
มาร์คชี้บึ้มคิงเพาเวอร์ฝ่ายความมั่นต้องระวังมากขึ้น
นายกฯ ระบุเหตุระเบิดที่คิงเพาเวอร์ฝ่ายความมั่นต้องระวังมากขึ้น บอกอย่างนี้ กทม.ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเป็นลำดับสุดท้าย ผบช.น.ระบุเหตุระเบิดป่วนเมือง "สร้างสถานการณ์" ชี้ทิศทางวิถีกระสุนยิงเอ็ม 79 มาจาก ฝั่ง"โรงแรมสยามซิตี้ " สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาพยานหลักฐา
เมื่อเวลา 11.45 น. 27 ส.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงการรายงานความคืบหน้าล่าสุดเหตุระเบิดที่บริเวณห้างคิงเพาเวอร์ ในซอยรางน้ำ ว่า รูปการของเหตุการณ์ก็คล้าย ๆ กับที่เคยเกิดขึ้น ก็ต้องให้ทางฝ่ายความมั่นคงได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นจุดที่เคยเกิดขึ้นแล้วและเคยมีการคาดการณ์อยู่แล้วว่าบางสถานที่ตกเป็นเป้าหมายอยู่
ต่อข้อถามที่ว่าที่ผ่านมีการกำชับให้ฝ่ายปฏิบัติดูแลพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองทำแต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำซาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่คงมีความยากลำบากที่จะดูแลทุกอย่างได้ 100% แต่คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปแก้ไขปัญหานี้ให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าสัญญานที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าความไม่สงบกำลังจะกลับมาอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เป็นเช่นนั้น ตนคิดว่าในภาพรวมเราก็ดูว่าเหตุการณ์ในภาพรวมก็ไปในทิศทางที่น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้มากขึ้น เพียงแต่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อมีการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่หลาย ๆ จังหวัดก็อาจจะมีการเคลื่อนไหนมากขึ้น แต่ในภาพรวมตนไม่คิดว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายลง
ขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นในลักษณะของการปฏิบัติการของกลุ่มที่ยังมีเป้าหมายการก่อความไม่สงบ คงไม่ได้มีลักษณะของการไปรวมตัวกันแต่มีลักษณะการไปก่อเหตุในที่ต่าง ๆ มากกว่า
เมื่อถามว่าอย่างนี้จะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่าประชาชนจะอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยจากภาวการณ์เช่นนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าเกิดเหตุครั้งนี้จะทำให้การพิจารณายกเลิกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้คิดว่าการยกเลิกน่าจะเป็นในจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ซึ่งกำลังดูสถานการณ์อยู่ ส่วนกรุงเทพมหานครนั้นน่าจะเป็นจังหวัดสุดท้ายที่มีการยกเลิก
ผบช.น.ชี้มือยิงเอ็ม79เป็นผู้ชำนาญการยิงแม่น
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด บช.น.( EOD) และกองพิสูจน์หลักฐาน พบว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดสังหารเอ็ม 79 ยิงมีการยิงจากเครื่องยิง มีหัวทองแดง มีเศษติดอยู่กับพื้นถนนที่แตกออกมา ส่วนวิถีกระสุนนั้นขณะนี้ได้ช่องทางที่คนร้ายยิงมาแล้ว เมื่อหันหน้าเข้าสู่ตึกที่สะเก็ดระเบิดสาดเข้าใส่ เชื่อว่าทิศทางมาด้านขวามือซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมสยามซิตี้
" โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่อีโอดีและพฐ. จะไปดูอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าความน่าจะเป็นมาทางไหนแน่ สำหรับเป้าหมายน่าจะมาจากการสร้างสถานการณ์มากกว่า โดยวันนี้เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) ซึ่งรับผิดชอบคดีระเบิด จะมาประชุมที่ บช.น.อีกครั้ง หลัง เกิดเหตุสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ฝ่ายสืบสวน กก.สส.น. 1 และชุดสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว คาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆนี้ ส่วนสาเหตุนั้นเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์อย่างแน่นอน " ผบช.น.กล่าวและว่า
จะมีความเชื่อมโยงเหตุระเบิดครั้งก่อนหรือไม่ นั้น ผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่มี ส่วนผู้ต้องสงสัยนั้นต้องสืบสวนสอบสวนก่อน เพราะเหตุเพิ่งเกิดเมื่อคืนกำลังดูกันอยู่ ตอนนี้ยืนยันได้ว่า ลักษณะการยิงไม่ได้หวังผลต่อชีวิต หรือเป้าหมายสัญลักษณ์ น่าจะเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์มากกว่า
ต่อข้อถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับวันเกิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ตอนนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ตำรวจ บก.น.1 ก็ตั้งด่านเต็มที่ และมีรปภ.เข้มแข็งอยู่แล้ว แต่คนร้ายใช้อาวุธแบบนี้ยิงก็ป้องกันยาก ซึ่งก็ต้องระวังจุดสูงข่มต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้รายงานผลการตรวจสอบวัตุพยานที่พบในที่เกิดเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้ว สรุปว่าเป็นระเบิดเอ็ม 79 มีการยิงมาจากเครื่องยิง ในรัศมี 400 ม. โดยยิงถูกเป้าหมายแม่นมาก ไม่โดนสิ่งกีดขวางใดๆ น่าจะเป็นผู้ที่ชำนาญการ ในการใช้เครื่องยิงชนิดนี้อย่างมาก ขณะนี้กำลังตรวจสอบหาวิถีกระสุนอย่างละเอียดอยู่



