
เมียวิคเตอร์แถลงเผยสามีไม่มีเทบลับศิริโชค
จนท.รัสเซียเขียนบทความเตือนคดีวิคเตอร์ บูทอาจกระทบสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐ นายกฯรอดูเหตุผลวิคเตอร์ บูทขอช่วยค้านส่งตัวให้สหรัฐฯ ชี้ควรให้กระบวนการศาลจบก่อน สั่ง กต.กล่อมรัสเซียต่อเนื่อง
(27ส.ค.) นางแอลล่า บูท ภรรยาของวิคเตอร์ บูท ที่ถูกตัดสินมีความผิดฐานะค้าอาวุธและให้ส่งตัวให้สหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ในนามของสามีว่า เขาต้องการให้เธอเปิดแถลงข่าวและเธอจะอ่านแถลงการณ์ บางทีอาจตอบคำถามบางคำถาม โดยเขาเป็นคนพูดให้เธอเขียนตามคำสั่ง ดังนั้น นี่คือสิ่งที่เขากำลังพูด
บูทบอกว่า คดีที่เขากำลังเผชิญ เป็นปฏิบัติการของรัฐบาลสหรัฐ และหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐ คดีนี้ถูกกุขึ้น เขาไม่เคยค้าอาวุธ เขาไม่รู้ความลับทางราชการของรัสเซีย หรือความลับใด ๆ ของผู้นำรัสเซีย สื่อมากมายบอกว่า เขาเป็นนักค้าอาวุธรายใหญ่ ข้อมูลที่โจมตีเขาเป็นข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อ
บูทบอกว่า คดีนี้ ถูกกุขึ้น เขาไม่เคยค้าอาวุธ ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ได้หยุดไปตั้งแต่ปี 2001 หลังจากนั้นก็อยู่มอสโคว์มาตลอด เขาไม่เคยรับราชการในโมแซมบิค ส่วนการรายงานข่าวเรื่องการมาพบของศิริโชค ไม่มีเทปหรือมีการบันทึกใด ๆ อยู่ในความครอบครองของภรรยาของเขา
บูท บอกว่า เขาไม่รู้เรื่องเทปใด ๆ ทั้งสิ้น เขาพบนายศิริโชค โสภาที่กรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน เขาแนะนำตัวเองว่าเป็น ส.ส. และเป็นผู้ช่วยนายกฯ เขาแสดงเอกสารของสื่อต่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการลักลอบค้าอาวุธ และนายศิริโชค ได้ถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้ซื้ออาวุธเหล่านั้นให้พวกเสื้อแดงหรือไม่
บูทตอบเขาว่า ไม่อยากจะจินตนาการหรือคาดเดา และนายศิริโชคได้ขอคำแนะนำจากเขาว่าจะทำอย่างไร ถึงจะจับกุมเครื่องบินของพ.ต.ท.ทักษิณได้ เขาตอบว่า มันเป็นเครื่องบินเจ็ตของสหรัฐ ควรไปถามสหรัฐเอาเอง นายศิริโชคยังถามด้วยว่า มี KGB ในกรุงเทพฯกี่คน และพวกเขาทำอะไร ซึ่งเขาตอบว่า ไม่รู้ เพราะ KGB หยุดปฏิบัติการไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ KGB เลย
เตือนคดีวิคเตออาจกระทบสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐ
นายวลาดิเมียร์ โคซิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศและสื่อมวลชน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ มอสโก ไทมส์ ฉบับวันที่ 26 ส.ค. โดยระบุว่า การส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีในสหรัฐ อาจทำลายความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างรัสเซียและสหรัฐ เพราะความพยายามของสหรัฐที่จะดำเนินคดีกับนายบูทเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมและไม่เป็นมิตร
นอกจากนี้เขาระบุว่า บูทเป็นนักธุรกิจชาวรัสเซียที่รัฐบาลมอสโกให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และการโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐในคดีของบูทอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และส่งผลเสียต่อความพยายามของสหรัฐที่จะเริ่มต้นฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซียใหม่ พร้อมกันนี้เขายังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายบูท
แต่กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย บอกว่า บทความของนายโคซินเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวานว่า ทางการรัสเซียได้พูดคุยเรื่องคดีนายทูทกับทางการสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ แต่เมื่อถูกถามว่าทางการรัสเซียพอใจกับการหารือหรือไม่ เขาบอกว่าขอให้รัฐบาลรัสเซียเป็นฝ่ายตอบเรื่องนี้ แต่เขาหวังว่าคดีนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศ
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ศาลอุทธรณ์ไทยได้ตัดสินให้ส่งตัวนายบูทในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้กับสหรัฐที่ต้องตัวเขาไปดำเนินคดีในข้อหาลักลอบค้าอาวุธ และรัสเซียมองว่าคำตัดสินครั้งนี้มีแรงกดดันจากทางสหรัฐ และประกาศจะหาทางนำตัวบูทกลับรัสเซีย
อภสิทธิ์รอดูเหตุผล“วิคเตอ”ขอช่วยค้านส่งตัวให้สหรัฐ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายลักษณ์ นิติวัฒน์วิจารณ์ ทนายความของนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธ จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยคัดค้านการส่งตัวนายบูทไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอ้างข้อกฎหมายในสนธิสัญญาว่าผู้ต้องหาสามารถเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของประเทศนั้นๆยับยั้งการส่งตัวได้ ว่า ถ้ามีการยื่นเรื่องมา ก็ต้องดูก่อนว่าเขามีเหตุผลอะไร แต่โดยหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ ฝ่ายบริหารเป็นผู้ใช้ดุลพินิจเป็นลำดับสุดท้าย ขณะเดียวกัน การใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารนั้นส่วนใหญ่ทำกันในช่วงก่อนศาล
