ข่าว

เตือนเสื้อแดงหมิ่นเบื้องสูงเจอหมายจับ

เตือนเสื้อแดงหมิ่นเบื้องสูงเจอหมายจับ

27 มี.ค. 2552

รองผบช.น. เผย พร้อมดูแลความปลอดภัยนายกฯเข้าทำเนียบ กร้าวใครพาดพิงสถาบันเจอหมายจับใน 3 วัน ระบุ สั่งจนท.อัด"ทักษิณ"วิดีโอลิ้งค์คืนนี้ เตือนพูดหมิ่นใครไม่ยุ่ง ไปฟ้องร้องกันเอง แต่แตะเบื้องสูงเจอเล่นแน่

(27มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า สำหรับบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลมีผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุมอยู่รอบพื้นที่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ถนนพิษณุโลก ถนนนครปฐมฝั่งหน้าทำเนียบรัฐบาล และส่วนใหญ่ปักหลักอยู่บริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม เนื่องจากถนนดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เคยใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้าออกทำเนียบรัฐบาลเมื่อการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา โดยผู้ชุมนุมประมาณ 400 คน พร้อมด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ได้ไปร่วมกลุ่มอยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อกีดขวางเส้นทาง เพราะเกรงว่า นายกฯจะเดินทางเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า อย่างไรก็ตามมีผู้ชุมนุมบางส่วนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านและเดินทางไปทำงานในช่วงเช้า
 

ต่อมาเวลา 07.45 น. ผู้ปราศรัยบนเวทีได้ประกาศว่า นายกฯจะเดินทางเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เส้นทางบริเวณถนนเลีบยคลองผดุงกรุงเกษม และขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดไปรวมกลุ่มกันที่บริเวรดังกล่าว ทำให้ผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลได้ตะโกนโห่ร้อง เขย่าตีนตบและวิ่งกรูไปที่บริเวณดังกล่าว โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขวางปาขวดน้ำเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แต่เมื่อผู้ชุมนุมเคลื่อนมาถึง ผู้ปราศรัยบนเวทีได้กล่าวว่า ทางนายกฯไม่เดินทางเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ซึ่งเป็นเพียงแค่ข่าวลวงและถือเป็นการซ้อมใหญ่ ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเคลื่อนกลับมาชุมนุมตามปกติ

 ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับการจราจรบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลพบว่า การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ถนนพระราม ถนนพิษณุโลกและถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม เพราะมีถนนบางสายผู้ชุมนุมได้มีการปิดการจราจร ประกอบกับ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าและถนนศรีอยุธยา ได้มีการเตรียมการจัดกาชาดที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.นี้ อีกทั้งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพาณิชย์พระนคร ได้มีการเปิดรับสมัครนักศึกษา ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ส่วนบริเวณถนนราชดำเนินกลางฝั่งทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้มีการปิดถนนเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ในวันนี้ผู้ชุมนุมได้มีการเปิดให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวได้ 1 ช่องทาง   อย่างไรก็ตามในวันนี้มีข้าราชการเดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบฯอย่างบางตา   เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะเกรงว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

 ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้เรียกประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ที่ตึก 44 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยมีพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รองผบช.ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 จากนั้นทางผบช.น.ได้เดินทางออกจากตึก 44 ไปยังถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณสะพานมัฆวานฯ เพื่อเดินทางไปประชุมที่บช.น.ต่อ โดยมอบหมายให้พล.ต.ต.วิชัย เข้าเจรจากับนายณัฐวุฒิ เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทาง ทั้งนี้ระหว่างที่ผบช.น.เดินเท้าออกนอกพื้นที่นั้น นายณัฐวุฒิได้ประกาศบนรถขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางและไม่ให้ใช้ความรุนแรง

