ข่าว

 "อัดยา"ลูกเสือโคร่งแพ็กกระเป๋า...ส่งออกนอก

"อัดยา"ลูกเสือโคร่งแพ็กกระเป๋า...ส่งออกนอก

27 ส.ค. 2553

เวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษคืนวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอกซเรย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำลังนั่งจดจ้องดูภาพบนจอคอมพิวเตอร์ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางสีดำมีรูปร่างคล้ายกับสัตว์สี่ขา

 เมื่อเครื่องบ่งชี้เช่นนั้นก็มั่นใจได้ว่าขนาดของมันอาจเป็นแมวหรือสัตว์สี่ขาชนิดใดชนิดหนึ่ง และสัตว์ภายในกระเป๋าเดินทางใบนี้น่าจะมีชีวิตอย่างแน่นอน

 เจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยานจึงตัดสินใจอายัดกระเป๋าไว้แล้วรีบโทรศัพท์ติดต่อไปยัง "นิรัฐ นิภานันท์" หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้มาช่วยเปิดกระเป๋าเพื่อพิสูจน์ว่าสัตว์สี่ขาในนั้นคืออะไรกันแน่ !?!

 เมื่อหัวหน้าด่านเดินทางมาถึง กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางบนเก้าอี้นั่งอย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดกระเป๋าออกมาทุกคนถึงกับตะลึงเพราะในนั้นเป็นลูกเสือโคร่งตัวอ้วนกลมน่ารักอายุไม่เกิน 2 เดือน

 สภาพของเสือโคร่งน้อยงัวเงียไม่ได้สติ ทีมงานด่านตรวจสัตว์ป่าฯ จึงค้นกระเป๋าอย่างละเอียดพบขวดใส่นมกับแผงเปล่าขนาดบรรจุ 10 เม็ดของยากล่อมประสาทชนิดรุนแรงที่ชื่อ "zanax" 

 ด่านกักสัตว์ทราบในทันที่ว่า ลูกเสือโคร่งวัยน่ารักตัวนี้โดนอัดยากล่อมประสาทเข้าไปถึง 10 เม็ด เพื่อให้นอนแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวระหว่างลักลอบขนผ่านด่านตรวจของสนามบิน

 หัวหน้า "นิรัฐ" สืบหาต้นตอของกระเป๋าจึงรู้ว่าเป็นของ "ปิยวรรณ พละสาร" หญิงสาววัย 31 ปี จาก จ.อุดรธานี ผู้โดยสารที่กำลังจะขึ้นเครื่องของสายการบินมาฮาน แอร์ไลน์ จุดหมายปลายทางอยู่ที่สนามบินอีหม่ามโคไมนี กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

 "ปิยวรรณ" พยายามเช็กอินกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ แต่น้ำหนักเกิน จึงถูงส่งมายังเครื่องเอกซเรย์ฝ่ายน้ำหนักสัมภาระเกินกว่าที่กำหนด ทำให้รู้ว่ามีความพยายามลักลอบขนลูกเสือโคร่งออกนอกประเทศ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายฉบับด้วยกัน เพราะเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย  

 ด้านปิยวรรณให้การปฏิเสธทุกข้อหา โดยอ้างว่ามีคนไทยมาฝากกระเป๋าไว้เพราะน้ำหนักเกิน ก็รับฝากโดยไม่รู้ว่าข้างในเป็นลูกเสือโคร่ง ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่สนามบินยังไม่ปักใจเชื่อมากนัก เพราะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสนามบินย้อนหลังพบว่า ปิยวรรณขนกระเป๋า 2 ใบมาตั้งแต่ลงจากรถ ก่อนลำเลียงไปหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินมาฮาน เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ไปยัง สภ.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

 "การลักลอบนำสัตว์ป่าออกนอกประเทศมีหลายวิธี กลุ่มนี้จะเน้นการใช้กระเป๋าเดินทางที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาแบบที่วางขายทั่วไป เพื่อใช้ขนสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็จับกลุ่มผู้ลักลอบขนลิงกัง 3 ตัว กับนางอาย 10 ตัว ยัดใส่กระเป๋าเดินทางเหมือนกัน โชคดีที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่ากระเป๋ากระดุกกระดิกได้อย่างไร จึงส่งมาให้เราตรวจสอบ คดีแบบนี้มีเยอะแต่พอจับส่งตำรวจดำเนินคดี ถูกปรับไม่กี่บาท หรือจำคุกไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่ศาลจะให้รอลงอาญา ทำให้พวกนี้ไม่ค่อยกลัวกฎหมายเท่าไร" หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าฯ อธิบายพร้อมยอมรับว่า ลูกเสือโคร่งน้ำหนัก 5 กิโลกรัมตัวนี้โชคดีที่เครื่องเอกซเรย์สามารถตรวจเจอ เพราะส่วนใหญ่เครื่องเอกซเรย์ในสนามบินจะตั้งโปรแกรมไว้ตรวจเฉพาะโลหะหรือวัตถุระเบิดเท่านั้น

 อย่างไรก็ตามกระเป๋าที่ขนส่งลงท้องเครื่องบินเพื่อเดินทางออกนอกประเทศจะไม่ค่อยมีการตรวจเข้มงวดนัก เพราะถือว่าเป็นการขนออกไม่ใช่ขนเข้ามาในไทย เมื่อผู้โดยสารเช็กอินก็แค่ไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน แล้วกระเป๋าทั้งหมดก็ถูกลำเลียงตามสายพาน หากมีกระเป๋าน่าสงสัยจะถูกส่งผ่านไปยังเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ที่มีทั้งหมด 26 เครื่อง สามารถตรวจกระเป๋าได้ชั่วโมงละ 1 หมื่นใบ แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เครื่องซีทีเอ็กซ์จะเน้นตรวจจับเฉพาะวัตถุต้องสงสัยที่เป็นของเหลว วัตถุระเบิดหรือสารเสพติด ทำให้แก๊งค้าสัตว์ป่าข้ามชาติเล็ดลอดไปได้มาก

 แม้จะมีกฎหมายหลายฉบับที่ใช้ลงโทษเช่น "พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535"   "พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499"  "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469" แต่คดีค้าสัตว์ป่า บทลงโทษสูงสุดจะไม่รุนแรงนัก ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูง

 ล่าสุดปิยวรรณได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนเจ้าลูกเสือโคร่งกำลังรอตรวจดีเอ็นเอว่ามาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงใด เหตุที่เจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อว่าเป็นเสือจากฟาร์มเอกชน เพราะพ่อแม่เสือโคร่งในป่าธรรมชาติถูกจับขายไปเกือบหมดแล้วนั่นเอง