
ความเฉลียวไม่มีสอนในตำรา
เด็กหญิงวัย 3 ขวบเศษถูกคนเร่ร่อนลักพาตัวจากพ่อแม่ที่สนามหลวง กรุงเทพฯ 3 สัปดาห์ให้หลังไปโผล่ที่ จ.ระยอง โชคดีที่ได้พลเมืองดีช่วยเอาไว้
เด็กเข้าไปอยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ส่วนผู้ต้องสงสัยที่พาเด็กมาด้วยถูกคุมขังอยู่ที่ สภ.เมืองระยอง ในข้อหาเมาสุรา
การสอบปากคำไม่ได้อะไรมากไปกว่าคำให้การวกวน ครบ 48 ชั่วโมงจึงปล่อยตัวไป !?!
แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านริมปากอ่าวระยองได้ช่วยกันสอบซัก ระหว่างพบความผิดปกติระหว่างชายต้องสงสัยกับเด็กหญิง
ความผูกพันอันห่างเหินบ่งชี้ถึงสายสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ ชวนสงสัยถึงที่มาที่ไประหว่างเด็กกับชายเร่ร่อน เตร็ดเตร่เร่ขอทานไปตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพเด็กยิ่งชวนให้ฉงน หนักสุดเห็นจะเป็นความพยายามล่วงละเมิด !?!
นี่คือสิ่งที่เกิดจากการเฉลียวคิด
เป็นสิ่งที่ชาวบ้านพบเห็นและรับรู้จากการพูดคุยกับตัวเด็กเอง ซักถามเอากับชายเร่ร่อน แล้วเค้นจนได้ความจริง
ส่วนตำรวจทำได้แค่สอบเอาความจริงจากปากคำของผู้ต้องสงสัย เมื่อไม่ได้ก็ปล่อยตัวไป โดยไม่เฉลียวใจคิดในสิ่งผิดปกติรอบข้าง
ไม่มีการพูดคุยกับเด็ก ไม่สอบถามชาวบ้านในฐานะพยานแวดล้อม มองไม่เห็นแม้แต่ความสัมพันธ์อันพิลึกพิลั่นระหว่างชายเร่ร่อนกับเด็กหญิง
แม้ผู้ต้องสงสังรายนี้จะไม่ใช่มหาโจรมีพฤติกรรมอุกอาจสะเทือนขวัญ เป็นแค่ขี้เมาพเนจร แต่หากยังลอยนวลอยู่ต่อไปอาจเกิดความประหวั่นพรั่นพรึง
อาชญากรส่วนใหญ่มักเริ่มทำผิดจากคดีเล็กๆ ทำแล้วไม่ถูกจับก็ย่ามใจทำอีกเรื่อยๆ คดีนี้ชายเร่ร่อนไม่มีการงานทำ แหล่งที่มาของรายได้มีเพียงหนทางเดียว คือ การขอทาน
ลำพังตัวเองไม่มีความน่าสงสารพอจะเรียกเงินได้ เลยลักพาตัวเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มาเตร็ดเตร่เป็นช่องทางหาเงิน ได้มาก็เอามาซื้อเหล้ากิน !?!
ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปตระเวนหาเหยื่ออยู่ที่ไหน ปล่อยไว้ย่อมเป็นอันตราย อยากฝากเรื่องนี้ไว้ให้ตำรวจทุกๆ คนขบคิด ฉลาดอย่างเดียวไม่พอต้องเฉลียวด้วย
เรื่องนี้ไม่มีสอนในตำรา ทว่าแนะนำกันได้ เรียนรู้กันได้ ขอแค่ใส่ใจในเรื่องในคดีที่ทำ
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