นอกจากนี้เราควรต้องดูจากกระบวนการและคำตัดสินของศาลเป็นหลัก ควรให้กระบวนการของศาลจบสิ้นก่อน แต่ถ้าเขามีเหตุอะไร ก็ต้องเสนอมา แต่โดยปกติแล้วมักจะให้น้ำหนักกับคำวินิจฉัยของศาล อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจว่าการดำเนินการในขณะนี้น่าจะเป็นเรื่องของคดีที่ 2 ซึ่งทางสหรัฐฯได้แจ้งเรื่องการถอนคดีนี้ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศที่จะส่งเรื่องต่อไปยังอัยการ จากนั้นอัยการจะทำเรื่องไปถึงศาล ขณะเดียวกัน ฝ่ายจำเลยอาจจะคัดค้าน และศาลต้องเป็นผู้ใช้ดุลพินิจว่าจะให้ถอนคดีหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ให้ถอนคดี ก็ต้องให้นายบูทถูกคุมขังอยู่ที่ประเทศไทยต่อไปเพื่อดำเนินคดีที่ 2 และจะมีประเด็นว่าต้องขยายกำหนดเวลา 3 เดือนหรือไม่ ทั้งนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่งในส่วนของคดีที่ 2 พร้อมกันในวันที่ 4 ต.ค.นี้ แต่ตนไม่ทราบว่าศาลจะพิจารณากรณีที่มีการขอถอนคดีดังกล่าวอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าทนายความของนายบูทขู่ว่ามีการส่งตัวนายบูทไปดำเนินคดีแล้วถ้าศาลของสหรัฐฯตัดสินว่าไม่มีความผิด นายบูทจะมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีประเด็นนี้ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งตนยืนยันว่าไทยเคารพสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงดำเนินการทุกอย่างด้วยความตรงไปตรงมา และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เมื่อถามว่า รมว.ต่างประเทศของรัสเซียวิจารณ์ว่าการตัดสินในไทยมีการแทรกแซงโดยสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ดีว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น คือ ถ้าสหรัฐฯเข้ามาแทรกแซง กดดัน และมั่นใจว่าชนะคดี เหตุใดเขาจึงยื่นคดีที่ 2 เพราะเขารู้ว่าการยื่นคดีที่ 2 จะทำให้ยังไม่สามารถส่งตัวในคดีแรก ทั้งนี้ต้องมีการทำความเข้าใจกับฝ่ายรัสเซียมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา และต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะอาศัยเวลาในช่วงการหาข้อยุติในคดีที่ 2 ในการทำความเข้าใจพร้อมๆกัน ถ้าฝ่ายใดยังติดใจในเรื่องใดก็สามารถสอบถามและตรวจสอบได้
“เราหนักใจเพราะทั้งสหรัฐฯและรัสเซียเป็นมิตรประเทศที่มีความสำคัญ แต่เราต้องทำการชี้แจงตามความเป็นจริงให้ดีที่สุด เพราะความเป็นจริง ฝ่ายบริหารไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว”นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลัวเรื่องของกระบวนการใต้ดินที่จะมาชิงตัวนายบูทหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราดูแลนายบูทเต็มที่ และตนได้กำชับกรมราชทัณฑ์ว่าต้องดูแล แต่ในส่วนของความสับสนนั้น ต้องพยายามแก้ไขกัน เช่น การที่ฝ่ายค้านมากล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้มีมูลความจริงอะไร แต่กลับสร้างความสับสนเพิ่ม ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาในการแก้ไข
อ.อัยการตปท.ยังไม่ได้รับหนังสือขอถอนฟ้อง"วิคเตอร์ บูท”
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีทางการสหรัฐอเมริกาประสานขอให้ยื่นถอนคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพิ่มเติมฉบับที่ 2 นายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย กลับไปดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า จนถึงขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงแจ้งความประสงค์ของทางการสหรัฐฯจากกระทรวงการต่างประเทศ คาดว่ายังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร
เมื่อถามว่ารัฐบาลมีสิทธิไม่ทำตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ภายใน 3 เดือนหรือไม่ นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่รัฐบาลสามารถทำได้ เป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหาร ซึ่งจะต้องมีเหตุผลที่สำคัญมาก เพื่ออธิบายให้ทั้งสองประเทศเข้าใจและยอมรับได้ว่า มีเหตุเพียงพอที่จะไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และอาจจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เชื่อว่าคงไม่ไปถึงขั้นนั้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการขอถอนฟ้องนายวิคเตอร์ ในคดีที่ 2 และเหลือเพียงแค่ขั้นตอนทางเอกสารเท่านั้น



