
ดึง"ออลแบล็ค-วอลลาบี้" ปล้ำ7คนที่ไทยต้นปีหน้า
"สารวัตรต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เดินเครื่องบูมกีฬารักบี้ เล็งทาบ "ออลแบล็ค" นิวซีแลนด์ กับ "วอลลาบี้" ออสเตรเลีย และทีมระดับหัวแถวของโลกอีก 8 ทีม มาร่วมศึกหนำเลี้ยบ 7 คน ชิงแชมป์นานาชาติ ที่เมืองไทยต้นปีหน้า
พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เลขาธิการสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 15 คนเยาวชนชายอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2010 ระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทีมไทยจะไม่ประสบความสำเร็จ คือแพ้ฮ่องกงในรอบตัดเชือก และมาแพ้ศรีลังกาในรอบชิงอันดับ 3 ทำให้ได้เพียงอันดับ 4 ทว่า เมื่อมองในภาพรวมของการจัดการแข่งขัน ไล่มาตั้งแต่เรื่องอาหาร, ที่พัก, สนามแข่งขัน และระบบการคมนาคมขนส่งนักกีฬา-เจ้าหน้าที่และบุคคลสำคัญต่างๆ ถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง
"เราได้รับคำชมเชยจากชาติสมาชิกที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันเป็นอย่างมากเกี่ยวกับระบบการจัดการแข่งขัน รวมไปถึงได้รับคำชมจากสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย และสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลนานาชาติด้วยว่า ไทยมีความพร้อมเพียงพอที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรักบี้รายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติได้อีก" พ.ต.ท.กุลธนกล่าว
นอกจากนี้ เพื่อให้กีฬารักบี้เป็นที่นิยมในประเทศไทยให้มากขึ้น สมาคมรักบี้ที่มี พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ เป็นนายกสมาคม ก็ได้เสนอตัวกับคณะกรรมการบริหารสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย (อาร์ฟู่) เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ไทยจะขอรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลทีมชาย 7 คนชิงแชมป์นานาชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เหมือนที่ฮ่องกงเป็นเจ้าภาพจัดศึก "ฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล รักบี้ เซเว่น" เป็นประเพณีประจำทุกปีจนดังกระหึ่มไปทั่วโลก ซึ่งสมาคมรักบี้แห่งประเทศไทยมีแนวคิดที่จะทำให้รายการดังกล่าวโด่งดังเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกเหมือนฮ่องกง
"เราต้องการทำให้การแข่งขันรักบี้ 7 คน ชิงแชมป์นานาชาติที่เมืองไทยเป็นที่ยอมรับและโด่งดัง สมาคมจึงมีแนวคิดที่จะเชิญทีมระดับชั้นนำของโลกอย่าง ออลแบล็ค-นิวซีแลนด์ และ วอลลาบี้-ออสเตรเลีย มาร่วมประชันฝีมือและสร้างสีสันให้แก่การแข่งขัน เพื่อให้รายการนี้สนุกสนานตื่นเต้นและน่าติดตามมากขึ้น ในเบื้องต้นมองๆ ไว้ที่ 8-10 ทีม"
พ่อบ้านสมาคมรักบี้ไทยยังกล่าวอีกว่า รายการดังกล่าวจะเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆ ของนักรักบี้ไทย เนื่องจากไทยห่างหายจากการเป็นแม่งานในระดับนานาชาติมานานหลายปีแล้ว หากประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากชาติสมาชิก อนาคตสมาคมจะขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรักบี้รายการใหญ่ระดับโลกต่อไป
ทั้งนี้ สมาคมต้องขอขอบคุณ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงบรรดาสปอนเซอร์ใจดีต่างๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคมด้วยดีมาตลอด ส่วนตัวมั่นใจว่า จากนี้ไปวงการรักบี้ไทยจะเจริญก้าวหน้าและพัฒนาให้เทียบเท่าหลายชาติชั้นนำในเอเชีย โดยเฉพาะเป้าหมายหลักคือการคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ปลายปีนี้



