
ประสพสุขลั่นคดีวิคเตอร์ไม่มีใครก้าวล่วงศาลได้
"นายกฯ"ยันศิริโชคไม่ได้ใช้ตำแหน่งผช.นายกฯคุยกับวิคเตอร์บูท โยนเจ้าตัวแจงเองพบ"บูท" สั่งกระทรวงการต่างประเทศหาทางให้สหรัฐ-รัสเซียคุยกันเอง
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 28 ส.ค.บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางเอลล่า บูท ภรรยานายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเชีย ออกมาปฏิเสธกรณีเทปลับการสนทนาระหว่างนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ หารือกับนายวิคเตอร์ บูท ในเรือนจำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงพูดแล้วไม่มีมูลความจริง แต่ที่เราให้ความสำคัญกว่าคือทำอย่างไรจะทำให้ทั้งคนไทยและประชาคมโลกเข้าใจ ชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยหรือแม้กระทั่งรัฐไทยทำนั้นทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย และข้อตกลงระหว่างประเทศ รวมไปถึงหลักสากลและให้ความสำคัญกับมิตรประเทศทุกประเทศ
“การพยายามจะจุดประเด็นเหมือนหนึ่งว่าในประเทศไทยมีการแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมนั้นนอกจากจะเป็นเท็จแล้วยังสร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ประเทศ ไทยโดยไม่จำเป็น และไปสร้างความกระทบกระเทือนทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ชัดเจนแล้วว่ามันไม่มีเรื่องใด ๆ ที่รัฐบาลจะไปใช้ต่อรองในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่องคือกระบวนการ เพราะมีความซับซ้อนพอสมควร เนื่องจากยังมีคดีที่ 2 อยู่ที่เราก็ต้องการให้มันคลี่คลายไปก่อนแล้วถึงจะพิจารณาในขั้นตอนต่อไปได้”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทนายความของวิคเตอร์ บูท ได้ร้องขอให้รัฐบาลอย่าเพิ่งส่งตัวไปให้กับสหรัฐอเมริกาโดยอ้างเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของลูกความ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลว่าในกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้ประสานมาเพื่อ ให้อัยการยื่นถอนคดีที่ 2 นั้นสาลจะวินิจฉัยอย่างไร เพราะเข้าใจว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นแก้คำฟ้องหรือการคัดค้านอย่างไรนั้นเรายังไม่ ทราบ แต่ถ้าคดีนี้ยังอยู่ เราจะไม่สามารถส่งตัวตามคดีแรกได้
เมื่อถามว่าวิคเตอร์ บูท ระบุว่านายศิริโชคอ้างตำแหน่งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีในการสนทนา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เมื่อคืนผมได้สอบถามเจ้าตัวเขายืนยันว่าแนะนำตัวเองในฐานะ ส.ส.แต่รายละเอียดการพูดคุยก็ต้องให้คุณศิริโชค ชี้แจงเอง ”
เมื่อถามว่าการอ้างตำแหน่งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี นั้นอาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็เจ้าตัวเขาบอกว่าไม่ได้พูด” เมื่อถามว่า นายจตุพร บอกว่าในฐานะ ส.ส.ก็ไม่ควรไปพบเพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เหรอ ครับ แล้วที่คุณจตุพร ทำอยู่นี้เป็นอำนาจหน้าที่ ส.ส.หรือเปล่าครับ ที่ไปทำมาทั้งหมด คุณศิริโชคก็ชี้แจงสภาฯไปแล้วว่าเขามีหน้าที่ในการหาข้อมูลมาประกอบการทำงาน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของบ้านเมืองครับ และไม่มีเรื่องประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีเรื่องต่อรอง ไม่มีเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ของแต่ละคน ส.ส.เขามีความสนใจปัญหาเรื่องใดก็ไปเสาะแสวงหาข้อมูล ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากไม่ใช่ส.ส.แล้วทางกรมราชทัณฑ์จะให้เข้าพบผู้ต้องหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้อยู่ที่กรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณา เมื่อถามว่าการที่นายศิริโชค เป็นคนใกล้ชิดนายกฯจะเป็นปัญหากับเรื่องนี้หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ก็คงไม่มี เพราะจุดยืนของผมและรัฐบาลนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าเราพิจารณาทุกเรื่องเรายึด ประโยชน์ประเทศและยึดกติกา ทั้งกติกาบ้านเราและกติกาสากล ”
เมื่อถามว่าแถลงการณ์ของนายบูท นั้นระบุชัดเจนว่าเป็นการพูดคุยเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คุยกันเรื่องอะไรบ้างก็คงต้องถามนายศิริโชค ให้อธิบายเองว่าคุยกันอย่างไร เช่นการระบุว่านายศิริโชคไปถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ต้องระบุว่าด้วยตอนนั้น คุยกันเรื่องอะไร อยู่ดี ๆ จะไปตั้งคำถามคำตอบกันคงไม่ได้ เพราะเป็นการสนทนากัน ตนไม่ทราบรายละเอียดการพูดคุยว่าเป็นอย่างไร แต่ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในลักษณะที่พยายามจะกล่าวหาว่ามีการต่อรองเรื่องนั้นเรื่องนี้และมีความพยายามที่จะแทรกแซง แต่ตนสนใจที่สุดก็คือพวกเราทุกคนต้องยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมของไทย การทำหน้าที่ของอัยการและศาลนั้นเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะได้อธิบายกับมิตรประเทศของเราทั้ง 2 ด้านได้อย่างเต็มที่
“คือจริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่าการแถลงข่าวเมื่อวานนั้นต้องการที่จะมุ่งไปที่สหรัฐ อเมริกาด้วย ซึ่งอันนี้ผมได้ให้กระทรวงการต่างประเทศ มอบหมายไปว่าทำอย่างไรที่จะให้ 2 ประเทศนี้คุยกันเองได้บ้าง มิฉะนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่าความต้องการของแต่ละฝ่าย ก็จะมาบอกกับฝ่ายไทยอย่างเดียว ซึ่งความจริงอยู่ตรงกลาง และไม่ได้ไปมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องโดยตรงอะไรกับใคร ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"ศิริโชค"รับไปถาม"วิคเตอร์"เรื่องทักษิณค้าอาวุธ
นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่า ได้เดินทางเข้าพบนายวิคเตอร์เมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยเข้าไปสอบถามเรื่องการค้าอาวุธของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จริง แต่เข้าไปพบในฐานะ ส.ส.ไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี ตามที่ภรรยาของนายวิคเตอร์ บูท ออกมาแถลงแต่อย่างใด เชื่อว่าเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องการแปล เพราะพูดคุยกับนายวิคเตอร์ บูท เป็นภาษาอังกฤษ แต่นายวิคเตอร์ บูท พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยถนัดนัก จึงอาจมีการแปลให้ภรรยาฟังเข้าใจคลาดเคลื่อนไป
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพูดคุยกับนายวิคเตอร์ บูท โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยสังเกตการณ์ประมาณ 3-4 คน ไม่มีการบันทึกเทป และไม่มีการต่อรองใด ๆ และเข้าไปพบเพียงวันเดียว ไม่ได้เข้าพบตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน ตามที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมากล่าวหา
นายศิริโชค ในฐานะคนสนิทของนายกฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ความเป็นคนสนิทนายกฯ ไปหาผลประโยชน์ หรือละเมิดอำนาจใคร สำหรับสาเหตุที่เข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูท เนื่องจากฝ่ายค้านของศรีลังกาได้มีการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยมีการพาดพิงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แอบไปพบกับประธานาธิบดีของศรีลังกาอย่างลับ ๆ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยมีการโยงใยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม และในวันเดียวกัน ได้มีเครื่องบินจากเกาหลีเหนือขนอาวุธจำนวน 40 ตัน มาลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปยังศรีลังกา ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการเชื่อมโยงกับการใช้อาวุธของคนเสื้อแดง จึงเข้าไปสอบถามเพื่อความชัดเจนกับนายวิคเตอร์ บูท
ตู่"ยัน"ศิริโชค"พบ"วิคเตอร์"ใช้อำนาจมิชอบ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แถลงยืนยันว่า นายศิริโชค เข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย ใช้อำนาจหน้าที่
โดยมิชอบ และขอให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ชี้แจงรายละเอียด และจำนวนครั้งที่เข้าพบ เนื่องจากข่าวที่ออกมานั้นยังสับสน
ประสพสุขลั่นคดีวิคเตอร์ บูทไม่มีใครก้าวล่วงศาลได้
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ กล่าวถึงแรงกดดันจาก 2 ประเทศมหาอำนาจต่อไทยกรณีการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ให้กับสหรัฐอเมริกาว่า ปัญหาใหญ่คือข้อสงสัยว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ ซึ่งตนมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีแน่นอน เพราะคำพิพากษามีมาก่อนแล้ว 2 เดือน ก่อนที่จะออกมาสู่สาธารณชนเพราะต้องทำตามขั้นตอนทางธุรการ ดังนั้นถ้าเราถูกขู่บังคับให้ทำตามที่สหรัฐฯต้องการ ก็คงไม่มีการยื่นคัดค้านครั้งที่ 2 เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร
เมื่อถามว่าขณะนี้กลายเป็นว่าไทยตกอยู่ภายใต้แรงบีบของทั้งสหรัฐฯและรัสเซีย นายประสพสุขกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้องทำให้รัสเซียเข้าใจให้ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ตกอยู่ในการแทรกแซงของสหรัฐฯ เราไม่ได้แคร์กับอิทธิพลของสหรัฐฯ เท่าที่ตนสัมผัสกับสมาชิกรัฐสภาของรัสเซียในการประชุมร่วมกัน 2 ครั้ง เขายังมีท่าทีที่เป็นมิตรมากกว่าสหรัฐฯเสียอีก จึงเชื่อมั่นว่าเราจะทำให้เขาเข้าใจได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่เรื่องนี้ทางรัสเซียมองว่ามีฝ่ายการเมืองของไทยเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย นายประสพสุขกล่าวว่า ก็เข้าไปยุ่งเอง คงเป็นการไปหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรทำ ควรให้คนอื่นอย่างตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น
เมื่อถามย้ำว่าการอ้างว่าเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของส.ส.เหมาะสมหรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า ยิ่งไม่ควร ถามว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายบริหารได้อย่างไร กรณีของนายศิริโชคจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายออกไป ยกตัวอย่างตนสมัยเป็นผู้พิพากษาก็ไม่สมควรที่จะพูดหรือหารือลับหลังกับฝ่ายโจทย์หรือจำเลยเป็นการเฉพาะตัว ตนต้องเป็นกลาง กรณีนี้ก็เหมือนกันนายศิริโชคมีภาพลักษณ์เป็นคนสนิทของนายกฯ ก็ยิ่งมีปัญหาว่ารัฐบาลเข้ามายุ่งไปแทรกแซงอะไรหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร นายประสพสุขกล่าวว่า รัฐบาลต้องตอกย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยที่มีความยุติธรรมและเป็นกลาง
เมื่อถามว่าแต่ทางกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียยืนยันว่าภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกคือกับนำตัวนายบูทกลับรัสเซียให้ได้ทุกวิถีทาง นายประสพสุขกล่าวว่า เรื่องนี้ทางรัสเซียต้องไปคุยกับทางสหรัฐฯเอาเอง ไม่ใช่เรื่องของศาลยุติธรรมไทย



