
จับเอเย่นต์ลวง7หญิงไทยไปค้าประเวณีที่สเปน
พฤติกรรมจะหลอกไปทำงานนวดแผนโบราณโดยจัดชายไทยอำพรางเป็นคู่แต่งงานอ้างเดินทางไปฮันนีมูน พอถึงจะมีขบวนการมารับตัวไปกักขังที่คลับในเมืองบูร์โกสบังคับให้ขายตัวใช้หนี้ เหยื่อหาโอกาสแอบติดต่อขอความช่วยเหลือกับสถานทูตไทยจนประสานตำรวจเข้าทลาย
ที่กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์(ปคม.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผกก.3 บก.ปคม., พ.ต.ท.พิชญ์เชฎฐ์ จิรวัฒนวาณิช พงส.(สบ3) กก. 3 บก.ปคม., และ พ.ต.ท.นนท์วาณัฐ-กริช กลิ่นพงศ์ สว.กก.3 บก.ปคม. ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายนพดล ทองสตา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ที่ 13 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เอเย่นต์และนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงหญิงไทยไปบังคับค้าประเวณี ณ ประเทศสเปน จำนวน 7 ราย
พล.ต.ท.ไถง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาดริด ได้นำกำลังตำรวจได้เข้าทลายคลับลา โบเอม (La Boheme) เมืองบูร์โกส ประเทศสเปน ซึ่งร้านดังกล่าวเป็นแหล่งกักขังผู้หญิงเพื่อค้าประเวณีก่อนช่วยเหลือหญิงที่เป็นเหยื่อออกมาจำนวน 20 ราย ในนั้นมีหญิงไทยจำนวน 7 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเจ้าของร้านคือนางจินดา หรือนุช เขตวัฒ ได้ก่อนถูกดำเนินคดีที่ประเทศสเปน ส่วนเหยื่อทั้ง 7 คนได้รับการช่วยเหลือส่งตัวกลับประเทศไทย และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ได้รับแจ้งจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีดังกล่าว
พล.ต.ท.ไถง กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนขยายผลขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติดังกล่าว จนทราบว่านายนพดล ทองสตา ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับขบวนการค้ามนุษย์โดยทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์คอยจัดหาและหลอกลวงหญิงไทยแล้วส่งไปค้าประเวณีในประเทศสเปน โดยร่วมกันหลอกลวง น.ส.เอ (ชื่อสมมติ) กับพวก เหยื่อค้ามนุษย์รวม 7 ราย โดยชักชวนให้เดินทางไปทำงานนวดแผนโบราณที่ประเทศสเปน และแจ้งว่าจะไม่มีการค้าประเวณี โดยนายนพดลกับเอเย่นต์จะดำเนินการจัดทำวีซ่าและหนังสือเดินทางต่างๆ ให้เรียบร้อย พร้อมกับอ้างว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากนายนพดลจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดพร้อมทั้งจะให้เงินติดตัวเหยื่อไว้จำนวนประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งในขั้นตอนการเดินทางเข้าไปนั้น นายนพดล กับพวกจะจัดหาชายไทยเพื่ออำพรางเป็นคู่แต่งงานเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศสเปน เมื่อน.ส.เอพร้อมพวกเดินทางไปถึงประเทศสเปนแล้ว ได้มีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งอยู่ในประเทศสเปนทำหน้าที่รับตัวนางสาวเอ พร้อมกับเหยื่อค้ามนุษย์จำนวน 7 ราย พาไปยังคลับลา โบเอม กักขังและบังคับให้ค้าประเวณีเพื่อชดใช้หนี้ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จำนวน 8.5 แสนบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางจริง
พล.ต.ท.ไถง กล่าวต่อว่า ต่อมาน.ส.เอได้แอบติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน จนกระทั่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศสเปนได้ช่วยเหลือและส่งตัวกลับมาประเทศไทยในเวลาต่อมา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ได้รับตัวไว้และประสานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจเหยื่อ พร้อมทั้งได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลจนกระทั่งสามารถขออนุมัติหมายจับ นายนพดล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1207/2553 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ในข้อหา ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปทำการค้ามนุษย์ โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีโดยเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้เสียหายที่ถูกพาเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี ไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบด้วยความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือข่มขืนใจด้วยวิธีอื่นใด, ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีการข่มขืนใจด้วยวิธีการอื่นใด และร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพทางด้านร่างกาย ระวางโทษจำคุกตั้งแต่แปดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับภรรยาที่ขณะนี้ถูกจับดำเนินคดีในประเทศสเปน ทำการหลอกลวงหญิงไทยไปค้าประเวณีจริงโดยทำมาแล้วนับสิบครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป
"ขณะนี้ได้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 4 ราย และขอฝากเตือนประชาชนทั่วไปที่ต้องการไปทำงานที่ต่างประเทศให้ติดต่อกับทางกรมจัดหางานโดยตรงเพราะว่าทางเอกชนไม่สามารถดำเนินการตามลำพังได้ และทางกรมจัดหางานของแต่ละจังหวัดจะมีข้อมูลว่าที่ต่างประเทศ มีประเทศใดต้องการแรงงานแบบไหนบ้าง และเพื่อป้องการการโดนหลอกลักษณะนี้ด้วย" พล.ต.ท.ไถง กล่าว



