ข่าว

คนร้ายยกตู้ATMธ.กรุงศรีฯกวาดเงินสด4ล้าน

คนร้ายยกตู้ATMธ.กรุงศรีฯกวาดเงินสด4ล้าน

27 ส.ค. 2553

5คนร้ายอาศัยจังหวะฝนตกหนักนำรถเข้าเทียบยกเอาตู้เอทีเอ็๋มแบงก์กรุงศรีฯคาดได้เงินสดไปกว่า 4 ล้านบาท กล้องวงจรปิดสิ้นฤทธิ์ถูกเทปกาวปิด

(27ส.ค.) เวลา 03.00 น. พ.ต.ท.วิรัตน์ ยอดเสาร์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เพ อ.เมือง ระยอง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาย่อยกะเฉด ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เวียง วงศ์เพียร ผกก.สภ.เพ  ผู้บังคับบัญชาทราบ และไปยังที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณดังกล่าว เป็นที่ตั้งของตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ใกล้ๆมีทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายของชำที่อยู่ติดกัน

 สภาพตู้เป็นตู้ที่ติดตั้งคู่กัน 2 ตู้ ถูกคนร้ายงัดพังเสียหายและยกขึ้นรถไป 1 ตู้ เหลือเพียงช่องโหว่ เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ตัดสายยูประตูเหล็กแบบเลื่อนที่หน้าธนาคาร ซึ่งไม่มีคนเฝ้ามีเพียงกล้องวงจรปิด 2 ตัว ที่ติดตั้งอยู่ตู้ 1 ตัว และที่หน้าธนาคาร 1 ตัว แต่ถูกถอดออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนกล้องที่หน้าตู้คนร้ายใช้กระดาษกาวปิดบังที่หน้ากล้องวงจรปิดก่อนลงมืองัดที่ด้านหลังของตู้ซึ่งอยู่ในกำแพงของธนาคารและเข้าไปงัดด้านในยกขึ้นรถเอาไปทั้งตู้

 จากสอบสวนทราบว่า เวลาประมาณ 02.00น. ช่วงฝนตกหนัก ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้มาโทรศัพท์อยู่ที่ตู้โทรศัพท์ข้างทางใกล้จุดเกิดเหตุ สังเกตุเห็นชาย  5 คน ขับรถกระบะ อีซูซุ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดที่ถนนฝั่งตรงข้ามตู้เอทีเอ็ม มีชายชุดดำสวมไอ้โม่ง 2 คนลงจากรถ ตนเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีตำรวจ อาสามาดู แต่เมื่อมาตำรวจอาสามาที่เกิดเหตุไม่พบชายดังกล่าว และช่วงนั้นฝนเริ่มตกหนักตำรวจอาสาจึงเดินทางกลับ

 กระทั่งเมื่อเวลา 02.40น. มีเสียงดังมาจากทางตู้เอทีเอ็ม ชาวบ้านอีกรายหนึ่งที่บ้านอยู้ใกล้จุดที่เกิดเหตุเล่าให้ฟังว่า ตนได้ยินเสียงดัง “ปั้ง” คล้ายรถชนตนจึงขึ้นไปชั้นดาดฟ้าเพื่อแอบมอง เห็นรถกระบะ อีซูซุ ที่ท้ายรถมีวัตถุคลุมผ้าใบวางอยู่แล่นออกจากธนาคารอย่างเร็ว ตนจึงเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันให้ลงไปดูเมื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มพบว่า ตู้เอทีเอ็มถูกยกหายไป 1 ตู้ จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ซึ่งอยู่เขตรับผิดชอบ ของ สภ.เพ

 นายสายัณ เจริญศิลป์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขากะเฉด กล่าวว่า ตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุเพิ่งจะนำเงินมาเติมที่ตู้เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 5   ล้านบาท  และเวลาที่หายไป คาดว่ามีเงินอยู่ประมาณ 4 ล้านบาท โดยตู้ที่เกิดเหตุเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ก็ถูกคนร้ายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท ขนเงิน บริ๊ง โจรกรรมด้วยการถอดกล่องใส่เงินหนีไปแต่ก็มาถูกจับได้ภายหลัง ครั้งนี้คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มคนภายในที่มีความรู้ระบบของตู้ด้วย เนื่องจากการเข้ามาถอดตู้ต้องเป็นคนที่เคยพบเห็นหรือมีประสบการณ์ ทั้งจากการตัดสายไฟระบบการถอด และตู้ขนาดใหญ่น้ำหนักมากปกติถ้าจะยกต้องใช้ไฮดรอลิค แต่คนร้ายใช้แรง แสดงว่า ต้องมาหลายคน หรือมีเทคนิค จึงสามารถใช้แรงคนยกเองได้

 ด้านพ.ต.อ.เวียง วงศ์เพียร ผกก.สภ.เพ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายปีนเข้ามาทางกำแพงด้านข้างธนาคารซึ่งอยู่ติดกับตู้เอทีเอ็ม ใช้เทปปิดกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าตู้และใช้คีมตัดเหล็กด้านหลังตู้ จากนั้นก็ตัดสายไฟภายในตู้และทำการยกตู้ออกมาโดยอีกทีม ใช้คีมตัดกุญแจที่ประตูเหล็กหน้าธนาคร ถอยรถกระบะเข้ามา จากนั้นก็ยกตู้เอทีเอ็มขึ้นรถ ใช้ผ้าใบคลุม หลบหนี ซึ่งระหว่างทำการ คนร้ายสวมถุงมือ และใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อม และมีความชำนาญเกี่ยวกับระบบต่างๆของตู้ และรู้ช่องทางซึ่งน่าจะเตรียมการเป็นอย่างดีและเป็นมืออาชีพ ปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 3 คน  ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยองลงมาตรวจพิสูจน์หาหลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝงเพื่อติดตามหาคนร้ายต่อไป

 ส่วนแนวทางการสืบสวน เบื้องต้นพยายามเก็บหลักฐานต่างๆทั้งจากกล้องวงจรปิด ที่มีเพียง ตัวเดียว บริเวณหน้าตู้ แต่คนร้ายก็ใช้เทปกาวปิด ส่วนกล้องด้านหน้าธนาคาร ก็ถูกถอดออกไปก่อนหน้านี้ จึงต้องสอบเจ้าหน้าที่ ธนาคาร ผู้เกี่ยวข้อง และพยานแวดล้อมทั้งหมด เพื่อบีบให้วงแคบเข้ามาและเรียกเจ้าหน้าที่ บริษัทรับขนเงิน G4S ซึ่งเป็นบริษัท ใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อจากบริษัท บริ๊ง ที่เคยเกิดเหตุเมื่อปีก่อนมาทำการ สอบสวนอย่างละเอียด ซึ่งคดีนี้ ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก เป็นการก่อเหตุ ซ้ำในรอบปี