ข่าว

ทูลกระหม่อมหญิงทรงช่วยหนุ่มอ้วนกทม.ช่วยหญิง

ทูลกระหม่อมหญิงทรงช่วยหนุ่มอ้วนกทม.ช่วยหญิง

26 ส.ค. 2553

หนุ่มอ้วนหนักกว่า 350 กก.สุดปลื้มน้ำตาคลอทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ทรงช่วยเหลือ รับเป็นคนไข้ในพระอุปถัมภ์เตรียมเคลื่อนย้ายเข้ารักษาที่ รพ.จุฬาฯ กทม.ช่วย หญิงอ้วน 247.2 กก. นำรักษาที่ รพ.กลาง พร้อมประสาน พม.มอบบัตรผู้พิการ และจัดหาทุนการศึกษาให้ลูกทั้งสอง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ส.ค.53 ที่บ้านเลขที่ 153/2 ถนนศรีธรรมโศก ต.ในเมือง อ.เมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของผู้ป่วยโรคอ้วนน้ำหนักกว่า 350 กก.คือนายอรรฐพณ แดงค้ำคุณ หรือ ปิ๊กน้ำหวาน อายุ 32 ปี มีอาการ ท้องแข็งหายใจไม่ออก ซึ่งมีชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ เดินทางมาให้กำลังใจ จำนวนมากหลังจากเป็นข่าวแพร่สะพัดไปถึงความทุกข์ทรมานจากอาการป่วยของนายอรรฐพณ และมอบเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลอย่างไม่ขาดสาย โดยทาง พล.ต.ท. สัณฐาน ชนนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้โอนเงินผ่านมาทาง พ.ต.อ. ภูดิศ นรสิงห์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ช่วยเหลือครอบครัวของนายอรรฐพณจำนวนหนึ่ง

 ขณะเดียวกันหลังจากนายอรรฐพณ และญาติพี่น้องทราบว่าได้รับพระราชทานจากในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้เป็นผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ ทุกคนต่างปราบปลื้มยินดีในพระมหากรุณาธิคุณจนน้ำตาคลอ โดยเฉพาะนายอรรฐพณ กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าว่า ปลื้มปิติเป็นล้นพ้น ได้ทรงพระมหากรุณาต่อตนเองและครอบครัว พี่น้องๆ ทุกคนจะจดจำไว้ตลอดไป และจะทำดีเพื่อพระองค์ท่านตราบจนวันตาย และยังขอบคุณทุกหน่วยงานที่เมตตาให้การช่วยเหลือมาตลอดด้วย ซึ่งตลอดเวลาที่พูดนั้นมีพยาบาลจาก รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราชให้ความดูแลตลอดเวลาเกรงว่านายอรรฐพณจะช๊อคอย่างไม่คาดฝัน

 ต่อมา ดร. มนัส โนนุช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นผู้แทนพระองค์ เดินทางมาดูอาการและแจ้งถึงการรับ นายอรรฐพณ เป็นผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ และประสานกับนาย ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ดร. กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช จะนำตัวเข้ารักษาต่อที่ กทม. พร้อมกันนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ อีกจำนวนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างรักษาตัว

 ดร.มนัส โนนุช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เปิดเผยว่า พระองค์ทราบข่าวจากการายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเดินทางมาประสานผู้ว่า เพื่อนำผู้ป่วยไปรักษาที่ กทม.ซึ่งพระองค์ท่านได้ประสานงานกับ รพ.จุฬา ด้วยพระองค์เอง ซึ่งการช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นำผู้ป่วยไปรักษาที่ กทม.ตามพระประสงค์ของพระองค์ท่านจนหายเป็นปกติ

 ดร. กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เทศบาลให้การช่วยเหลือในทุกด้านซึ่งในการเคลื่อนย้ายจากนครศรีธรรมรชนั้นจะมีการนำรถพยาบาลจาก รพ.เทศบาลในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปส่งที่ รพ.จุฬา กรุงเทพ แต่วันนี้ต้องรอดูอาการของผู้ป่วย อย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีคนมาให้กำลังใจจำนวนมากทำให้ปิ๊คมีอาการเหนื่อยมาก ซึ่งหลังจากอาการดีขึ้นแล้วจะเดินทาง โดยมีหมอพยาบาลร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนญาติๆ ที่จะเดินทางไปด้วยนั้นเทศบาลนครนครศรีธรรมราชจะจัดรถตู้ให้อีก 1 คัน เพื่อความสะดวกของญาติผู้ป่วยด้วย

หญิงอ้วนปลื้มออกจากห้องพักเข้ารักษารพ.กลาง

 เมื่อเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นำทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เข้าให้ความช่วยเหลือ น.ส.อำนวยพร ทองประไพ อายุ 40 ปี ที่ป่วยด้วยโรคอ้วน ที่แฟลตเจริญดีคอนโด ซอยคู้บอน 18 แขวงคู้บอน เขตคันนายาว ซึ่งมีน้ำหนักมากจนไม่สามารถออกไปไหนได้ 3 ปีแล้ว

