
สารพันตำรวจ..."ข้าววัด"ดับหิว-ลดอาชญากรรม
คนที่ไม่เคยจนนั้นไม่รู้หรอกรสชาติของความจนนั้นรู้สึกอย่างไร คนไม่เคยหิวข้าวตอนบ่ายแล้วเรียนไม่รู้เรื่องนั้นไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.สามเสน บอกถึงความทรงจำฝังใจในวัยเด็ก เมื่อสอบถามถึงโครงการ "บิณฑบาตอาหารกลางวัน" โครงการนำร
ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์เวลาประมาณ 10 โมงเช้า ตำรวจ สน.สามเสน จะรีบบึ่งรถตราโล่ไปตามวัดเป้าหมายทั้ง 7 วัด คือ วัดประสาทบุญญาวาส วัดโบสถ์ วัดจันทร์สโมสร วัดประชาระบือธรรม วัดน้อยนพคุณ วัดอัมพวัน และวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ไปขนข้าวปลาอาหารที่เหลือจากการบิณฑบาต แล้วนำมาแจกจ่ายให้เด็กตามโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ สน.สามเสน หมุนเวียนสลับกันไป..."จันทร์-อังคาร" โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ "พุธ" โรงเรียนวัดราชผาติการาม "พฤหัสบดี" โรงเรียนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม "ศุกร์" โรงรียนวัดอัมพวันศึกษา
“เวลาไปถึงโรงเรียนเด็กๆ จะวิ่งกรูกันเข้ามาเลย แต่เราจะให้เด็กเลือกหยิบกับข้าวคนละอย่างแล้วไปกินรวมกัน เพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ถ้าไม่พอค่อยเดินมาเอาใหม่ เคยมีเด็กมาถามว่าวันนี้มีขนมปังไส้แยมมั้ย เคยกินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอร่อยดี ผมต้องบอกเขาไปว่า ลุงไม่รู้หรอกว่าเขาจะใส่บาตรมาหรือเปล่า” พ.ต.อ.ชยุตเล่าประสบการณ์ประทับใจหลังจากการไปแจกอาหารกลางวันให้เด็กๆ ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
โครงการบิณฑบาตอาหารกลางวัน...จุดประกายความคิดมาตั้งแต่สมัย พ.ต.อ.ชยุตยังเป็นรองผู้กำกับ เคยลงตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ สน.สามเสน ซึ่งแม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่กลับพบเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยมีปัญหาเรื่องปากท้องทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งอาหารกลางวันของเด็กบางโรงเรียนนั้น ก็มีอย่างจำกัดจำเขี่ย และแทบไม่มีสารอาหารที่เหมาะสมกับเด็กในวัยที่กำลังจะเจริญเติบโต ขณะที่เด็กบางรายต้องยอมทนหิวเพราะแม่ไม่ได้ให้เงินมาโรงเรียนเพราะเข้าใจว่าโรงเรียนเลี้ยงอาหารกลางวันฟรี ซึ่งปัญหาความยากจนและความด้อยโอกาสในสังคมก็อาจจะนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมได้
พ.ต.อ.ชยุต จึงนำโครงการบิณฑบาตอาหารกลางวันมาช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ ด้วยแนวคิด เอาความเกินของพระกับเด็กวัด แล้วนำมาแจกให้เด็กที่ไม่มีจะกิน หรือมีกินแล้วไม่อิ่ม มันน่าจะดีกว่า น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า โดยหวังว่าจะเป็นโครงการระยะยาวที่จะแก้ปัญหาความยากจน และความด้อยโอกาสของประชาชนในระดับรากหญ้า แล้วค่อยๆ นำพระพุทธศาสนานั้นเข้ามาขัดเกลาปลูกผังตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ได้ซึมซับตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้มีความใกล้ชิดผูกพัน เมื่อมีความคิดที่จะกระทำผิดต่อศีลธรรมและกฎหมายจะได้มีความละอายใจและรู้สึกผิดไม่คิดจะทำสิ่งที่ไม่ดี
ระยะเวลาของโครงการนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม-9 พฤศจิกายน หลังจากนั้นค่อยประเมินจากชุมชนกันอีกที ว่าจะสานต่อโครงการนี้อีกหรือไม่ และในช่วงเวลา 2 เดือนที่เหลืออยู่ของโครงการ จึงอยากจะชวนประชาชนที่สนใจ มีจิตกุศล เข้ามาร่วมบริจาคกับโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ สน.สามเสนได้เปิดบัญชีออมทรัพย์ชื่อว่า "โครงการบิณฑบาตอาหารกลางวัน" เพื่อนำเงินที่ได้รับการบริจาคไปซื้อนม ขนม ตลอดจนเป็นการต่อยอดโครงการต่อไป หรือใครอยากร่วมทำบุญอาจซื้อนม-ขนม แล้วหิ้วไปบริจาคเด็กที่โรงเรียนก็ได้
"อยากเชิญชวนให้มาร่วมกันทำบุญด้วยกันจริงๆ ไม่ได้หวังจากได้เงินบริจาค แค่อยากได้คนมาร่วมกิจกรรม พอไปเห็นเด็กๆ แล้วจะมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือพวกเขา ตอนนี้ประชาชนเริ่มทราบโครงการนี้มากขึ้น มีการฝากของมาทำบุญให้เด็กๆ เพิ่มขึ้นด้วย" พ.ต.อ.ชยุตกล่าวเชิญชวน
โครงการนี้ นอกจากจะช่วยลดอาชญากรรมในระยะยาวแล้ว ยังถือว่าเป็นการทำบุญ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า กินของเหลือจากพระแล้ว เป็นการกินบุญ โครงการนี้ เสมือนนำบุญไปให้เด็กกิน ส่วนใครที่คิดว่าโครงการนี้ดีแล้ว อยากจะเอาต่อยอดหรือไปทำใหม่ สน.สามเสน ยินดีไม่สงวนสิทธิ์ จะเป็นบุญอย่างมาก ถ้านำไปทำทั่วประเทศ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศชาติ แถมยังเป็นการร่วมจรรโลงพระพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำชาติด้วย
"หวังว่า ข้าวก้นบาตรตรงนี้จะช่วยปลูกจิตสำนึกให้ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ว่าข้าวที่เราเคยกินมาจากพระ เวลาจะทำอะไรไม่ดี ก็อยากให้นึกถึงพระ อยากให้โครงการนี้ต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ อยากให้เด็กๆ เหล่านี้คิดได้ว่า พวกเขาโตมาเพราะข้าวก้นบาตรนี่แหละ ซึ่งเราเป็นตัวกลางช่วยเหลือให้โครงการดีๆ แบบนี้ ไม่มีงบประมาณสนับสนุน ทุกคนใช้หัวใจสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ถือเป็นการช่วยลดทัศนคติที่ไม่ดีกับตำรวจด้วย" พ.ต.อ.ชยุตกล่าวทิ้งท้ายอย่างมีความหวังด้วยสีหน้าอิ่มบุญ



