
จับตา"บาทแข็ง"ยังไม่พบผิดปกติธปท.ชี้ส่งออกแข่งได้-แบงก์ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย
นายกฯ สั่ง ธปท.ดูแลค่าบาท ยังไม่พบการเคลื่อนไหวผิดปกติ ด้านรองผู้ว่าการ ธปท.ยันไม่เป็นข้อจำกัดต่อการส่งออก เพราะเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งภูมิภาค เน้นดูแลไม่ให้ผันผวน แนวโน้มเงินทุนยังไหลเข้าต่อเนื่อง แบงก์กรุงเทพรีรอยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแข็งค่าของเงินบาทว่า ขณะนี้เรื่องค่าเงินเป็นปัญหาของทั้งภูมิภาค และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องดูแลค่าเงินควบคู่ไปกับเรื่องอัตราเงินเฟ้อ โดยการแข็งค่าของเงินบาทจะมีทั้งจากเรื่องปัจจัยพื้นฐานและการเก็งกำไร แต่รัฐบาลจะดูแลไม่ให้ผันผวนเกินไป และไม่ฝืนกลไกตลาด เพราะเคยมีบทเรียนราคาแพงมาแล้ว
"ในเรื่องการเก็งกำไรจะเป็นช่วงๆ บางทีก็เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ บางทีก็เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กับ ธปท. ก็ต้องดูแล แต่ยังไม่พบความผิดปกติ แม้ปริมาณเงินทุนบางวันจะเข้ามามาก" นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยนั้น ในปีนี้ตัวเลขการขยายตัวน่าจะอยู่ที่ 7% แม้จากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงบ้างก็เป็นการลดลงตามธรรมชาติ เพราะช่วงแรกการฟื้นตัวจะฟื้นจากฐานที่ต่ำพอไปถึงระยะหนึ่งก็ชะลอตัว ขณะที่ในปีหน้าหากอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 4-5% ถือเป็นเรื่องปกติ
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค เชื่อว่าเอกชนจะสามารถยอมรับความผันผวนดังกล่าวได้ และไม่เป็นข้อจำกัดต่อการส่งออก ซึ่ง ธปท.จะให้ความสำคัญต่อการดูแลให้การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท เป็นไปตามภาวะตลาด และไม่ให้ความผันผวนเกินความสามารถที่ภาคเอกชนจะปรับตัวได้
สำหรับภาวะเงินทุนไหลเข้านั้น มองว่าเงินทุนจากต่างประเทศน่าจะยังไหลเข้ามาในเอเชียในช่วงครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ตลาดมีความเป็นห่วงภาวะการชะลอตัวของประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐ ก็จะทำให้เงินไหลเข้ามาในเอเชียซึ่งมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่าประเทศที่มีปัญหา
ขณะที่ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับขึ้นไปตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยธนาคารจะต้องพิจารณาสถานการณ์ภายใน ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ผลต่อการขยายสินเชื่อยังมีไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นตามสภาพตลาด
“การที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยในขณะนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เราขอรอดูก่อน ซึ่งการปรับขึ้นในครั้งก่อน สามารถทำได้ทันทีหลังจากที่ ธปท.ส่งสัญญาณ เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นครั้งแรก” นายชาตรีกล่าว



