ข่าว

"อภิสิทธิ์"ฝัน6ปีสร้างระบบสวัสดิการให้คนไทย

"อภิสิทธิ์"ฝัน6ปีสร้างระบบสวัสดิการให้คนไทย

27 ส.ค. 2553

นายกฯ ตั้งเป้า 6 ปีสร้างระบบสวัสดิการ ห่วงราคาสินค้าขึ้นกระทบประชาชน ชงเรื่องเข้า ครม. 30 ส.ค. ด้านแรงงานสรุปค่าจ้าง 250 บาทส่งคลังพิจารณาแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการบรรยายพิเศษ “การพัฒนารัฐสวัสดิการที่เหมาะสมกับสังคมไทย” จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ระบบรัฐสวัสดิการกับอนาคตประเทศไทย” โดยระบุว่า รัฐบาลพยายามจัดระบบสวัสดิการสังคมให้แก่คนไทยอย่างพอเพียง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่มีความผันผวน เพราะไม่มีใครระบุได้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจ เช่น วิกฤติทางเงินที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 และปี 2551 จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ แม้ว่าจะมีการปฏิรูประบบการเงินหรือวางระบบการป้องกันไว้ดีก็ตาม ขณะที่การย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ก็จะทำให้คนไทยตกงานได้ทันที

 นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีโครงการประกันรายได้เกษตรกร อยู่ระหว่างจัดทำระบบประกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ การตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนา และการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยตั้งเป้าว่า อีก 6 ปีข้างหน้า หรือปี 2559 จะทำให้ระบบสวัสดิการมีความชัดเจน และเป็นระบบที่สร้างภาระงบประมาณในสัดส่วนที่ไม่กระทบกับฐานะทางการเงินการคลัง และเสถียรภาพของตัวระบบเองด้วยในอนาคต

 "ผมไม่เคยบอกว่าไทยจะเป็นรัฐสวัสดิการ เพราะรัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระงบประมาณเหล่านี้ได้ ไม่สามารถที่เพิ่มอัตราภาษีในอัตราที่สูงได้ การจัดระบบสวัสดิการของไทยจะเป็นไประบบสวัสดิการที่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเงินสมทบ และเป็นระบบสวัสดิการที่หลากหลาย เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน ส่วนการใช้นโยบายเฉพาะกิจ หรือประชานิยมกลับจะสร้างวิกฤติวินัยการเงินการคลังของประเทศ และความขัดแย้งทางการเงินการคลัง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการขยับราคาสินค้าหลายประเภทว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจวันที่ 30 สิงหาคมนี้ และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูต้นทุนราคาสินค้าแต่ละประเภท เนื่องจากเป็นห่วงว่า การขึ้นราคาสินค้าจะกระทบกับประชาชน 

 ต่อข้อถามว่า หากชะลอการขึ้นราคาสินค้าไม่ได้จริงๆ จะปรับค่าแรงในภาคเอกชนด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลคาดการณ์อยู่แล้วว่าค่าแรงจะต้องขึ้นในจังหวะก่อนหรือช่วงเดียวกับที่มีการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งจุดอ่อนของการขึ้นเงินข้าราชการคือ ต้องกำหนดไว้ในงบประมาณ จึงเป็นที่ทราบกันล่วงหน้า 

 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยให้คำมั่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปที่กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปช่วยผู้ประกอบการในเรื่องการลดหย่อนภาษีต่างๆ เพื่อให้เกิดการสมดุลกัน