ข่าว

คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่29ส.ค.53

คมเลนส์ส่องพระวันอาทิตย์ที่29ส.ค.53

29 ส.ค. 2553

*** เมืองไทย ยามหน้าฝนในช่วงนี้ ทำเอาผู้คนในหลายจังหวัดเดือดร้อนไปตามๆ กัน ฝนตกน้ำท่วมขังเป็นของคู่กันมานานปี ก็ต้องอดทนกันไป

** หันหน้าเข้าสู่สนามพระ เมื่อ วันสารทจีน ที่ผ่านมา เงียบเหงาไปเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับคึกคักเหมือนเดิม มีการซื้อขายกันทั่วไป แทบทุกวันมักจะมีชาวบ้านนิมนต์พระเครื่องเข้าสนาม เพื่อบอกขาย ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะส่วนใหญ่เป็นพระใหม่ หรือไม่ก็เป็น พระปลอม ซึ่งมีมากกว่า พระแท้ แต่ไหนแต่ไรมานานแล้ว

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ได้รับภาพพระมาเยอะมาก ประเดิมด้วย พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง ของ บงกชธร บำรุงพืช ทั้ง ๒ องค์ โดยติดรางวัลที่ ๑ (องค์พื้นสีแดง) และที่ ๒ (องค์พื้นสีดำ) จากงานที่ผ่านมา เมื่อวันอาทิตย์ก่อน (จัดโดย คณะนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๑) บงกชธร บำรุงพืช เป็นนักธุรกิจอะไหล่รถ ผู้นิยมพระหลักยอดนิยม และพระบูชายุคเก่า เคยนำเรื่องราวของท่านมาลงไว้แล้ว ในคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เปิดอ่านย้อนหลังได้โดยค้นหาคำว่า บงกชธร บำรุงพืช ก็จะพบอย่างง่ายดาย

** องค์ต่อไปเป็นพระของ ต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คือ พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก เนื้อดินเผา เป็นพระพิมพ์เล็กกะทัดรัด แต่มีอำนาจบารมีมาก เหมาะสำหรับสุภาพสตรีที่เป็นหัวหน้าองค์กรต่างๆ เป็นนักบริหารระดับแนวหน้า แขวนพระพิมพ์นี้เพื่อให้เป็นที่เกรงขามของผู้ใต้บังคับบัญชา พระองค์นี้สวยสมบูรณ์คมชัดมาก พระสวยระดับนี้ปัจจุบันหาได้ยากยิ่ง ส่วนใหญ่เจ้าของมักจะหวงแหน นิมนต์เข้าตู้เซฟไปหมดแล้ว

** พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา เชื่อกันว่าเป็นการสร้างขึ้นของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระเอกาทศรถ พระอนุชา ภายหลังการชนะสงครามยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราช แม่ทัพพม่า จึงได้สร้างพิมพ์นี้ขึ้น เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะ และอุทิศส่วนกุศลให้ทหารหาญที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบ ไม่ว่าจะเป็นทหารไทย หรือฝ่ายพม่าก็ตาม โดยมีประธานในพิธี คือ สมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว หรือ พระมหาเถรคันฉ่อง พระอาจารย์ชาวมอญ ที่ทรงนิมนต์มาจากพม่า ซึ่งเป็นพระอาจารย์ผู้มีจิตเมตตากรุณา และมีวิชาอาคมสูง (วัดป่าแก้ว ต่อมาคือ วัดใหญ่ชัยมงคล)

** พระขุนแผนเคลือบ เป็นพระปางมารวิชัย องค์พระประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว พิมพ์ทรงห้าเหลี่ยม ยอดแหลม เป็นพระเนื้อผงขาว ด้านหน้าขององค์พระจะเคลือบด้วยน้ำยา ก่อนเผาเป็นพระเนื้อดิน แบบเดียวกับการเคลือบไหโบราณ หรือกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ โดยเชื่อกันว่าเป็นกรรมวิธีการเคลือบแบบเครื่องลายครามกังไสของชาวจีน ซึ่งได้เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้น และเป็นผู้มีส่วนในการสร้างพระพิมพ์นี้ สำหรับด้านหลังองค์พระจะไม่มีการเคลือบ แต่อาจจะมีน้ำยาไหลล้นไปด้านหลังบ้างเล็กน้อยก็ได้

