ข่าว

“เทือก”หวังสัมพันธ์ไทย-เขมรสัมพันธ์ดีขึ้น

“เทือก”หวังสัมพันธ์ไทย-เขมรสัมพันธ์ดีขึ้น

26 ส.ค. 2553

“สุเทพ” หวัง “ไทย-เขมร” สัมพันธ์จะดีขึ้น เชื่อ “เวทีอาเซม” “มาร์ค-ฮุนเซน” จับเข่าคุยสางปัญหา “ประสาทพระวิหาร” ยันคืน “เงินกู้สร้างถนน-ไทย-เขมร” ไม่มีเงื่อนไข อ้างเป็นนโยบาย “รบ.ไทย”เอื้อเฟื้อจุนเจือ “เพื่อนบ้าน” ปัดนัด “ แม้ว”คุยเมืองนอก แจง ตั้งแต่จัดตั้

(26ส.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยจะคืนความช่วยเหลือแก่กัมพูชาด้านต่างๆ หลังจากความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เช่น เงินกู้ก่อสร้างถนนไทย-กัมพูชา ว่า ทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับเมื่อเราได้ช่วยกันทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จนถึงระดับส่งทูตของแต่ละประเทศมาประจำกันแล้ว ต่อไปการพูดคุยเรื่องความร่วมมือ การแก้ปัญหาต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ คิดว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนของทั้งสองประเทศควรจะมีความยินดี เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านที่สมควรจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ประชาชนจะได้ไปมาหาสู่ค้าขายกัน กิจการท่องเที่ยว การลงทุนจะดีขึ้นทั้งสองประเทศ

