
น้ำป่าทะลักท่วม"อ.ฟากท่า"ชาวบ้านสูญหาย2
น้ำป่าทะลักท่วมอำเภอฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ จมใต้น้ำทั้งอำเภอ ชาวบ้านสูญหาย 2 คน ถนนสายบ้านโคก-ฟากท่าดินสไลท์ทับน้ำท่วมสูงชาวบ้านถูกตัดขาด ด้านแม่น้ำป่าสักจ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าสู่ชุมชนเทศบาลหล่มเก่า -หล่มสัก เตือนประชาชน พร้อมเก็บสิ่งของไว้ที่ปลอด ภัย
(29ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกหนักที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลลงลำน้ำปาดอย่างรวดเร็วและทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน พื้นที่การเกษตรทั้งไร่ข้าวโพดและนาข้าวเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในระดับความสูงกว่า 3 เมตร บ้านเรือนที่อยู่ที่ลุ่มและเป็นบ้านชั้นเดียวระดับน้ำเกือบมิดหลังคา ชาวบ้านไม่สามารถเก็บข้าวของ ทรัพย์สิน หรือแม้แต่รถยนต์หนีน้ำได้ทันต้องปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เพราะต้องเอาชีวิตตนเองและสมาชิกในครอบครัวอพยพอยู่ตามที่สูง นอกจากนี้น้ำยังทะลักเข้าท่วมศูนย์ราชการอำเภอฟากท่า ทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจภูธรฟากท่า ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน บ้านพักราชการ เสียหายโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการไม่สามารถเก็บข้าวของหนีน้ำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอำเภอฟากท่าเป็นพื้นที่คล้ายแอ่งกระทะ อยู่ไกลจากตัวจังหวัดมากถึง 200 กิโลเมตร นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ นายธาตรี บุญมี นายอำเภอฟากท่า นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ นำกำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์กว่า 500 นาย อาสาสมัครกู้ภัย และประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 จ.พิษณุโลก นำเรือท้องแบน อุปกรณ์แสงสว่าง อาหารแห้ง น้ำดื่ม เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน
นายโยธินศร์ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานชาวบ้านกว่า 1,000 ครอบครัว 21 หมู่บ้าน 4 ตำบล คือ ต.ฟากท่า ต.บ้านเสี้ยว ต.สองคอน และ ต.สองห้อง อ.ฟากท่า หรือกว่า 80 เปอร์เซ็นของจำนวนประชากรได้รับความเดือดร้อน พื้นที่การเกษตรไร่ข้าวโพดที่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต นาข้าว เสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะภูมิประเทศอยู่ในหุบเขาน้ำจึงท่วมขังสูง การระบายน้ำเป็นไปอย่างลำบากต้องให้ฝนหยุดตก และระดับน้ำไหลลงสู่ตอนใต้สู่แม่น้ำน่านเพียงอย่างเดียว จึงประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินอุทกภัยรุนแรง
“ได้ระดมทั้งกำลังคน ถุงยังชีพ เบื้องต้นเป็นอาหารแห้ง น้ำดื่มกว่า 1,000 ชุดช่วยเหลือชาวบ้าน แจ้งเตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวังเพิ่มความระมัดระวัง เพราะพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงมีปริมาณฝนตกหนัก พร้อมสั่งการให้จัดตั้งสำนักงานเทศบาลตำบลฟากท่าเป็นศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จัดทีมแพทย์ ประชุมประเมินสถานการณ์ทุก 1 ชั่วโมงจนกว่าระดับน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ”นายโยธินศร์กล่าว
นายโยธินศร์ กล่าวว่า ด้วยลำน้ำปาดเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านหลายอำเภอ จึงได้แจ้งให้ประชาชนที่บ้านเรือนอยู่ติดลำน้ำปาด ที่อำเภอน้ำปาด อำเภอเมือง อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย และไหลลงสู่แม่น้ำน่านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ เตรียมอพยพเก็บข้าวของไว้ที่สูง อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนชาวบ้านติดลำน้ำปาด และแม่น้ำน่าน ที่เพิ่มความสูงอย่างต่อเนื่อง
นายธาตรี บุญมี นายอำเภอฟากท่า กล่าวว่า อำเภอฟากท่าไม่เคยประสบอุทกภัยมาก่อน วัดปริมาณฝนตกสูงสุดได้ 150 มิลลิเมตร พื้นที่หมู่ 3 4 7 9 และหมู่ 10 ต.ฟากท่า ระดับน้ำท่วมรุนแรงที่สุด ล่าสุดยังได้รับรายงานว่ามีชาวบ้าน 2 คนที่หมู่ 4 บ้านวังค้อ ต.บ้านเสี้ยว สูญหายหลังเดินทางเข้าไปไร่ข้าวโพด จนถึงปัจจุบันยังหายตัวไม่เจอ แม้ญาติพี่น้องพยายามติดต่อด้วยโทรศัพท์มือถือ จึงระดมชาวบ้านออกติดตามเชื่อว่ายังคงปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานฝนที่ตกอย่างหนักยังทำให้ถนนสายบ้านโคก-ฟากท่า ที่บ้านกกต้อง หมู่ 3 ต.ฟากท่า ดินจากภูเขาที่อยู่ติดถนนสายดังกล่าวสไลท์ทับเส้นทาง และน้ำป่าไหลทะลักท่วมสูงกว่า 1 เมตร ยาวกว่า 500 เมตร รถทุกประเภทไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านที่จะเดินทางจากอำเภอบ้านโคกเข้าสู่ตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ และเดินทางไปยังอำเภอบ้านโคก ตลาดการค้าชายแดนไทย-ลาว ที่ช่องผ่อนปรนภูดู่ อ.บ้านโคกไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ รถโดยสารประจำทางต้องจอดพักรถที่อำเภอฟากท่า
