ข่าว

เครื่องรับมีแต่ขาดสัญญาณ

เครื่องรับมีแต่ขาดสัญญาณ

27 ส.ค. 2553

ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในโลกนี้ส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการนั่งร่วมวงบนโต๊ะกลมเพื่อพูดคุยหาทางออกร่วมกัน จะเรียกว่าสานเสวนาหรือประชาเสวนาหรือสันติเสวนาหรือไปไกลถึงการเจรจา ซึ่งน่าจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายสุด ที่อาจจะต้องมีการต่อรองกันในหลายๆ

ด้านเพื่อรองรับความปลอดภัยและสันติสุขที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่หลังผลของการเจรจา กระบวนการเหล่านี้จะต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางที่อาจจะยาวไกลนับสิบๆ ปี มิใช่ว่าจะเกิดผลทันตาเห็นในทันทีทันใด ดังนั้นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้และประสบพบเห็นโดยตรง จะคอยบอกเตือนเราอยู่เสมอว่าการต่อสู้กับผู้คนที่มีความคิด มีอุดมการณ์ทางการเมืองถึงแม้จะน้อยนิด แต่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นผู้แสดง (ACTORS) ที่ควรจะคำนึง ไม่ควรละเลยหรือมิให้คุณค่ากันเลย

 กล่าวกันว่าเหตุการณ์ที่ก่อชนวนให้บานปลายส่วนหนึ่งเกิดจากการพูดมากหรือพูดไม่เป็นท่าหรือพูดหลุดโผหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ (ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ) เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างของเหล่าบรรดาผู้มีอำนาจและลิ่วล้อที่เห็นดีเห็นชอบตามที่นายกะพริบตาส่งสัญญาณให้ กรณีความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นรอบหลังตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 (อ้างมาหลายๆ ครั้งแล้ว กรุณาอย่าเพิ่งเบื่อหน่าย เพราะพลเมืองไทยที่ไม่ทราบเรื่องนี้ยังมีไม่น้อยนะครับ) หลายท่านคงจะจำได้ว่าคำพูดเหล่านี้เป็นของผู้นำท่านใดและเขามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร เช่น

 หลังจากการมีกรณีปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนาในจังหวัดนราธิวาสแล้ว ท่านผู้นำก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยสรุปความว่าพวกที่กระทำจะเป็นพวกวัยรุ่นที่ไม่มีอาชีพ ว่างงาน ติดยาเสพติด พวกโจรกระจอก ฯลฯ คำพูดนี้จะมีความหมายเชิงดูถูกดูแคลนเหล่าบรรดาตัวแสดงประการหนึ่ง จะเท็จหรือจริงอย่างไรเกี่ยวกับการปล้นปืนท่านผู้นำก็คงจะทราบอยู่แก่ใจ แต่ที่พูดออกไปนอกจากจะเป็นการลดความน่าเชื่อถือแล้วยังมีเหตุผลข้างเคียงมากมายเช่นไม่ใช่การกระทำของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนแน่นอนหรือขบวนการไม่มีน้ำยาจึงต้องอาศัยวัยรุ่นเหล่านั้นปฏิบัติการแทน แต่ผลสะท้อนกลับที่เกิดจากการพูดเช่นนี้มันดูจะแรงกว่า เพราะสามารถวิเคราะห์อย่างหยาบๆ (ไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมากมาย) ว่านี่คือความอ่อนแอของกลไกทหารในพื้นที่ที่ปล่อยปละละเลยให้วัยรุ่นที่ไม่เอาไหนหรือโจรกระจอกสามารถทะลุทะลวงเข้าไปถึงดงเสือได้อย่างง่ายดาย ปฏิบัติการเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอาวุธสงครามของรัฐบาลกว่า300 กระบอกหายไป แถมยังหยามฆ่าเจ้าหน้าที่อีกหลายนายอีก ที่กล่าวเช่นนี้มิได้มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนรั้วของชาติแต่ประการใด แต่อยากจะกล่าวว่าผู้นำบางคนบางช่วงไม่รอบคอบเอาเสียเลย ทำให้กลไกรัฐชั้นผู้น้อยและประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อสนองอารมณ์ของตนตลอดกาล หรือจะให้เข้าใจอย่างที่บางคนวิเคราะห์ว่านี่คือแผนซ้อนแผนหรือที่หนังกำลังภายในของจีนได้กล่าวว่า...เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือมนุษย์ยังมีเทวดาที่หยั่งรู้ฟ้าดิน ?

 สัญญาณการพูดคุยกับบรรดากลุ่มผู้แสดงทั้งหลาย กลุ่มหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน คนคิดเห็นต่างกับรัฐตรงกันบ้าง เห็นพ้องต้องกันบ้างบางส่วนแต่อีกหลายส่วนไม่เห็นด้วย บ้างก็บอกว่าเรา (คนไทย) ให้เขา (พลเมืองไทย) มากไปแล้ว (คนอะไรไม่รู้จักพอ) ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา...บ้างก็เน้นหนักไปว่า...จะไปพูดคุยกับคนแขกผู้มาอาศัยให้เสียเวลามากมายทำไม มันไม่ยอมเรา (คนไทย) สักอย่าง แม้แต่พูดภาษาไทยมันยังไม่ยอมเลย แล้วอย่างนี้มันเป็นคนไทยหรือเปล่า ?...บ้างก็บอกว่า...จะพูดคุยเจรจาทำไมกับพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนมันสมควรจัดการเสียให้หมด จะได้ไม่เป็นเสี้ยนหนามของแผ่นดิน...หลายส่วนพยายามอย่างหนักว่าประชาชนในประเทศไทยจะขัดแย้ง จะเห็นต่าง จะไม่ลงรอยกันอย่างไร จะแปลกแตกต่างในเรื่องความคิดความอ่านและมีเป้าหมายชีวิตหรือใช้วิถีการดำรงอยู่ที่ต่างกันอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อทุกคนอยู่ในประเทศนี้เขาทั้งหลายเป็นได้อย่างเดียวคือ พลเมืองไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง ดูแลและปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน จึงจำเป็นต้องหาทางเลือกในการแก้ปัญหาในหลากหลายวิธี

 สารพัดความคิดสารพันความเห็นต่างอยู่คนละทิศคนละแนว คงไม่จำเป็นต้องปรับอะไรมากมายนัก เพราะหากรัฐบาลและผู้มีอำนาจของประเทศขณะนี้มีเครื่องรับส่งที่ดี พรั่งพร้อมด้วยประสิทธิภาพ จะสามารถรับสัญญาณความจำเป็นของประเทศว่าการหาทางออกของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมากมาย ทางหนึ่งที่รัฐทำอย่างไม่เต็มที่ ไม่เอาจริง ไม่หนักแน่นคือการเปิดรับหรือส่งสัญญาณดีๆ ในการพูดคุยกับผู้แสดงทั้งหลายเพื่อแสวงหาแนวทางอย่างสันติวิธีที่แท้จริงยังไม่ได้เริ่มต้นเลย ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ต่างๆ มันสุกงอมและตกผลึกมานานแล้ว นอกเสียจากรัฐที่มีกลไกทางอำนาจมากกว่าจะใช้หรือไม่และจะส่งหรือไม่ พยายามจะส่งสัญญาณช่องทางอื่นอีกมากมาย ที่มีเครื่องรับเต็มพื้นที่ ที่มีประสิทธิภาพในการรับการแก้ปัญหาที่ได้ผลมากกว่าเท่านั้น

อัฮหมัด สมบูรณ์  บัวหลวง [email protected]