** พระขุนแผนเคลือบ มีทั้งหมด ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์อกใหญ่ ฐานสูง (องค์ในภาพนี้) พิมพ์อกใหญ่ ฐานเตี้ย และพิมพ์แขนอ่อน หรือพิมพ์เล็ก ความนิยมอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป ** ขณะเดียวกัน มีการขุดพบ พระขุนแผน พิมพ์เดียวกันนี้ที่บริเวณโรงเหล้า จ.ปทุมธานี แต่พระกรุนี้ไม่มีน้ำยาเคลือบด้านหน้าเหมือนกับที่ขุดพบในวัดใหญ่ชัยมงคล เรียกว่า พระขุนแผน กรุโรงเหล้า เข้าใจว่าเป็นพระที่สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน แต่นำมาฝากกรุที่โรงเหล้า ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะเป็นวัดโบราณ แต่ได้กลายเป็นวัดร้างในเวลาต่อมา ขนาดองค์พระ ๒.๘x๔.๕ ซม. พุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ตามคุณสมบัติของนักรบในสมัยนั้น พระขุนแผน ทั้ง ๒ องค์นี้ เป็นของ อิทธิ ชวลิตธำรง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพชร พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทายาทรุ่นที่ ๓ ของตระกูล ชวลิตธำรง เจ้าของที่ดินรายใหญ่เมืองพัทยา ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างคอมเพล็กซ์ขนาดกษ์ บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ย่านพัทยาเหนือ หาดวงศ์อมาตย์ ขึ้นทั้งคอนโด เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโรงแรม นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองพัทยา สู่การท่องเที่ยวครบวงจร โครงนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โดยส่วนตัว อิทธิ ชวลิตธำรง เป็นนักสะสมพระเครื่องมานานปี มีพระหลักยอดนิยมสวยๆ อยู่ในครอบครองมากพอสมควร สำหรับ พระขุนแผน ๒ องค์นี้ได้รับมาจาก หมึก ท่าพระจันทร์ โดยตรง เป็นพระแท้ดูง่าย สวยสมบูรณ์ในทุกซอกมุม

** ส่วนพระของ หมึก ท่าพระจันทร์ เองก็มีอยู่หลายองค์ นิมนต์มาให้ชมวันนี้องค์หนึ่งก่อน คือ พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี พิมพ์ปั้น เนื้อผงคลุกรัก ที่เรียกว่า เนื้อกะลา ซึ่งมีความแกร่งมาก แบบเดียวกับ พระปิดตา พิมพ์หลังแบบ ของท่าน ** พระปิดตา พิมพ์ปั้น เป็นการสร้างขึ้นโดยปั้นทีละองค์ แบบลอยองค์ ไม่มีแม่พิมพ์เป็นตัวกำหนด พิมพ์ทรงองค์พระ ฉะนั้น พระแต่ละองค์ที่ได้จะไม่เหมือนกันทีเดียว แตกต่างกันบ้างทั้งแบบพิมพ์และขนาดองค์พระ พระปิดตา พิมพ์ปั้น นี้ หลวงพ่อแก้ว เคยสร้างมาก่อนที่ วัดปากทะเล จ.เพชรบุรี แต่เนื้อจะไม่เหมือนกัน ของวัดปากทะเล องค์พระจะมีสีดำ เพราะเนื้อพระแก่ใบลานเผานั่นเอง

** วัดพลับ (วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ที่ถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กทม. (ธนบุรี) เป็นวัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมา รัชกาลที่ ๑ ได้ทรงสร้างวัดใหม่ขึ้นมาวัดหนึ่ง อยู่ติดกัน โปรดเกล้าฯ ให้รวมวัดทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน และคงเรียกชื่อว่า วัดพลับ ตามเดิม พร้อมกับทรงนิมนต์ พระญาณสังวร (สุก) มาครองวัดนี้ ซึ่งเป็นวัดป่า ฝ่ายอรัญวาสี สำหรับพระวิปัสสนาจารย์โดยเฉพาะ เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๖๕ ได้มีการขุดพบ พระเนื้อผง จากองค์พระเจดีย์หน้าวัด ประมาณ ๙ พิมพ์ องค์พระออกแบบอย่างง่ายๆ ไม่มีลวดลายประดับแต่ประการใด มีการเรียกชื่อตามลักษณะขององค์พระ อาทิ พระพิมพ์ยืน (องค์ในภาพนี้) พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก พิมพ์สมาธิใหญ่ พิมพ์สมาธิเข่ากว้าง พิมพ์ปิดตา ฯลฯ พระกรุนี้มีความเชื่อกันว่า เป็นการสร้างขึ้นโดย สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) ผู้สร้าง พระสมเด็จอรหัง แต่บางท่านเชื่อว่า สร้างโดย ขรัวตาจัน พระเกจิอาจารย์ชาวเขมร (บางท่านบอกว่าเป็นชาวมอญ) ด้วยเหตุผลว่า ถ้าสร้างโดย สมเด็จพระสังฆราช (สุก) องค์พระน่าจะมีการออกแบบพิมพ์ที่เรียบร้อยกว่านี้ มีลวดลายต่างๆ ประดับอย่างงดงามอลังการ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระที่สร้างขึ้นโดยท่านผู้ใดก็ตาม พระกรุนี้ก็มากมีด้วยอานุภาพในทุกด้าน จนโด่งดังไปทั่ว ถึงกับมีการจัดเป็น พระผงยอดนิยม ที่เช่าหากันในราคาสูง