 ผู้สื่อข่าวถามถึง ความคืบหน้าการประสานขอตัว 3 คนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมกลับไทย โดยล่าสุดทางการกัมพูชาออกมาโต้นายกรัฐมนตรีของเขา ว่าไม่มีสิทธิ์สั่งเรื่องการปล่อยตัวหรือไม่ปล่อยตัวเพราะเป็นอำนาจของศาล รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปรีบรุกเร้า มันก็มีเวลา มีจังหวะอยู่ ความพยามเป็นเรื่องของพวกเราที่จะต้องช่วยกันดูแล เคยมีกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นบอกว่านายกรัฐมนตรีจะต้องคุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ก่อนเวทีอาเซม นายสุเทพ กล่าวว่า ผู้นำสองประเทศต้องคุยกัน แต่เวทีไหน สถานที่แห่งใด จะต้องดูตามจังหวะที่สมควร เมื่อถามว่า บรรยากาศอย่างนี้คิดว่าถึงเวลาที่ท่านจะต้องไปคุยกับสมเด็จฮุนเซนหรือยัง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนเองไม่มีปัญหา แต่มาถึงขณะนี้บรรยากาศทั้งหลายก็ดีขึ้นแล้วตามลำดับ และมีช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซน คงจะได้พบกันในที่ประชุมแห่งใดแห่งหนึ่งที่จะไปร่วมด้วยกัน ตรงนั้นคงมีโอกาสคุยกันมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าท่านไม่ต้องไปคุยก่อนใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคาดคั้นว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ตามลำดับ ดูตามกรณีไป อย่างคราวก่อนโน้นที่ตนไปเพราะนายกรัฐมนตรีใช้ให้ไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไทยให้เงินกู้ไปอีกครั้ง หลังจากที่เคยระงับมา มีเงื่อนไขที่จะแลกเปลี่ยนกันหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของเงื่อนไขที่จะแลกเปลี่ยนอะไร แต่ประเทศไทยวันนี้มีความแข็งแรงขึ้นมาในระดับหนึ่งและเป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะต้องเอื้อเฟื้อ จุนเจือประเทศเพื่อนบ้านในบางเรื่องบางประเด็นที่จะนำไปสู่การพัฒนา ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นเราก็ปฏิบัติตามเจตนารมย์ตามนโยบายนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำไปสู่ความร่วมมือในการส่งตัวคนไทยกลับหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราชอบคิดอะไรไปไกล เร็วๆ ค่อยๆดูไปดีกว่า อย่าไปคาดหวังอะไรมากมาย เอาเป็นว่าถ้าเราทำให้สองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้พี่น้องประชาชนก็สบายใจ เมื่อถามว่า ดูบทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดูเงียบหายไป รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนเองยังไม่ขอวิจารณ์ว่าจะเป็นอย่างไร หากเราพูดกันมาก วิจารณ์กันไปมากเรื่องก็ยาวไปเรื่อย ส่วนกรณีที่ตนเองเดินทางไปต่างประเทศและเกรงกันว่าตนจะไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ยืนยันว่า ไม่ได้แอบไปไหน แต่ไปประเทศจีน เจรจาเรื่องความร่วมมือในการที่จะพัฒนากิจการทางด้านการท่องเที่ยว เจรจาเรื่องการร่วมลงทุนพัฒนากิจการรถไฟและไปเอ็กโปที่เซียงไฮ้ ไม่ได้หายไปไหน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยติดต่อมาคุยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีเลย ไม่ได้คุยกันเลย ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลมาจนถึงเดี่ยวนี้ยังไม่เคยได้พูดคุยอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ เลย 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้คนยังคางแคลงใจที่พ.ต.ท.ทักษิณหายไป แล้วเพิ่งมาลาออกจากที่ปรึกษาสมเด็จฮุนเซน รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ต้องคางแคลงใจอะไร ตนเป็นคนไม่มีเบื้องหน้า เบื้องหลังอยู่แล้ว ทำอะไรเปิดเผยชัดเจน เพราะมีหน้าที่ที่จะต้องทำงานตามที่พี่น้องประชาชนได้มอบหมายภารกิจให้ทำ เมื่อทำได้อย่างไรก็รายงานพี่น้องประชาชน ตรงไปตรงมาอย่างนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานทูตมอบให้ใครช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับตัว นายสุเทพ กล่าวว่า ทูตคงไปดำเนินการในทางหนึ่ง ส่วนการเจรจามีหลายระดับที่พยามจะพูดคุยกันในส่วนที่เขามีความสัมพันสธ์กันอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประเมินว่าอีกไม่นานประเทศจะลุกเป็นไฟ เพราะรัฐบาลอ่อนแอกับการจัดการกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่ผเด็จการ (นปช.) รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ต้องขออภัย ถ้าถามอย่างนี้บ่อย ตนคงต้องเป็นปัญหากับฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ และยังเป็นปัญหากับฝ่ายนายสนธิอีก เอาว่าแค่นี้ก็พอทนอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างเรื่องให้ตนมากกว่านี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับการเงียบไปของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการประเมินหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ประเมิน คณะทำงานของตนที่ทำงานเรื่องความมั่นคงก็ไม่ได้ประเมินในประเด็นนี้ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า วางใจได้หรือไม่ กับการเงียบหายไปของพ.ต.ท.ทักษิณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า สถานการณ์นั้นไม่วางใจอยู่แล้ว ประเมินสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ไม่ได้ไปประเมินตัวพ.ต.ท.ทักษิณ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้กัมพูชาส่งแกนนำเสื้อแดงที่หลบหนีอยู่ในประเทศมาไทยเพื่อแสดงความจริงใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มองอะไร ต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ ถ้าอยู่ๆเราจะไปกล่าวหาเขาว่ามีการให้ที่พักพิงคนนั้นคนนี้โดยไม่มีหลักฐานคงไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเรามีพยานหลักฐานชัดเจนว่านาย ก. นายข. หนีคดีจากบ้านเราไปอยู่ประเทศนั้นประเทศนี้ และมีสัญญาที่จะส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเราก็ดำเนินการตามนั้น