ข่าว

ปชป.เชื่อ“ประชัย เลี่ยวไพรัตน์”ให้การเป็นบวก

ปชป.เชื่อ“ประชัย เลี่ยวไพรัตน์”ให้การเป็นบวก

29 ส.ค. 2553

ทีมกม.ปชป.เชื่อ“ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” ให้การเป็นบวกกับปชป. พร้อมโต้กลับ"พร้อมพงศ์" 5 ประเด็นรวด ด้าน“บัณฑิต”ยันไต่สวนพยานคดียุพรรคนัด 3 ไร้กังวล

(29ส.ค.) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฏหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท อาจจะผิดวัตถุประสงค์ โดยเปิดเผยหลังประชุม ว่า เป็นการดูรายละเอียดในคำให้การของพยานปากสำคัญฝ่ายผู้ร้องรวม 4 ปาก คือ 1.นายประจวบ สังฆ์ขาว 2.นางวลัยลักษณ์ ประสงค์ ภรรยานายประจวบ 3.นายธงชัย คลศรีชัย และ4.นายประชัย เลี่ยวไพรัช เพื่อเตรียมการซักค้านในศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ซึ่งที่ประชุมได้ตรวจสอบและดูรายละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะซักค้านในวันพรุ่งนี้ โดยที่ประชุมไม่ค่อยมีความหนักใจ โดยเฉพาะคำให้การของนายประชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่มีคำให้การค่อนข้างเป็นผลดีต่อพรรค

 นายวิรัตน์ ยังกล่าวตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาให้ข่าวกล่าวหา ใน 5ประเด็นด้วยว่า ข้อกล่าวหาที่ 1.ที่โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่ามีนักการเมืองอักษรย่อ “ส.” ใช้เงิน 30 ล้านบาท ล็อบบี้พยานปากสำคัญให้กลับคำให้การในชั้นไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถ้ามีอยู่จริงก็คงจะเป็นพรรคพวกของนายพร้อมพงศ์ที่เปิดเผยเรื่องนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน และพยานในศาลรัฐธรรมนูญทุกปาก ได้มีการทำคำให้การของตัวเองยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหมดแล้วทุกคน ดังนั้น ถ้าพยานจะพลิกคำให้การในชั้นศาล ก็จะทำให้พยานปากนั้นขาดน้ำหนักลงไปเอง และที่สำคัญพยานปากสำคัญ อาทิ นายประจวบ นายธงชัย และนายประชัย ต่างก็ได้ทำคำให้การชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยได้ยืนยันตามคำให้การเดิมที่แต่ละคนได้ให้ไว้กับทางกกต.ทุกประการ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะมีพยานปากใดไปรับเงินเพื่อกลับคำให้การต่อศาลตามที่นายพร้อมพงศ์กล่าวหา และเป็นความเชื่อของนายพร้อมพงศ์ที่พยายามใส่ความ ใส่ร้ายนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ใช้เงินสูงถึง30 ล้าน บาทซึ่งเป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น

 นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า 2.การที่นายพร้อมพงศ์ระบุว่า มีการใช้เงินเพื่อขอให้พยานบางคนไม่ไปให้การต่อศาลตามนัดในวันที่ 30 ส.ค.นั้น ตนก็อยากถามนายพร้อมพงศ์ว่า นายพร้อมพงศ์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะนายประจวบเอง ก็ได้ยืนยันตามคำให้การเดิม พร้อมทั้งยืนว่าจะไปให้รายละเอียดต่อศาลในวันนัดด้วยตัวเอง 3.กรณีที่กล่าวหานายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำร้องขอของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว และพบว่าไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพราะเอกสารดังกล่าวเป็นรายงานการพิจารณาการถือครองหุ้นของ 12 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญเองก็อนุญาตให้ถ่ายเอกสารคัดลอกได้อยู่แล้ว และเนื่องจากวันเกิดเหตุ นายทศพลเดินทางออกจากศาลไปก่อน แต่ได้กลับมารับเอกสารดังกล่าวภายหลัง

 นายวิรัตน์ กล่าวด้วยว่า 4.กรณีที่นายพร้อมพงศ์ได้กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ทราบเรื่องแล้วจะลอยตัวเหนือกฏหมายและเหนือปัญหานั้น ขอชี้แจงว่า ท่านทั้งสองไม่มีพฤติกรรมแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ และไม่ได้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายและปัญหาใดๆ ตามที่นายพร้อมพงศ์กล่าวหาและพยายามเชื่อมโยง สร้างราคาตัวเอง ที่กล่าวถึงผู้ใหญ่ของพรรคเช่นนี้ และ 5. กรณีที่นายพร้อมพงศ์กล่าวพาดพิงถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน คือนายเอกพล เอกอุรุ และนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ โดยนายเอกพลได้ถอนตัว ขณะที่นายวสันต์ได้ถูกนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใส่ความท่านด้วยความเท็จ นายวสันต์จึงได้ฟ้องกลับในคดีหมิ่นประมาท เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง จึงถือเป็นคู่กรณีกับพยานในคดีนี้ ซึ่งท่านก็ได้ถอนตัวจากองค์คณะผู้พิพากษา ตรงนี้ก็ถือเป็นการใช้ยุทธการเบี้ยแลกขุนตามที่กล่าวระบุกับข้อเท็จจริง จึงขอให้นายพร้อมพงศ์ยุติความพยายามดิสเครดิสกระบวนการยุติธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จได้แล้ว

 ด้านนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า คณะทำงานไม่หนักใจ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในการเตรียมการเพื่อซักค้านในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (30ส.ค.) อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้เตรียมการที่จะซักค้านพยานไว้หมดแล้ว โดยพรรคจะยืนยันด้วยข้อเท็จจริง ที่จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ได้

 ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้นำภาพนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมาย ที่ไปรับเอกสารที่ศาลมาแถลงข่าวพร้อมโยงว่าเป็นเอกสารเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคนั้น นายบัณฑิต กล่าวว่า เรื่องของนายทศพลเป็นเรื่องเก่า และเป็นเอกสารทีไม่เกี่ยวกับคดียุบพรรค เชื่อว่าไม่มีปัญหาหรือมีผลกับคดียุบพรรค