ข่าว

กต.รับลูกนายกฯแจงสหรัฐ-รัสเซียสัปดาห์หน้า

กต.รับลูกนายกฯแจงสหรัฐ-รัสเซียสัปดาห์หน้า

29 ส.ค. 2553

กต.รับลูกนายกฯเตรียมแจงสหรัฐ-รัสเซีย อาทิตย์หน้า ย้ำกรณีส่งตัว"วิคเตอร์ บูท" ชี้ 2 ป.เข้าใจดี ไทยต้องปฏิบัติตามดุลยพินิจศาล ด้าน"อภิสิทธิ์"ยันไม่มีการเมืองแทรกกรณีพ่อค้าอาวุธ

(29ส.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกร ณีที่นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทำความเข้าใจกับทางสหรัฐอเมริกา และรัสเซียให้กระจ่าง ก่อนที่จะมีการนายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซียให้กับทางสหรัฐฯ ว่า ในอาทิตย์หน้ากระทรวงเตรียมที่จะชี้แจงย้ำในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย และการปฏิบัติตาม พรบ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน เราคงต้องพูดให้ชัดเจน

 ทั้งนี้ นายชวนนท์ เชื่อว่า การส่งตัวนายวิคเตอร์ให้กับทางสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐ และไทยกับรัสเซีย เนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญอุปทูตของสหรัฐ กับรัสเซียมาชี้แจงครั้งหนึ่งแล้ว โดยทั้งสองประเทศมีท่าทีเข้าใจดี ว่า ฝ่ายไทยต้องดำเนินการตามดุลพินิจของศาล แม้ว่าจะมีบางประเด็นที่แสดงความห่วงกังวลอยู่ โดยทางสหรัฐพยายามเข้าใจว่าไม่อาจกดดันฝ่ายไทยในการเร่งประสานส่งตัวนายวิคเตอร์ได้ เนื่องจากการส่งตัวต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนทางรัสเซียได้สอบถามข้อกฎหมายและรายละเอียด พรบ.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยไทยก็ย้ำว่า การเมืองไม่แทรกแซงกระบวนการศาลได้ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้สหรัฐฯ กับรัสเซียได้พูดคุยทำความเข้าใจกันก่อน

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ถึงคดีของนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธ โดยยืนยันว่ากระทรวงการยุติธรรมตัดสินคดีดังกล่าวด้วยการยึดกฎหมายภายในประเทศ และหลักสากล โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสินว่าเป็นคดีทางการเมือง ไม่ต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามประเทศ ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษา จึงต้องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนภายใน 2 เดือน แต่ก่อนหน้านั้นสหรัฐอเมริกาได้ยื่นฟ้อง ทำให้ประเทศไทยยังส่งตัวไม่ได้ ต้องรอให้สหรัฐฯถอนคดีไปก่อน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้หาทางให้ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียพูดคุยกัน
 "มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีเรื่องการเมืองเข้าไปแทรกแซง ผมยืนยันเลยว่าไม่มีแน่นอน" นายกรัฐมนตรีกล่าว

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ออกมาติงการเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เหมาะสมว่าเป็นสิทธิ์ของท่านที่จะแสดงความคิดเห็น ท่านเป็นผู้ใหญ่ตนก็ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ท่าน ถ้าเป็นคนอื่นอาจะวิจารณ์ได้ว่าท่านเป็นถึงประธานวุฒิสภา ท่านไม่ควรมาวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ตนไม่กล้าพูดกับท่านแบบนี้หรอก

 เมื่อถามว่าฝ่ายบริหารจะชี้แจงอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกวุ่นวาย สับสน หวั่นไหวไปกับกรณีของนายวิคเตอร์ บูทเลย เพราะเราได้ตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราจะยึดหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมายของเรา และกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อมีตัวบทกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตามมีกระบวนการยุติธรรมของเราซึ่งเราภูมิใจและมั่นใจว่าเป็นมาตรฐานโลกเป็นมาตรฐานเดียวกับในโลกด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องที่ต้องวุ่นวายสับสนหรือคิดมาก ไม่ว่ารัฐสภาหรืออเมริกา มาโวยวายอะไรไม่ได้ทั้งนั้นเพราะเราทำตามกฎหมาย ส่วนที่เป็นข่าว ตนคิดว่าใหม่ๆคนพยายามสร้างสีสันแต่เมื่อเราไปติดยึดสีสันเหล่านั้นแล้วกลุ้มอกกลุ้มใจไปก็น่าเสียดาย

 ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาของนายศิริโชคที่เข้าพบนายวิคเตอร์ บูทจนทำให้เป็นประเด็นการเมืองจะแก้ไขอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องแก้อะไรเลยอยู่เฉยๆ นายศิริโชคก็ไม่มีปัญญาทำให้ศาลเปลี่ยนคำพิพากษาได้ และศาลก็ไม่ฟังคำนายศิริโชคอยู่แล้ว และนายศิริโชคก็ไม่เคยเอาสิ่งที่ไปพบกับนายวิคเตอร์ บูทไปรายงานกับศาลหรือไปบวกในสำนวน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปโยงกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ว่ากรณีปัญหาเรื่องที่นายศิริโชคจะทำให้ประเทศเข้าไปอยู่ในความยุ่งยาก นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เลย ถ้าเป็นเรื่องของนายศิริโชคทำ ก็เป็นเรื่องที่นายศิริโชคต้องรับผิดชอบคนเดียว พรรคไม่รับผิดชอบ รัฐบาลก็ไม่เข้าไปวุ่นด้วยอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่านายศิริโชค เป็นคนสนิทของนายกฯ นายสุเทพกล่าวว่า แม้เป็นคนสนิทของนายกฯ เป็นคนสนิทของตน เป็นคนสนิทของใครก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล

 เมื่อถามต่อว่านายกฯเป็นห่วงเรื่องการชิงตัวนายวิคเตอร์ บูท นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอประท้วงสื่อมวลชนที่เสนอข่าวในเรื่องที่ยังไม่เกิดเป็นข่าวแล้วทำให้คนวิตกกังวลทำให้ตนเป็นห่วงสุขภาพจิตของคน ตนจึงขอประท้วงเล็กๆไว้หน่อย