
พธม.มอบตัวคดีปิดสนามบิน"สนธิ"ยันปฏิเสธข้อหา
แกนนำพธม.เข้ามอบตัวคดีปิดสนามบินแล้ว "สนธิ" ยัน ปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุ ตำรวจรับงานนักการเมืองเตรียมร้องทุกหน่วยงาน
(26ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ รวมทั้งแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 อาทิ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายศรัณยู หรือนรัณยู หรือ “ตั้ว” วงษ์กระจ่าง ดารานักแสดงชื่อดัง น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ เดินทางเข้ามอบตัวรับทราบข้อหากับคณะพนักงานสอบสวนที่นำโดย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. โดยมีผู้ชุมนุมกว่า 100 คนมาให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาแกนนำและแนวร่วมที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัว โดยแต่ละคนที่เดินทางมาถึงจะต้องเข้าแสดงตัวที่โต๊ะลงทะเบียนชั้นล่าง อาคารอำนวยการกองปราบปราม เพื่อรับป้ายชื่อ ก่อนแยกเข้าห้องสอบสวนตามชุดสอบสวนที่แบ่งไว้ จำนวน 20 ชุดซึ่งอยู่ชั้นสองของอาคารเดียวกัน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายมีผู้ติดตามเข้ารับฟังการสอบสวนได้แต่จะต้องแสดงตัวเพื่อแลกบัตรติดหน้าอกเช่นกัน
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาให้กำลังใจนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่รับรองไว้ที่ห้องประชุมกองปราบปรามแต่ส่วนใหญ่จะยืนรวมตัวกันส่งปรบมือและส่งเสียงเชียร์บรรดาแกนนำอยู่ที่หน้าอาคาร โดยตำรวจคอมมานโดกว่า 50นายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆโดยรอบอาคารสอบสวน และอาคารใกล้เคียงเพื่อรักษาความปลอดภัย ขณะที่ประตูทางเข้ากองบังคับการปราบปรามก็มีตำรวจ สน.พหลโยธิน มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นายสนธิ กล่าวว่า มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งมีคดีก่อการร้ายและคดีอื่นๆอีกมากมายมองว่าเรื่องนี้คงอีกยาวแต่เชื่อว่าด้วยพยานหลักฐานจะพิสูจน์ว่าข้อหาก่อการร้ายที่พนักงานสอบสวนตั้งไว้นั้นเป็นการจงใจกลั่นแกล้งจึงอยากเตือนตำรวจที่ทำสำนวนคดีนี้ว่าภาคประชาชนไม่ยอมแน่ และอยากฝากไปถึงตำรวจที่รับใช้นักการเมืองบางกลุ่มเพื่อหวังตำแหน่งว่าเตรียมตัวโดนภาคประชาชนเอาคืนได้ถึงแม้จะเกษียณแล้วก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลอีกนาน
“จากการพูดคุยกับแกนนำทุกคนต่างไม่มีใครยอมและพร้อมจะสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างแน่นอน เรามีพยานที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐให้ข้อมูลว่าผู้ที่โดนแจ้งข้อหาก่อการร้ายมีเพียง 13 คนเท่านั้น แต่ตำรวจก็เหวี่ยงแหเพิ่มผู้ต้องหาเข้าไปอีก” นายสนธิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้ามอบตัวของบรรดาแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และระหว่างพักสอบสวนแกนนำบางคน เช่น พล.ต.จำลอง นายสมศักดิ์ น.ส.อัญชลี โผล่หน้าออกมาทางหน้าต่างชั้นสองเพื่อโบกไม้โบกมือทักทายผู้ชุมนุมที่มาให้กำลังใจ
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงขณะนี้มีแกนนำและแนวร่วมที่ถูกกล่าวหาเดินทางเข้ามอบตัวแล้ว 58 คนจากทั้งหมด 77 คน ส่วนที่เหลือ 19 คนในจำนวนนี้มี 6 คน ได้แก่ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายวีระ สมความคิด นายสมชาย วงศ์เวช นายสมบูรณ์ ทองบุราณ และน.ส.ต้นฝัน หรือ โย แสงอาทิตย์ ให้ทนายความติดต่อขอเลื่อนมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุวันเวลาที่แน่นอนว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อใด
ต่อมาเวลา 10.50 น. นายสนธิ ซึ่งเดินทางมารับทราบข้อกล่าวพร้อมให้ปากคำพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นคนแรก จึงเดินทางกลับท่ามกลางเสียงโห่ร้องให้กำลังใจของผู้ชุมนุมที่รออยู่หน้าอาคาร โดย นายสนธิ กล่าวว่า ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมาให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน คดีนี้ไม่ได้รู้สึกหนักใจที่ถูกแจ้งข้อหาก่อการร้ายเพราะมั่นใจในพยานหลักฐานว่าสามารถหักล้างได้ทั้งหมด เรื่องอาวุธที่มีเพียงมือตบ ไม้กระบอง ซึ่งไม่เข้าข่ายคดีก่อการร้ายแต่อย่างใด
“เรื่องนี้นายเสรีรัตน์ ปศุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้ขึ้นเบิกความต่อศาลแพ่งว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯนั้นใช้พื้นที่แลนด์ไซส์ซึ่งเป็นพื้นที่เข้าออกสนามบินที่อยู่ด้านนอก ไม่ส่งผลกระทบทำให้เสียหายกับ ทอท. และคนของ ทอท.เองก็ออกมายอมรับเรื่องนี้ ข้อกล่าวหาต่างๆ จึงเป็นเพียงสิ่งที่เลื่อนลอย และเรื่องนี้เป็นเพียงคดีการเมือง เป็นการรับงานจากนักการเมือง ซึ่งตนและผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดพร้อมจะต่อสู้จนถึงที่สุด” นายสนธิ กล่าว
เมื่อถามถึงการฟ้องกลับพนักงานสอบสวนในคดี นายสนธิ กล่าวว่า จะฟ้องกลับพล.ต.ท.สมยศ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน และจะไม่รอให้คดีสิ้นสุดก็ขอให้ พล.ต.ท.สมยศ เตรียมตัวว่าภาคประชาชนจะติดตามและดำเนินการทุกกรณีโดยจะใช้ทุกช่องทางไม่ว่าจะร้องต่อ ป.ป.ช. ฟ้องคดีแพ่ง ร้องศาลปกครอง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีทั้งหมด 79 คนก็จะฟ้อง 79 คดี แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วก็เตรียมตัวรอขึ้นศาลได้เลย
“ผมเข้าใจดีที่พล.ต.ท.สมยศ อ้างว่าทำตามหน้าที่แต่ก็เป็นเพราะทำตามคำสั่งนักการเมือง ซึ่งผมก็จะต่อสู้คดีตามกฎหมายทุกอย่างที่ทำได้ ตำรวจจะรับใช้นักการเมืองไม่ได้ และขอฝากสั้นๆว่าพวกนักการเมืองไม่เคยจำบทเรียนในประวัติศาสตร์ คนมีอำนาจก็หมดอำนาจได้ คนที่เป็นใหญ่วันหนึ่งก็ต้องหมดอำนาจไป ผมอยากฝากว่าสักวันหนึ่งเวรกรรมจะต้องมาถึงพวกคุณเร็วๆนี้” นายสนธิ กล่าว