ด้านความคืบหน้าการช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.วังโป่ง และ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เวลา 14.00 น.วันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้นำถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 1,000 ชุด มามอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ที่วัดโคกสำราญ หมู่ 15 ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน
นอกจากนี้นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัยที่เทศบาลตำบลวังโป่ง พร้อมร่วมหารือถึงมาตรการช่วยเหลือราษฎรกับนายกเทศมนตรีตำบลวังโป่ง โดยเฉพาะการเร่งซ่อมแซมระบบประปา เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายบริการน้ำประปาให้แก่ราษฎรให้ได้ภายในเย็นวันนี้ หลังจากนั้นนายธวัชชัยยังเดินทางไปยังจุดคอสะพานถูกกระแสน้ำพัดตัดขาดที่ ต.ซัปเปิป โดยตัวแทนสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดเพชรบูรณ์แจ้งว่าจะเร่งนำสะพานแบริ่งมาติดตั้งให้เป็นการชั่วคราว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดเพชรบูรณ์หลายอำเภอ กำลังได้รับผลกระทบเนื่องจากน้ำป่าจากหลายหลายไหลรวมลงมาในแม่น้ำป่าสักตอนบนทำให้มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและส่อว่าจะมีการทะลักออกมาท่วมไร่นา และชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตท้องที่เสี่ยง ส่วนแม่น้ำป่าสักนั้นระดับน้ำพร้อมที่จะทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลอำเภอหล่มเก่า และ อำเภอหล่มสัก
ฝ่ายปกครอง และ ฝ่ายบริหารของเทศบาลได้ประกาศเตือนให้ประชาชนชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำทั้งฝั่งซ้าย และฝั่งขวาให้เก็บสิ่งของที่มีมีค่าขึ้นไปไว้ในที่ปลอดภัย เพราะสถานการณ์ดังกล่าวอาจมีน้ำป่าไหลทะลักลงมาจะทำให้ระดับน้ำมีความเพิ่มสูงและอาจท่วมในชุมชนได้ พร้อมได้เตรียมเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งไว้ในหลายจุดเพื่อทำการระบายน้ำออกจากชุมชนและยังสั่งเตรียมความพร้อมของหน่วยบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยกู้ภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือราษฏรที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึ้มและมีฝนตลลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะท้องที่บนยอดเขาต่างๆที่ล้อมรอบหลายอำเภอใน จ. เพชรบูรณ์
นายสมเดช ธรรมมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุทธบาท อ.ชนแดน กล่าวว่า สถานการณ์ที่ อำเภออำเภอชนแดน ในขณะนี้เขาสู่ภาวะปกติแต่ไม่ประมาทเพราะฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ชุด อปพร.และผู้นำหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในที่เชิงเขาทั่วไปได้เก็บสิ่งของเอาไปไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมกับตั้งเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม อ.วังโป่งได้รับรายงานล่าสุดว่า สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
รายงานข่าวแจ้งว่า ประชาชนในเทศบาลวังโป่งไม่พอใจฝ่ายบริหารเทศบาลตำบลวังโป่ง เนื่องจากในขณะที่เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากไม่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อเตรียมตัวขนสิ่งของหนีน้ำ เสียงตามสายไม่เปิด ไม่มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ทั้งนี้ระยะทางน้ำที่ก่อนจะถึงวังโป่งที่ทะลักมาจากซับเปิบนั้นมีระยะทางหลายกิโลเมตร เมื่อสอบถามถึงเครื่องมือในด้านการประชาสัมพันธ์บอกว่าเครื่องขยายเสียงลำโพงขาดใช้การไม่ได้ ส่วนในขณะนี้สถานการณ์ในเทศบาลนั้นเข้าสู่ปกติ แต่ในไร่นาประชาชนระดับน้ำยังปริ่มท่วมไร่นาเสียหาย หาทางระบายไม่ได้
นายประจญ ปรัชญสกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของจ.เชียงใหม่ ส่งผลให้น้ำป่าจากดอยสุเทพไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และบางส่วนได้ไหลทะลักลงสู่คลองส่งน้ำของชลประทานแม่แตง นอกจากนี้น้ำบางส่วนยังได้เอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขต ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม เนื่องจากลำคลองไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงได้ทัน
เบื้องต้นนายอำเภอแม่ริม อบต.ดอนแก้ว และ ปภ.จ.เชียงใหม่ได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วในช่วงเช้าวันนี้ ( 29 ส.ค.)
ทั้งนี้มีบ้านเรือนประชาชนในเขต อบต.ดอนแก้วถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ล่าสุดน้ำได้ลดระดับลงแต่ยังคงท่วมขังบางจุดสูงกว่า 20 -30 เซนติเมตร ปภ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนล่วงหน้าเข้าไปสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว โดย ปภ.ได้เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุ ที่สนง.ปภ.จ.เชียงใหม่ด้วย



