
ทักษิณไปรัสเซียทำไม?
ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่องกับการส่งตัว วิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท หรือ วิคเตอร์ บูท อดีตเคจีบี และนักค้าอาวุธชาวรัสเซีย และผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธสงคราม ให้ทางการสหรัฐอเมริกา หลังจากศาลมีคำสั่งตัดสินให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในข้อหาคดีอาญา
แต่เหตุการณ์ไม่ได้จบลงแค่การส่งตัว “วิคเตอร์ บูท” ให้ทางการสหรัฐอเมริกาเรื่องทุกอย่างก็จบลงไปด้วย แต่นั่นหมายถึงปัญหาที่อาจจะตามมาอีกหลายระลอกโดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ “ไทย-รัสเซีย” ที่อาจจะส่งผลกระทบแบบเรียกได้ว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” ก็ตามที
การปรากฏตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศรัสเซีย ทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังจากที่ตัวของเขาเงียบหายไปจากวงการหน้าหนังสือพิมพ์เมืองไทยหลายเดือน ภายหลังที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ “เผาบ้าน-เผาเมือง” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
แม้แต่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กระแสข่าวก็ว่า ไม่ได้เดินทางเข้าไปประมาณ 3-4 เดือนแล้ว การไปปรากฏตัวอยู่ที่ประเทศรัสเซีย จึงถูกโยงใยไปว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กับ “วิคเตอร์ บูท” นั้นลึกซึ้งกันแค่ไหน ลากยาวไปถึงรัสเซียกับสหรัฐได้หรือไม่?
ยิ่งสายสัมพันธ์อาจจะเรียกได้ว่า “แน่นแฟ้น” ระหว่าง วลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมิอาจมองข้ามเรื่องนี้ไปได้เช่นกัน และยิ่งเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเพื่อนอยู่ในบริษัทที่พร้อมจะเป็นล็อบบี้ยิสต์ในการประโคมด้วยแล้ว ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาอย่างหนัก
“สงครามเย็น” ระหว่างสหรัฐอเมริกา-รัสเซีย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ คือประเทศมหาอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างมีดรีกรีที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังทางด้านการทหารที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าจะเกิด "ความตึงเครียดรอบใหม่" ขึ้น
ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นตัวกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ทำให้ตกที่นั่งลำบากไม่น้อย จึงเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง ปิดห้องลับเพื่อหารือแนวทางออก แม้ว่าตัวของ “วิคเตอร์ บูท” เป็นเพียงนักโทษโนเนมที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงสักเท่าไหร่ แต่ในเรื่องของศักดิ์ศรีของสองชาติยักษ์ใหญ่ก็มิอาจชะล่าใจได้
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง มองว่า “สงครามระหว่างประเทศ” คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจุดที่จะทำให้เกิดในลักษณะนี้ไม่น่าจะเชื่อมโยงไปถึง แต่หากมองในเรื่องของศักดิ์ศรี คงไม่มีใครยอมกันได้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตัวเองเองคือ "พี่เบิ้ม" หรือประเทศมหาอำนาจที่ไม่ยอมเสียหน้าแน่
“รัฐบาลจะต้องทำเรื่องนี้อย่างละเอียดและรอบคอบให้มากที่สุด เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะยึดหลักในการพิจารณาด้วยการให้ศาลยุติธรรมตัดสินใจคลี่คลายสถานการณ์อึมครึมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก็ตาม เพราะในฐานะที่เป็นประเทศมหาอำนาจต่างก็ไม่กลัวกันอยู่แล้ว”
แหล่งข่าวยอมรับว่า ประเทศไทยตกอยู่ที่นั่งลำบากกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เพราะทั้งสองประเทศพยายามกดดันบีบคั้นรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง การตัดสินความผิด “วิคเตอร์ บูท” เพียงแค่พิจารณาในคดีแรกเท่านั้น ยังคงเหลืออีก 1 คดีที่ยังรอการตัดสินของศาลอยู่
“สหรัฐอเมริกาใจร้อนเกินไปที่ส่งเครื่องบินเจ็ตมารอรับ “วิคเตอร์ บูท” เพื่อไปดำเนินคดีตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งถือว่าเป็นการกดดันรัฐบาลไทยอย่างชัดเจน สหรัฐอเมริกาไม่สนใจว่าคำตัดสินข้างหน้าจะเป็นอย่างไร”
ส่วนการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปปรากฏตัวอยู่ที่ประเทศรัสเซีย หน่วยงานด้านความมั่นคง มองว่า คงไม่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อคำตัดสินของศาลยุติธรรมของไทยได้ แต่การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความวุ่นวายแบบเล็กน้อยเท่านั้น หรือแบบอาฟเตอร์ช็อก
นั่นคือความเห็นของหน่วยงานด้านความมั่นคง
แต่คำถามก็ยังคงเอ็ดอึงว่า แล้วทักษิณ ไปรัสเซียทำไม ?
ทีมข่าวความมั่นคง



