ผู้จัดการธนาคารยูโอบี กล่าวว่า เบื้องต้นในด้านความรับผิดชอบการที่เงินถูกปล้นนั้น ลักษณะเช่นนี้ธนาคารจะไม่รับผิดชอบ เนื่องจากยังไม่ได้เซ็นรับการส่งมอบเงิน ทางบริษัทขนเงินต้องรับผิดชอบ ซึ่งบริษัทขนเงินมีประกันเงินที่หายไประหว่างขนเงินก่อนส่งมอบอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ชัดเจนต้องให้ผู้ใหญ่คุยกันก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร
ขณะที่นายพันมหา บุญมาชารี พนักงานขนเงินของบริษัท จีโฟร์เอซ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ที่ถูกคนร้ายจี้ชิงเงินสดไป 2 ถุง กล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ ทุกคนก็ต้องมองว่าพนักงานวางแผนปล้นเงินที่บริษัทตัวเองขนมา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พนักงานไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และถึงแม้ว่าพนักงานขนเงินทุกคนจะได้รับเงินเดือนเพียงคนละ 7,000 กว่าบาทเท่านั้น รวมถึงค่าเบี้ยเลี้ยงแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 8,000 กว่าบาท แต่ไม่มีใครคิดทำเช่นนั้น เนื่องจากหากทำก็ต้องเสี่ยงต่อการติดคุกส่วนในเรื่องของเงินที่หายไป เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากระหว่างธนาคารยูโอบี และบริษัทจีโฟร์เอซฯ ต่างก็มีประกันเงินเทียบเท่ากับเงินที่หายแต่ละครั้ง หรือเงินที่ถูกปล้นไป



