
ผู้ว่าฯพิจิตรประกาศ5อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
ผู้ว่าฯพิจิตรประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว หลังน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,743 ครัวเรือน นาข้าวได้รับผลกระทบ 44,624 ไร่ ด้านอุตรดิตถ์ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม หลังดินตามภูเขาอ่อนตัวจากฝนตกต่อเนื่อง
(26ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า นายสุวิชย์ วัชโรทยางกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ประกาศให้ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อ.สากเหล็ก วังทรายพูน สามง่าม ตะพานหิน และวชิรบารมี ให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว หลังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จ.พิจิตร สรุปสถานการณ์ว่าน้ำท่วม จ.พิจิตร ระหว่างวันที่ 5 -25 สิงหาคม 2553
โดยจังหวัดพิจิตร เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ 15 ตำบล 117 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรนาข้าวได้รับผลกระทบ จำนวน 44,624 ไร่ ถนนเสียหาย 17 สาย ฝายทำนบ 6 แห่ง ท่อระบายน้ำ จำนวน 16 แห่ง ราษฎรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 4,743 ครัวเรือน 14,269 คน
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม วันนี้โดยเฉพาะที่ อ.สามง่าม ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำยมล้นตลิ่ง ระดับน้ำในแม่น้ำยม ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาปรากฏว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร ทำให้พื้นที่น้ำท่วมเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างออกไปอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกลงมาต่อเนื่องและส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาใหญ่ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน พื้นที่การเกษตร ถนนถูกกระแสน้ำกัดเซาะพัง ใน 32 หมู่บ้าน ของ ต.น้ำพี้ ต.บ่อทอง ต.ป่าคาย และต.ผักขวง อ.แสนขัน จ.อุตรดิตถ์ตั้งแต่วานนี้(25 ส.ค.)
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดน้ำได้เริ่มลดลง บ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนที่สูงน้ำเริ่มแห้ง จะเหลือเพียงบริเวณที่ลุ่มและพื้นที่การเกษตรกรน้ำยังท่วมขัง ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมต่างช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน แต่ยังไม่มีการขนย้ายสิ่งของหรือทรัพย์ลงจากที่สูงเนื่องจากยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์หลังฝนยังคงตก จากการสำรวจพบประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,000 ครอบครัว รวมกว่า 20,000 ราย ส่วนความเสียหายพื้นที่การเกษตรอยู่ระหว่างการสำรวจ
อย่างไรก็ตาม จังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงเฝ้าระวังการเกิดน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มทั้งที่อำเภอทองแสนขันและพื้นที่เสี่ยงภัยซึ่งเคยเกิดดินโคลนถล่มเมื่อปี 2549 คืออำเภอเมือง ลับแลและท่าปลา เนื่องจากในพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกมากถึงร้อยละ 80 ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้สภาพดินตามภูเขาอ่อนตัวจึงเสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่ม
“เป็นห่วงคือชาวสวนอ.เมือง และ อ.ลับแล ต้องขึ้นภูเขาสูงเพื่อเก็บทุเรียน ลางสาดและลองกอง ซึ่งผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ฝนที่ตกเกรงจะได้รับอันตรายจากดินสไลทับถนน ดินโคลนถล่มตามหุบเขา ดังนั้นการเข้าเก็บผลผลิตควรพิจารณาและใช้ความระมัดระวัง หากฝนตกหนักควรงดเข้าสวนหรือพื้นที่การเกษตรที่อยู่ตามหุบเขาเพื่อความปลอดภัย”นายสุรชัย กล่าว



