
มองโลกแบบวิกรม - การแปรปรวนของภูมิอากาศโลก
ขณะนี้โลกของเราเกิดวิกฤติขึ้นมา 3 สิ่งในเวลาเดียวกันคือ ความแห้งแล้งจนเกิดไฟไหม้ป่า น้ำท่วมและอากาศหนาวขั้นรุนแรงจนมีคนเสียชีวิต เราคงได้ฟังข่าวเกี่ยวกับสภาวะความแปรปรวนของโลกเรามาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการเกิดความแห้งแล้งอย่างหนักในบริเวณตอนเหนือของโลก คือร
ไล่ลงมาที่จีน ปากีสถาน และอินเดียกำลังประสบกับน้ำท่วม ดินถล่มอย่างหนักที่สุดมีคนเสียชีวิตกว่า 2,000 คน ในขณะที่บางส่วนของยุโรปประสบกับสภาวะคลื่นความร้อนอย่างหนัก ในเวลาเดียวกันที่ตอนใต้ของโลกก็เกิดความหนาวเย็นอย่างมากจนทำให้เด็กๆ หนาวตายกันหลายร้อยคนในประเทศชิลี เหตุการณ์ต่างๆ นี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ในความเป็นจริงแล้วการเกิดปัญหาดังกล่าวข้างต้นนี้ในเวลาเดียวกันในโลกของเรานั้นนับเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก แต่โลกของเราทุกวันนี้ได้เกิดการแปรปรวนของภูมิอากาศของโลกจนถึงขั้นวิกฤติที่ความร้อนจนแห้งแล้งนำไปสู่การไฟไหม้พร้อมกับน้ำท่วมและอากาศหนาวในเวลาเดียวกัน
มีข้อสันนิษฐานปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น และการลดลงของปริมาณป่าไม้ทั่วโลกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเพราะไม่มีต้นไม้มารองรับแสงแดดที่มีความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าสนในเขตหนาว ป่าผลัดใบในเขตอบอุ่นหรือป่าในเขตร้อน ในช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้นเกิดลดลงอย่างน่าใจหายทุกแห่งของโลก แน่นอนว่าการสูญพันธุ์ของพันธุ์พืช แมลงต่างๆ หรือสัตว์ป่านานาชนิดกันทุกเขตป่าทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้มาก่อน
สำหรับที่เมืองไทยเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว เรามีพื้นที่ป่าไม้ 53% ของพื้นที่ทั้งประเทศ และ 32 ปีต่อมาป่าไม้ทั้งประเทศเหลือเพียง 26% และสุดท้ายเมื่อปีที่แล้วป่าไม้เหลือไม่ถึง 20 % ประเทศไทยของเรากำลังเดินเข้าสู่ขั้นวิกฤติแล้ว เมื่อฤดูร้อนจะเกิดความแห้งแล้งอย่างหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีซึ่งย่อมจะสร้างความเสียหายให้แก่ภาคเกษตรของเราอย่างมาก และมีทีท่าว่าจะยิ่งหนักขึ้นไปเรื่อยๆ เท่ากับว่าจะเกิดปัญหาวิกฤติของภูมิอากาศกับประเทศอย่างแน่นอน
ดังนั้นเราจะเห็นว่ามนุษย์คือผู้ทำลายธรรมชาติและปัจจุบันธรรมชาติกำลังย้อนกลับมาทำลายเรา
ถ้ามนุษย์ไม่หยุดทำร้ายธรรมชาติ ผมเชื่อว่าวันหนึ่งจะเป็นวันที่มนุษย์สูญเสียทุกอย่างและคงยากเกินกว่าจะรักษาสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมาได้