 ด้านพล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การประชุมในช่วงเช้าเป็นการประชุมถึงสถานการณ์ในพื้นที่และติดตามสถานการณ์ล่าสุด ส่วนวันนี้ทางนายกฯและครม.จะเข้ามาทำงานในทำเนียบฯได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯเอง ซึ่งหากต้องการเดินทางเข้ามาภายในทำเนียบฯ ทางตำรวจก็จะดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่ โดยจะไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งขณะเราพยายามใช้การเจรจากับแกนนำเป็นหลัก เพราะการบริหารราชการแผ่นดินของครม.ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากมีการขัดขวางก็ไม่ถูกต้อง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการประเมินสถานการณ์ ครม.ควรเดินทางมาทำเนียบฯหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การประชุมในช่วงเช้าเป็นเพียงนำข้อเท็จจริงมาประเมินเท่านั้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานเข้ามาว่า นายกฯจะเดินทางเข้ามา เนื่องจากทราบว่านายกฯมีภารกิจข้างนอกตลอดทั้งวัน ส่วนการรับมือยุทธวิธีดาวประจายนั้น ทางตำรวจมีประสบการณ์ในการติดตามความเคลื่อนไหวตามแผนดาวกระจายตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯแล้ว ดังนั้นฝ่ายปฏิบัติคงทราบดีว่า ผู้ชุมนุมจะดาวกระจายไปที่ไหนบ้างและสามารถเตรียมการรับมือได้หมด หากมีการเคลื่อนการชุมนุมจริง

 เมื่อถามว่า ผู้ชุมนุมจะมีการไปปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศน์หรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ในส่วนนี้มีการเตรียมการไว้แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมามีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจทั่วพื้นที่กทม. ส่วนกรณีการพิจารณากลุ่มเสื้อแดงนำตู้คอนเทนเนอร์ทิ้งลงในคลองเปรมประชากรนั้น ทางตำรวจได้เก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว เพื่อนำมาพิจารณาในภาพรวม อย่างไรก็ตามต้องดูที่เจตนาของการทำให้เสียทรพย์เสียหายมากกว่า ส่วนการปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดง ได้มีการสั่งให้บันทึกเสียงการปราศรัยบนเวทีทุกตัวอักษร หากเป็นการพาดพิงและดูหมิ่นเป็นการส่วนตัว ก็ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ แต่ขอร้องว่า อย่ามีการพาดพิงสถาบันและอย่านำมาพูด เพราะขณะนี้มีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหมายคดี อีกทั้งยังเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลฯ

 “ผมเชื่อว่ากลุ่มเสื้อแดงมีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบัน แต่ที่ผมต้องพูดเช่นนี้ เพราะต้องการปรามไว้ก่อน ถ้าพูดพาดพิงจะมีการอนุมัติหมายจับอย่างแน่นอน ในเวลาไม่เกิน 3 วัน”

 เมื่อถามว่า กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมสื่อสารกับผู้ชุมนุมผ่านวีดีโอลิ้งค์ในคืนนี้ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการสั่งการให้มีการบันทึกเทปทุกตัวอักษร ซึ่งหากเป็นการพาดพิงและดูหมิ่นเป็นการส่วนตัว ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ แต่ถ้าหมิ่นสถาบันเราไม่ยอม  เมื่อถามต่อว่า ถ้ามีการพูดพาดพิงสถาบันจะมีการตัดสัญญาณหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า เป็นเรื่องกรมประชาสัมพันธ์และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีจะพิจารณา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะแฉถึงผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ จะทำให้จำนวนผู้ชุมนุมมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า อย่าถามชี้นำ ที่ผ่านมาทุกวันศุกร์และวันเสาร์จะมีการโฟนอินทุกครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงเลิกงาน จึงอาจมีประชาชนให้ความสนใจรับฟัง แต่ตำรวจมั่นใจสามารถคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งทางผบช.น.ได้มีการสั่งเพิ่มมาตราการรักษาความปอดภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ขอเปิดเผยบรายละเอียด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.10 น. ขณะที่ตำรวจจะเข้ามาสับเปลียนกำลังภายในทำเนียบฯ ทางผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่บริเวณสะพานมัฆวานฯได้ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ผ่านเข้ามาได้ โดยนายณัฐวุฒิได้ยื่นข้อเสนอว่า หากต้องการเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่จะต้องให้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ภายในทำเนียบฯเดินเท้าออกมาเท่ากับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปแทน อีกทั้งต้องใช้เส้นทางบริเวณสะพานมัฆวานฯในการสับเปลี่ยนกำลังเท่านั้น