
สับพิพิธภัณฑ์อียิปต์รปภ.แย่รมต.ผวางานศิลป์หาย
ไคโร-ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศวิจารณ์อียิปต์ไม่ให้ความสำคัญระบบรปภ.ในพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุล้ำค่าของโลกรวมทั้งหน้ากากทองคำของกษัตริย์ ทุต แห่งราชวงศ์อียิปต์โบราณ ทั้งที่มีรายได้หลายล้านดอลลาร์จากนักท่องเที่ยวในแต่ละปี ด้านรมต.วัฒนธรรมสั่งปิดพิพิธภัณฑ์ 3
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (28 ส.ค.) ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยในพิพิธภัณฑ์วิจารณ์การบริหารงานพิพิธภัณฑ์ของอียิปต์อย่างหนัก หลังเกิดเหตุมือดีฉกภาพ "ดอกป๊อปปี้" ที่วินเซนต์ แวนโก๊ะ ศิลปินเลื่องชื่อวาดขึ้นเมื่อปี 2430 มูลค่าประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ (1,550 ล้านบาท) โดยใช้มีดคัตเตอร์กรีดขอบภาพของแวนโก๊ะขนาด 12 คูณ 12 นิ้ว ออกจากกรอบนำออกจากพิพิธภัณฑ์มาห์มุด คาลิล กลางกรุงไคโรเมื่อวันเสาร์ (21 ส.ค.) หายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีกล้องวงจรปิดเพียง 7 ตัว จาก 43 ตัวที่ยังทำงานอยู่ ส่วนสัญญาณเตือนภัยทุกระบบไม่ทำงาน
นายทอน ครีเมอร์ส ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายรักษาความปลอดภัยพิพิธภัณฑ์ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามระบบการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก กล่าวว่า "มูลค่าภาพของแวนโก๊ะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นน่าจะมีมูลค่าประมาณ 5 หมื่นดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการใช้งานประมาณปีละ 3,000 ดอลลาร์เท่านั้น"
ปัญหานี้อยู่ภายใต้การรับผิดชอบของนายฟารุค ฮอสนี รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมที่ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุตนเองนอนไม่หลับ และสะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึกเพราะหวั่นว่างานศิลป์ล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์จะถูกขโมยไปอีก ขณะที่นายโมห์เซน ชาลาน อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่และถูกจับกุมตัวในพิพิธภัณฑ์มาห์มุด คาลิลนั้น เคยร่วมกับหัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ ทำเรื่องเสนอให้รมต.วัฒนธรรมอนุมัติแผนการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในพิพิธภัณฑ์มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์ แต่กลับได้รับการอนุมัติเงินเพียง 8.8 หมื่นดอลลาร์เท่านั้น แม้ว่าในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมศิลปะล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ในกรุงไคโร และสุสานกษัตริย์ในเมืองลักซอร์ ประมาณ 9 ล้านคนซึ่งสร้างรายได้ให้แก่อียิปต์เป็นจำนวนมหาศาล
หนังสือพิมพ์อัล-โชรุค รายงานว่าหลังเกิดเหตุการณ์เพียง 3 วันเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีความตื่นตัวในการทำหน้าที่หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาถามเส้นทาง โดยให้ความสำคัญกับการสวดมนต์ในเดือนรอมฎอนมากกว่า



