ข่าว

น้ำท่วมทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมูแม่ฮ่องสอน

น้ำท่วมทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมูแม่ฮ่องสอน

28 ส.ค. 2553

น้ำลำห้วยแม่ปูน อ.เกาะคา จ.ลำปาง ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตรเสียหาย ผู้ว่าฯประกาศพท.พิบัติเพิ่มน้ำท่วมเสียหายกว่า100ล้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เรียกประชุมนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการรับมือภาวะน้ำท่วม รวมทั้งปัญหาดินถ

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 28 ส.ค.เกิดได้ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนกระทั่งเวลา 06.00 น.ฝนเริ่มลดลง ทำให้เกิดน้ำป่าจากลำห้วยแม่ฮ่องสอน ไหลลงสู่ลำห้วยนามะปิน หมู่ที่ 11 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดท่วมอย่างฉับพลันในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนและบริเวณหมู่บ้านนามะปิน หมู่ที่ 11 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน บ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวนมาก ราษฎรต้องรีบเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูง เนื่องจากน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเป็นช่วงเวลาเช้ามืด

 นางสาวนัทธมน แก้วมาลี ผู้ใหญ่บ้านนามะปิน หมู่ที่ 11 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเวลา 02 00 น.และช่วงเวลา 05.00 น.น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว จึงได้แจ้งผ่านทางหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้ทางน้ำไหลให้รีบเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นมาอยู่บนพื้นที่สูง และประสานมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้เข้ามาช่วยเหลือราษฎรที่ติดอยู่ภายในบ้านพักที่น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ซึ่งก็สามารถช่วยเหลือราษฎรดังกล่าวได้ ขณะนี้ได้เร่งสำรวจความเสียหายทั้งพื้นที่ทางการเกษตรและทรัพย์สินของราษฎร

 รายงานข่าวแจ้งว่า ถนนที่ขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอนดินถล่มปิดทับเส้นทาง รถยนต์นักท่องเที่ยวไม่สามารถผ่านได้ ในขณะที่ถนนสายหมู่บ้านทุ่งกองม ต.ปางหมู น้ำป่ากัดเซาะเหลือ 1 ช่องทางการจราจร เสาไฟฟ้าหัก โค่นได้รับความเสียหาย

 นายพีรัตน์ เรืองสุกใส หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้ฝนตกลงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่เวลา 02.00 น จนถึงเวลา 06.00 น.ฝนเริ่มลดลง สามารถปริมาณน้ำฝนที่สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอน 95 มม. ในระยะนี้ขอให้ประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนใกล้ทางน้ำไหล ให้เคลื่อนยายสิ่งของขึ้นมาอยู่บนพื้นที่สูง

 นายธานินทร์ สุภาแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และกำลัง อส.เข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากอย่างเร่งด่วน ส่วนความเสียหายให้ทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนสำรวจและรายได้ให้ทราบ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากนำป่าไหลหลากแต่อย่างใด

ฝ่ายปกครองจัดกำลังช่วยเหลือราษฎร

 นางนัทธมน แก้วมาลี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 บ้านนามะปิน ต.ปางหมู อ.เมือง  จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า  ทาง อ.เมือง  ได้จัดกำลัง อส. และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน กว่า 80 นาย ได้เข้ามาช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนของราษฎรที่น้ำป่าพัดพาดิน โคลนเข้ามาทับถมภายในบ้าน ในเบื้องต้นมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย 8 ราย และเดือดร้อนบางส่วนอีก 14 ราย ราษฎรที่เดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัยได้ให้ไปพักกับญาติ พื้นที่ไร่-นา ได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ ฝายกั้นน้ำอีก 4 แห่ง บ่อปลา และสัตว์จำนวนมากถูกกระแสน้ำป่าพัดพาสูญหาย อย่างไรก็ตามหากฝนตกลงมาในคืนนี้อีกก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากบริเวณดังกล่าว

 ในช่วงบ่ายวันนี้(28 ส.ค.)นายโชติ นรามณฑล รองประธานมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำเครื่องอุปโภค-บริโภค ไปมอบให้แก่ราษฎรบ้านนามะปิน หมู่ที่ 11 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากเช้ามืดวันที่ 28 ส.ค.  มีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

น้ำลำห้วยแม่ปูนไหลทะลักท่วมบ้านเรือนชาวลำปาง

นายบุญธรรม พรหมปลูก นายกเทศมนตรีตำบลศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปางเปิดเผยว่า น้ำจากลำห้วยแม่ปูนซึ่งเป็นลำน้ำสาขาจากลำน้ำวัง ได้ไหลเอ่อล้น ทะลักเข้าท่วม สระน้ำสาธารณะประโยชน์ ในหมู่บ้าน ศาลาไชย หมู่  2 ตำบล ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ทำให้สระน้ำสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านที่มี กว้าง 30 เมตร ยาวกว่า 500 เมตร ล้นและทะลักไหลเอ่อล้น เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ของหมู่บ้าน ศาลาไชย เสียหายหลายสิบหลัง