** พระกรุวัดพลับ พิมพ์ยืน เป็นพิมพ์ที่ผิดแผกแตกต่างไปพระพิมพ์อื่นๆ โดยสิ้นเชิง เพราะไม่มีใครสร้างมาก่อนหน้านี้ (จะมีก็แต่ พระหลวงปู่โต๊ะ ที่ได้ถอดพิมพ์ไปจากพระพิมพ์นี้ อยู่ในชุดพระ ๑๓ พิมพ์แรก เนื้อผงแช่น้ำมนต์ ที่ท่านได้ตั้งใจสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง)  มีบางท่านบอกว่า พระพิมพ์ยืนนี้ดูเหมือนกับคนถือดอกบัว ยกมือไหว้ จึงมีการเรียกชื่อพระพิมพ์นี้อีกอย่างหนึ่งว่า พิมพ์วันทาเสมา เป็นพระเนื้อผงละเอียด สีขาวอมเหลือง มีเม็ดทรายเล็กๆ ประปราย บางองค์มีคราบกรุเป็นผดเล็กๆ ปรากฏทั่วองค์พระ บางองค์มีลักษณะลั่นเหมือนแตกลายงา พระส่วนใหญ่ด้านหลังจะอูมเล็กน้อย

** วิสุทธิ์ พึ่งรัศมี (แป๊ะ ยะลา) และเพื่อน ร่วมกันจัดสร้าง เหรียญ ๒ พ่อท่าน ด้านหนึ่งเป็นรูป พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ อีกด้านหนึ่งเป็นรูป พ่อท่านพรหม วัดพลานุภาพ ปลุกเสกเดี่ยวครั้งแรก (วันที่ ๒๔ ส.ค.) โดย พ่อท่านพรหม ครั้งที่ ๒ (วันที่ ๒๕ ส.ค.) ร่วมปลุกพร้อมกันทั้ง ๒ ท่าน ภายในอุโบสถ วัดพลานุภาพ พร้อมทั้ง เหรียญอายุยืน และ รูปเหมือนพ่อท่านพรหม ฯลฯ โดยคณะผู้จัดสร้างได้ถวายวัตถุมงคลจำนวนหนึ่งให้ทางวัดพลานุภาพ พร้อมด้วยปัจจัยอีกจำนวนหนึ่ง ผู้สนใจวัตถุมงคลรุ่นนี้ ติดต่อโดยตรงที่ วัดพลานุภาพ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี...สำหรับ พ่อท่านเขียว ปีนี้ท่านมีอายุ ๘๒ ปี แต่มีพรรษามากกว่า พ่อท่านพรหม ซึ่งมีอายุ ๙๓ ปี ทั้ง ๒ ท่านเป็นพระเถราจารย์ที่ชาวปัตตานีให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใสมาก เพราะเป็น พระแท้ ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ วัตถุมงคลของท่านจึงมั่นใจได้ว่ามีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ในทุกด้าน โดยเฉพาะ...เมตตามหานิยม ** เนื่องจากหมดสัญญาเช่า...ขณะนี้ เสี่ยเจ็ด ได้ย้ายร้านจากห้างมาบุญครอง ไปอยู่ที่ ศูนย์การค้าดิโอลด์สยาม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พิธีเปิดร้านจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ สอบถามโทร.๐๘-๑๘๗๕-๓๑๗๗ **

** พระกรุวัดพลับ พิมพ์ยืน (วันทาเสมา) องค์ในภาพนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศมาหลายงานแล้ว เป็นพระของ ชัยญา ลิ้นปราชญา (เสี่ยโป่ย เยาวราช) นักสะสมพระคนรุ่นเก่า มีพระหลักยอดนิยมมากมาย เวลานี้กำลังถ่ายทอดวิทยายุทธ์ ให้ลูกชายคนโปรด เพื่อสืบสานการสะสมพระต่อไป ** ขออภัย...วันนี้ไม่มีคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เนื่องจากมีโฆษณา พบกันใหม่ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

0 แล่ม จันท์พิศาโล 0