ข่าว

ปชป.ชนะส.ข.12เขต-ยอดใช้สิทธิร้อยละ42.04

ปชป.ชนะส.ข.12เขต-ยอดใช้สิทธิร้อยละ42.04

29 ส.ค. 2553

ปลัดกทม.แถลงผลเลือกตั้งส.ข.ปชป.ชนะยกทีม 12 เขต ยอดผู้ใช้สิทธิ 42.04% ผู้สมัครส.ก.บางกะปิ พท. เขต1 ประท้วงทำภาพรวมนับคะแนนล่าช้า ด้านผอ.กต.กทม.ระบุ ไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ก. ส่วนเขตบางรัก มีหญิง 2 ราย ฉีกบัตรเลือกตั้ง ส.ข.

(29ส.ค.) ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข. ศาลาว่าการ กทม. เมื่อเวลา 19.00 น. นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกทม. แถลงข่าวความคืบหน้าผลการเลือกตั้งส.ข.อย่างไม่เป็นทางการ ว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ข.ทั้งสิ้น 925,697 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 2,737,054 คน คิดเป็น 42.04% โดยทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้ว 12 เขต ได้แก่เขตคลองเตย ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางกอกน้อย บางซื่อ บางรัก ประเวศ พระโขนง ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ สวนหลวง และสัมพันธวงศ์ ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะยกทีมทั้ง 12 เขต

 นายเจริญรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการนับคะแนนส.ก. เริ่มทยอยนับคะแนนไปแล้ว โดยเบื้องต้นมีผู้มาใช้สิทธิ 39.56% แต่ยังเหลือหน่วยเลือกตั้งที่ยังนับไม่เสร็จ 259 หน่วย ทั้งนี้พบปัญหาที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ของเขตบางกะปิ เป็นเขตเดียวที่ยังไม่สามารถรายงานผลจำนวนบัตรและผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากผู้แทนนายชัยวุฒิ จริยวิโรจน์สกุล ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ทักท้วงคณะกรรมการนับคะแนน ว่า หีบบัตรจากหน่วยเลือกตั้งที่ 70 แขวงคลองจั่น มีการส่งหีบล่าช้า โดยมีข้องสงสัยว่ามีการเปิดหีบบัตรกลางทาง เนื่องจากเชือกผูกหีบไม่เรียบร้อย และมีลายเซ็นของกรรมการไม่ครบถ้วน ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบพบว่าการส่งหีบบัตรไม่ได้ล่าช้า ส่วนข้อสงสัยการเปิดหีบบัตรและลายเซ็นคณะกรรมการไม่ครบนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคณะกรรมการมีมติให้เปิดหีบบัตรต่อหน้าพยานและตัวแทนผู้สมัคร เพื่อตรวจสอบจำนวนบัตรว่าตรงจำนวนหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ปลัดกทม.กำลังแถลงข่าวอยู่นั้น ได้มีการถ่ายทอดเสียงออกมาบริเวณลานคนเมืองซึ่งมีการตั้งจอแสดงผลการนับคะแนนอยู่ โดยเมื่อปลัดกทม.ได้รายงานถึงผลการเลือกตั้งส.ข. 12 เขตที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะยกทีม ปรากฏว่าประชาชนที่มาติดตามสังเกตการณ์อยู่ ได้ปรบมือและโห่ร้องแสดงความดีใจด้วย

 นายประเทือง โฉมงาม ผอ.เลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(ผอ.กต.กทม.)เปิดเผยว่า ตลอดทั้งวันที่มีการเลือกส.ก.-ส.ข. ปรากฏว่าไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ก.เข้ามาแม้แต่เรื่องเดียว ส่วนการเลือกตั้ง ส.ข.เป็นหน้าที่ของกทม.ที่ดูแลการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กกต.กทม.ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ทั้งสิ้น 16 เรื่อง ใน 7 เขต ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนพิจารณาต่อแล้ว 10 เรื่อง ทั้งนี้ในวันอังคารที่ 31 ส.ค. กกต.กทม.ได้นัดพิจารณาเรื่องดังกล่าว

 ขณะที่การเลือกตั้งส.ข.นายสุรเกียรติ์ ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางรัก ได้รายงานให้ทราบว่า มีผู้ใช้สิทธิซึ่งเป็นหญิง 2 ราย ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ข.ที่โรงเรียนวัดสวนพลู หน่วยเลือกตั้งที่ 5 แขวงบางรัก เขตบางรัก ได้ฉีกบัตรเลือกตั้ง ส.ข. ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี ข้อหาจงใจฉีกบัตรเลือกตั้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหลังปิดหีบเลือกตั้งของการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร( กทม.) ช่วงเย็นวันนี้มีประชาชนเดินทางมาติดตามผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข.ที่ได้จัดจอแอลอีดีและรถโมบายที่ติดจอแอลอีดีไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทม.ระบุว่าการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ข.ได้เสร็จสิ้นทั้ง 36 เขตแล้ว แต่ที่แสดงผลการนับคะแนนบนจอคอมพิวเตอร์ล่าช้า เนื่องจากต้องมีการตรวจคะแนนและนับซ้ำอีกรอบ

 ทั้งนี้ส่วนใหญ่พบว่าผลคะแนน ส.ข. พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยยังคงรักษาฐานเสียง เดิมไว้ได้ และ กทม.จะแถลงข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งในเวลา 19.00 น. ส่วนการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ก.ทุกพื้นที่ได้ทยอยนับแล้วตั้งแต่เวลา 18.00 น. โดยพื้นที่แรกที่มีการนับคือเขตสะพานสูง ขณะที่หน้าศาลาว่าการ กทม. มีสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอย่างต่อเนื่อง

 ด้านเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งครองแชมป์นับคะแนนเร็ว ได้เริ่มนับคะแนนเมื่อเวลา 18.15 น. เนื่องจากมี 1 จาก 34 หน่วยเลือกตั้ง ส่งหีบบัตรคะแนนมาถึงสถานที่นับคะแนน คือโรงเรียนกุหลาบวิทยา ล่าช้ากว่าหน่วยอื่น ซึ่งนายบัณฑิต สิทธินามสุวรรณ ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องความรอบคอบของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยดังกล่าวในการตรวจสอบความ เรียบร้อยของเอกสาร ซึ่งตนไม่กังวล หากจะต้องเสียแชมป์การนับคะแนนเร็วที่สุดหลายสมัย เพราะเน้นเรื่องความถูกต้อง เที่ยงธรรม เป็นสำคัญ และถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว สำหรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิอย่างไม่เป็นทางการ เลือกตั้ง ส.ก. 10,125 คน หรือร้อยละ 45.44 ส.ข. 10,244 คน หรือร้อยละ 46.35 ซึ่งลดลงจากครั้งที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้มาใช้สิทธิน้อยต่อไป