 นอกจากนี้ น้ำยังได้ท่วมพืชผลการเกษตรของชาวบ้านที่ปลูกไว้ เช่น สวนลำไย กล้วย และไร่ข้าวโพด เสียหลายหลายสิบไร่ ทำให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ป้องกันและบรรเทาสาธณภัยของ เทศบาลตำบลศาลา ได้นำรถแบ๊คโฮมาขุดดิน เพื่อเปิดทางน้ำ แล้วนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบน้ำ จากทางที่ขุดไว้ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นการด่วน
 
 ขณะเดียวกัน ยังนำท่อวางพาดข้ามกลางถนนสายเกาะคา-ลำปาง 1 เลน โดยใช้เลนด้านในเยื้องกับฝั่งตรงข้าม โรงพยาบาลเกาะคา อ.เกาคา เพื่อเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือชาวบ้าน

ผู้ว่าฯประกาศพท.พิบัติเพิ่มน้ำท่วมเสียหายกว่า100ล้าน
 
 นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดภัยน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ 32 ตำบล 7 อำเภอของจังหวัด ระหว่างวันที่ 21–22 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้สรุปความเสียหายทั้งหมด ดังนี้ คือ มีราษฎรกว่า 173,332 คน ใน 36,986 ครัวเรือน กระจายใน 192 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน ส่วนถนนเสียหาย 40 แห่ง สะพาน 6 แห่ง และพื้นที่การเกษตร 5,779 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นภัยทางธรรมชาติที่สร้างความเดือดร้อน และความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี ทำให้ทางจังหวัดลำปาง ได้ประกาศเพิ่มเติมให้ 32 ตำบล กระจายใน อ.เมือง เถิน เมืองปาน เกาะคา ห้างฉัตร แจ้ห่ม และวังเหนือ ให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพิ่มขึ้นอีก

 หลังจากที่ผ่านมา ทางจังหวัดลำปาง ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยไปแล้ว 15 ตำบล กระจายใน 5 อำเภอ ทำให้ขณะนี้จังหวัดลำปาง ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันไปแล้ว รวม 47 ตำบล ใน 7 อำเภอ ข้างต้น มีราษฎร 210,174 คน ใน 44,386 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน จากภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้ ซึ่งบ จากภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น คาดว่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตร ที่ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 12,079 ไร่ สิ่งสาธารณะประโยชน์ เสียหายเป็นสะพาน รวม 11 แห่ง และถนนอีก 44 แห่ง

ผู้ว่าฯศรีสะเกษเรียกประชุมรับมือภาวะน้ำท่วม

 นายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เรียกประชุมนายอำเภอและหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการรับมือเหตุภาวะน้ำท่วม และดินถล่ม ซึ่งได้ให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ สำหรับเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา เนื่องจากจังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำท่วมหนักรวม 2 ครั้ง ในช่วงต้นเดือนกันยายน และปลายเดือนพฤศจิกายน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 3- 4 แสนรายมีพื้นที่ทำนาที่เสียหายในครั้งนั้นกว่า 280,000 ไร่

 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ขอให้หน่วยงานท้องถิ่น ได้พิจารณาติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน เพิ่มเติมจากที่มีในทุกอำเภอเพื่อติดตามและรายงานปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอขุนหาญ ภูสิงห์และอำเภอกันทรลักษ์ รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนพายุฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าในเดือนนี้ จะมีพายุฝนเข้ามาในประเทศ อีก 1 – 2 ลูก รวมทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ 7 หมู่บ้าน 4 ตำบลของอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ ได้ระมัดระวังจากเหตุดินถล่ม เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด เคลื่อนย้ายเครื่องจักรกล เพื่อเตรียมการในระดับพื้นที่ให้มีความพร้อมสามารถปฏิบัติงานได้ทันที

 อย่างไรก็ตามในการติดตามและรายงานสถานการณ์ภาวะเรื่องน้ำ ในปีนี้ พายุมิเดอเร ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพียงเล็กน้อย และปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ร้อยละ 60 ของปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งที่ผ่านมา ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 16 แห่ง มีปริมาณน้ำที่กักเก็บประมาณ ร้อยละ 46 ของความจุเท่านั้น จังหวัดศรีสะเกษ กลับมีความเป็นห่วงเรื่องภาวะภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรง จึงให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. ได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อจัดทำฝายชะลอน้ำและกระสอบทรายกั้นน้ำในช่วงปลายฤดูฝนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในช่วงฤดูแล้งในปีหน้า