 น.ส.อำนวยพร เปิดเผยก่อนที่จะออกจากห้องพัก ว่า รู้สึกดีใจมากที่หลายหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยตนมีความมั่นใจในทีมแพทย์ที่จะสามารถรักษาตนให้หายจากโรคนี้ หลังจากที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ 3 ปีเต็ม ปัจจุบันพักอยู่กับลูกติดสามีเก่า 2 คน คือ นายสถาพร เจริญทรัพย์ อายุ 15 ปี และด.ช.สกุลศักดิ์ เจริญทรัพย์ อายุ 14 ปี ทั้งคู่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1โรงเรียนวัดคู้บอน ทั้งนี้ นางอำนวยพร เดิมมีอาชีพรับจ้างซักเสื้อผ้าและขายอาหารตามสั่ง พักอยู่กับบุตรชายของญาติอีก 2 คน สำหรับอาการ ตนเริ่มมีน้ำหนักขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4-5 ปีผ่านมา โดยครั้งล่าสุดช่างน้ำหนักได้ 270-280 กิโลกรัม เมื่อปี 2549 นอกจากนี้ยังมีอาการแพ้ความร้อนจนผิวหนังปวดแสบปวดร้อน มีแผลกดทับ และมีก้อนเนื้อเกิดขึ้นที่บริเวณโคนขาขวา

 สำหรับขั้นตอนการนำ น.ส.อำนวยพร ลงจากห้องพัก เริ่มจากให้ น.ส.อำนวยพร เดินออกมาขึ้นพาเลทที่ติดล้อเลื่อนสามารถรับน้ำหนักได้ 1 ตัน ที่มารอรับบริเวณหน้าห้องพัก 22/227 โดย น.ส.อำนวยพร ต้องขยับตัวเข้ามานั่งในพาเลท ระหว่างนี้ออกอาการเหนื่อยหอบเล็กน้อย จนต้องหยุดพักเป็นครั้งคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่ สปภ. ได้เข็นลากเข้ามาที่ห้องข้างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการทุบราวระเบียงออก และทำนั่งร้านที่มีระดับเดียวกับพื้นห้อง เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย โดยด้านนอกมีลิฟท์ไฮโดรลิก ขนาดที่สามารถรับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัม รอเทียบรับ น.ส.อำนวยพร ซึ่งความสูงจากพื้นดินประมาณ 7 เมตร เมื่อลากพาเลทเข้ามาในลิฟท์เป็นที่เรียบร้อยแล้วลิฟท์จึงค่อยๆ ลดระดับลง โดยมีผู้ว่าฯกทม. ร่วมลงมาด้วย และเมื่อลงมาถึงแล้วเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยกขนาดเล็กมารอรับส่งต่ออีกทอดหนึ่งจากลิฟท์ และเคลื่อนส่งไปยังรถพยาบาล โดยใช้แรงคนช่วยพยุงจนสามารถนำ น.ส.อำนวยพร ขึ้นรถพยาบาลของ รพ.กลาง ได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ใช้ระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกว่า 1 ชั่วโมง

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า น.ส.อำนวยพร มีกำลังใจดีมาก จากนี้จะมอบหมายให้แพทย์ รพ.กลาง ตรวจรักษา เบื้องต้นจากการตรวจสุขภาพทั่วไป เมื่อวันที่ 24 ส.ค.53 พบว่า สุขภาพของน.ส.อำนวยพรเป็นปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอก 2 ก้อนบริเวณหน้าขา และมีแผลกดทับบริเวณรอยพับของร่างกายจากน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผู้ป่วย และไม่เคยไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีน้ำหนักมากเนื่องมาจากต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สำนักงานเขตคันนายาว ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อขอรับสวัสดิการผู้พิการซึ่งได้มอบบัตรผู้พิการให้แก่น.ส.อำนวยพร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมจัดหาทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่อยู่ในความอุปการะของ น.ส.อำนวยพรทั้ง 2 คนด้วย

 ต่อมาเวลา 12.45 น. ทีมแพทย์ได้นำ น.ส.อำนวยพร เข้าพักที่หอผู้ป่วยพิเศษ ห้อง 1409 พยาบาลได้ทำการวัดความดัน และนำช่างน้ำหนักอย่างเป็นทางการ โดย น.ส.อำนวยพรมีน้ำหนักตัวที่ 247.2 กิโลกรัม ทั้งนี้ ทางรพ.กลาง ได้จัดทำเตียงผู้ป่วยแบบพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักผู้ป่วยโดยเฉพาะ

 พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า แนวทางการรักษา น.ส.อำนวยพร จะเริ่มด้วยการตรวจร่างกาย วัดสัญญาณชีพ เจาะเลือดประเมินความผิดปกติทางเมตาบอลิค เพื่อประเมินว่ามีโรคพื้นฐานอะไรบ้าง ตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง ตรวจเบาหวาน ประเมินภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ภาวะกระดูกและไขข้อ และสภาวะจิตใจ ส่วนการรักษาจะจำกัดอาหารด้วยการใช้อาหารพลังงานต่ำไม่เกิน 800 กิโลแคลอรี่/วัน การออกกำลังกายควบคู่กันไป ขณะเดียวกันจะมีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นทีมแพทย์ขึ้นมา 1 ชุด โดยตนเป็นที่ปรึกษา และผอ.รพ.กลาง เป็นประธาน รวมทั้งจะเชิญสหสาขาวิชาชีพมาร่วมด้วย ซึ่งการรักษาเบื้องต้นคาดว่าอาจต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 1 ปี ด้วยวิธีการที่ถูกต้องแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการผ่าตัดเพื่อลดปริมาตรกระเพาะอาหาร อาจต้องให้ทีมแพทย์พิจารณาอีกครั้ง