
โพลล์ชี้ปชช.อยากให้รัฐแจกเงินช่วยเหลืออีก
"เอแบคโพลล์"เผยผลสำรวจเช็คช่วยชาติ ปชช.ร้อยละ 65.9 อยากให้รัฐบาลแจกเงินช่วยเหลืออีก ส่วนร้อยละ 482.8 คันมือใช้เงินเต็มที่ ร้อยละ 70.6 เตรียมนำเงินไปใช้หนี้
(27มี.ค.) ที่สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ “เอแบคเรียลไทม์โพลล์ (Real-Time Survey)” ที่เป็นการสำรวจผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบรวดเร็วฉับไวภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง หลังจากมีสิ่งที่น่าสนใจติดตามในหมู่ประชาชน โดยครั้งนี้ได้ทำการสำรวจเรื่อง ประเมินความรู้สึกของประชาชนผู้มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติ ต่อการบริหารจัดการในการแจกเช็ค และความตั้งใจจะจับจ่ายใช้สอย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิรับเช็คใน 18 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระแก้ว นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร มหาสารคาม เชียงใหม่ ลำปาง อุตรดิตถ์ เชียงราย นครปฐม สุราษฎร์ธานี และสตูล จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 1,192 ตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 26 มีนาคม 2552 ผลการประเมินพบว่า
ความพอใจของประชาชนที่ได้รับเช็คช่วยชาติโดยภาพรวมต่อการบริหารจัดการให้เช็คประชาชนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างพอใจเท่านั้น คือ ด้านความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการอธิบายและตอบข้อคำถามต่างๆ ได้ 5.93 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ด้านความยินดีต้อนรับของพนักงานประกันสังคม เมื่อไปติดต่อขอรับเช็ค ได้ 5.87 ด้านการพูดจาและกิริยามารยาทของพนักงานประกันสังคม ได้ 5.85 ด้านความชัดเจนของข้อมูลที่ได้รับ ได้ 5.50 ด้านการติดต่อทางโทรศัพท์กับสำนักงานประกันสังคม ได้ 5.28 ด้านจำนวนเจ้าหน้าที่ที่แจกเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตนได้ 5.10 และด้านความสะดวกในการเดินทางไปรับเช็ค ได้ 4.92 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับเช็คช่วยชาติ ร้อยละ 82.8 ระบุจะใช้จ่ายทันที ในขณะที่ร้อยละ 17.2 ตั้งใจจะเก็บเอาไว้ก่อน โดยในกลุ่มที่จะใช้จ่ายทันที ร้อยละ 10.3 จะใช้หนี้สิน ร้อยละ 70.6 จะซื้ออาหาร ร้อยละ 52.2 จะซื้อของใช้ และ 0.7 จะนำไปรวมเงินดาวน์ซื้อสินค้า
ดร.นพดล กล่าวว่า สำหรับวงเงินเฉลี่ยที่ตั้งใจจะนำไปใช้จ่ายของประชาชนเท่ากับ 1,558.45 บาท นั่นหมายความว่าในกลุ่มคนที่จะใช้จ่ายทันทีมีวงเงินเฉลี่ยที่จะยังเก็บออมไว้บางส่วนประมาณ 400 - 500 บาท เมื่อถามว่า การบริหารจัดการให้ความสะดวกแก่ประชาชน ระหว่างรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กับ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ รัฐบาลไหนบริการประชาชนได้ดีกว่ากัน พบว่า ร้อยละ 41.6 ระบุรัฐบาลทักษิณ บริการประชาชนได้ดีกว่า ร้อยละ 20.6 ระบุรัฐบาลชุดปัจจุบันของนายอภิสิทธิ์ บริการได้ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 37.8 ระบุพอๆ กัน
จากกรณีมีประชาชนรอรับเช็คนานจนเป็นลม ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 57.8 ระบุส่งผลทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเสียภาพลักษณ์ ในขณะที่ร้อยละ 42.2 ระบุไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.9 ระบุควรมีการให้เช็คช่วยชาติเช่นนี้อีกในอีก 6 เดือนข้างหน้า ในขณะที่ร้อยละ 34.1 ระบุไม่ควรมีอีกแล้ว
ผอ.เอแบคโพลล์ ระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอของหน่วยงานภาครัฐอาจส่งผลทำให้นโยบายสำคัญของรัฐบาลประสบปัญหาไม่สามารถทำให้ประชาชนพอใจตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ภาพที่ปรากฏในวันแจกเช็คช่วยชาติ กลับมีสีหน้าของความกังวลใจในหมู่ประชาชน ไม่เชื่อมั่นว่าจะมีรายชื่อของตนหรือไม่ ประชาชนต่อแถวยาว บัตรคิวไม่เพียงพอ ไม่พบรอยยิ้มจากประชาชนและบางส่วนเป็นลมขณะต่อแถวนาน ทางออกที่น่าพิจารณาคือ รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการทั้งระบบในทุกนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดยด่วน อาจจะใช้โอกาสที่บัณฑิตจำนวนมากกำลังหางานทำมาช่วยงานด้านการบริหารจัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และรัฐบาลควรมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของประชาชนรากหญ้า หรือรากฐานใหญ่ของสังคม เพื่อกลุ่มข้าราชการจะได้ให้บริการประชาชนส่วนใหญ่เหล่านั้นด้วยความยินดีต้อนรับ มีกิริยามารยาทที่ดีต่อประชาชนผู้ติดต่อทุกคนโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นอย่างเท่าเทียมกัน



